เชน เทือกสุบรรณ เสนอแก้ไขมาตรา 111 ของรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้วุฒิสภามีสมาชิก 200 คน โดยแบ่งออกเป็นสองประเภท เพื่อให้มีความหลากหลายและความเป็นอิสระของสมาชิกวุฒิสภา และเสนอว่าสมาชิกวุฒิสภาควรได้รับเลือกจากทั้งการเลือกตั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้ได้ความเสมอภาคในการออกเสียงเลือกตั้ง และเพิ่มความใกล้ชิดระหว่างสมาชิกวุฒิสภากับประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานครับ ผมได้ขอแปรญัตติเพิ่มเติมแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ตาม พ.ร.บ. แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... โดยผมขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๑๑๑ เป็นดังนี้ครับ คือมาตรา ๑๑๑ วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจํานวนสองร้อยคนดังต่อไปนี้ (๑) เป็นสมาชิกที่มาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจํานวนหนึ่งร้อยคน และ (๒) สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง โดยสมาชิกองค์กรวิชาชีพ องค์กรอาชีพที่ได้รับการจดทะเบียนจํานวนหนึ่งร้อยคน โดยแบ่งเป็นประเภทละสิบคน ท่านประธานครับ โดