รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๖

เกียรติศักดิ์ ส่องแสง หารือเรื่องการสรรหาและแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยเน้นย้ำว่า ส.ว. ต้องอิสระจากพรรคการเมืองและรัฐบาล และต้องมีความรู้และความชำนาญในการปฏิบัติงาน โดยตั้งสมมติฐาน 4 กลุ่มที่จะเลือกตั้ง ส.ว. โดยตรงจากประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง

นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปทุมธานี

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม สมาชิกรัฐสภาครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อําเภอลําลูกกา จังหวัด ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ องค์กรอิสระ ทําหน้าที่ตรวจสอบการทําหน้าที่ของภาครัฐ ให้ผู้ใช้อํานาจรัฐได้ให้ความเป็นธรรม กับชาวบ้าน ให้ประชาชนผู้อ่อนแอ ประชาชนผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างมากมายในสังคม ปัจจุบัน ทั้งถูกเอาเปรียบจากนายทุนการเมือง ถูกเอาเปรียบจากเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งในอดีต และในปัจจุบัน ประชาชนคนจนมีความเจ็บปวดสุดระทมขมขื่น ถูกกดขี่ ถูกข่มเหงเรื่อยมา จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ว่าให้มีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย ให้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญให้ได้มาจากการสรรหาและแต่งตั้งโดยสมาชิก วุฒิสภา นี่อย่างไรครับท่านประธาน องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญได้จากการสรรหา และแต่งตั้งจาก ส.ว. ดังนั้น ส.ว. ผู้ซึ่งแต่งตั้งบุคคลเข้าดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระต่าง ๆ ส.ว. ยังทําหน้าที่ลงมติถอดถอนนายกรัฐมนตรี ถอดถอนรัฐมนตรี และผู้ดํารงตําแหน่งสําคัญ ๆ อื่น ๆ อีก สมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. จึงจะต้องได้มาอย่างอิสระ ส.ว. จะต้องมีความรู้ มีความสามารถในวิชาชีพต่าง ๆ เช่น จะต้องมีความรู้ทางด้านการแพทย์ เช่น จะต้องมี วิศวกร เช่น จะต้องมีอดีตอธิการหรืออธิการบดีมหาวิทยาลัย มีนักกฎหมายระดับศาล ระดับอัยการ มีตัวแทนเกษตรกร มีตัวแทนชาวบ้านและตัวแทนองค์กรอื่น ๆ อย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพ ส.ว. จะต้องอิสระ มีความอิสระทางการเมือง ไม่ถูกครอบงําจาก พรรคการเมือง ไม่ถูกครอบงําจากผู้มีอิทธิพลทางการเมือง เป็นอิสระจากระบบราชการ ไม่มีญาติมีเพื่อน มีพี่มีน้องเป็นข้าราชการ มีอิสระจากธุรกิจใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ ประเทศไทยมีประชากรทั้งสิ้น ๖๕ ล้านคน ตามร่างของกฎหมายให้มี ส.ว. ๒๐๐ คน คิดเป็น ๐.๐๐๐๓ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓๐๐,๐๐๐ คน มี ส.ว. ได้ ๑ คน การให้มีจํานวนหรือว่าจํานวนของ ส.ว. จํานวนทั้งสิ้น ๒๐๐ คนนั้นประเด็นนี้ผมไม่ได้ติดใจ แต่ประเด็นที่ผมติดใจนั้นคือการได้มาของ ส.ว. ๒๐๐ คน ส.ว. ๒๐๐ คนได้จากการเลือกตั้ง โดยตรงจากประชาชน ที่ผมติดใจนั้นผมติดใจ ส.ว. ๒๐๐ คน ได้มาจากการเลือกตั้ง เหมือนกับ ส.ส. แต่ ส.ว. และ ส.ส. ทําหน้าที่แตกต่างกันต่างหากครับที่ผมติดใจ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ เหตุนี้เองผมจึงไม่เห็นด้วยกับการได้มาของ ส.ว. จาก การเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้งหมด จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มเดียวกันและมีบัญชี เดียวกันกับการเลือกตั้ง ส.ส. ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. เพื่อให้เป็น ส.ว. เป็นตัวแทน ที่ดีตามสัดส่วนและตามลักษณะที่แตกต่างกันของคนไทย ๖๕ ล้านคน คน ๖๕ ล้านคนนั้นไม่ได้ประกอบอาชีพเดียวกัน มีเงินเดือน รายได้ไม่เท่ากัน มีความรู้ ความชํานาญการที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งความรู้ ความชํานาญการจากทุกสาขา อาชีพ ทั้งชาวนา ชาวสวน กรรมกร พนักงาน ลูกจ้าง นักวิชาการ ผู้พิการ นักกฎหมาย อาจารย์ แพทย์ วิศวกร นักสถาปัตยกรรม สื่อมวลชน นักธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม องค์กร ต่าง ๆ ควรนําความรู้ ความชํานาญการมาใช้ในสภาแห่งนี้ตามสัดส่วน กลุ่มใดมีสมาชิกหรือมีประชากรมากก็นํามาเป็น ส.ส. มากกว่า ส่วนกลุ่มใดที่มีประชากรน้อย ก็ขอให้มีจํานวน ส.ว. น้อยลงตามสัดส่วน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ความจําเป็นในการ ได้มาซึ่ง ส.ว. จํานวน ๒๐๐ คน ผมเองนั้นมิได้ปฏิเสธการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งเป็นเรื่อง ที่ง่ายมากของคนมีเงิน เป็นเรื่องที่ง่ายมากของคนที่มีอํานาจและคนโกง แต่เป็นเรื่อง ที่ยากมากของคนอ่อนแอ เป็นเรื่องที่ยากของคนจน เป็นเรื่องที่ยากมากของเกษตรกร เป็นเรื่องยากของคนพิการ นักวิชาการแพทย์และคนดี ดังนั้นจะมีการเลือกตั้งนั้นให้กําหนด ดังนั้นการได้มาซึ่ง ส.ว. จะต้องกําหนดสัดส่วนและจํานวนของกลุ่มอาชีพก่อนแล้วจึงกําหนด จํานวน ส.ว. ตามสัดส่วนของประชาชนของกลุ่มอาชีพนั้น จากนั้นจึงให้มีการเลือกตั้ง ตามสัดส่วนที่กําหนดดังกล่าว กล่าวคือ ผมมีตัวอย่างอยู่ ๔ กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ ๑ กลุ่มประชาชนทั่วไปหรือว่าเกษตรกรทั้งประเทศ ซึ่งมีทั้งสิ้นประมาณ ๓๐ ล้านคน ครึ่งหนึ่ง ของคนทั้งประเทศ ก็ให้มี ส.ว. จากประชากรกลุ่มนี้ ๑๐๐ คน เลือกโดยตรงจากประชาชน กลุ่มนี้ กลุ่มที่ ๒ ผู้พิการ ประเทศไทยมีผู้พิการอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ก็ให้ ส.ว. จากกลุ่มนี้ ๑๐ คนเป็นผู้พิการ เลือกตั้งโดยตรงจากผู้พิการ กลุ่มที่ ๓ ผู้ประกอบอาชีพครู มีข้าราชการครู ๙๐๐,๐๐๐ คน ก็ขอให้มี ส.ว. ซึ่งเป็นตัวแทนของครู ๓ คน แล้วก็เลือก โดยตรงของประชากรของครู เช่น กลุ่มที่ ๔ กลุ่มแพทย์ กลุ่มพยาบาล มีประชากรมีแพทย์ มีพยาบาลในประเทศไทย ๓๐๐,๐๐๐ คน ก็ขอให้มีแพทย์หรือว่ามีพยาบาล ๑ คนโดยการ เลือกของแพทย์และพยาบาล ท่านประธานที่เคารพครับ หากว่าประชาชนในประเทศนี้ มีหลายอาชีพก็ขอให้เขาเลือกเข้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คุณหมอเติบโตมาจากชาวนา คุณหมอ จะไปเลือกลงที่ชาวนาก็ได้ หรือชาวนามาเป็นคุณหมอ ชาวนาก็จะมาเลือกลงกลุ่มของ คุณหมอหรือว่านายแพทย์ก็ได้ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผมมิได้ปฏิเสธสมาชิกวุฒิสภา จากการเลือกตั้งโดยตรง แต่ผมปฏิเสธสมาชิกวุฒิสภาที่จะมารับใช้และเป็นทาสของ นักการเมือง ผมปฏิเสธสมาชิกวุฒิสภาที่จะมารับใช้ผู้มีอํานาจและหาผลประโยชน์ ผมกลัวจะ ไม่ได้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งทรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม รักษาผลประโยชน์ของประชาชนและรักษา ผลประโยชน์ของประเทศชาติครับท่านประธาน ขอบคุณครับ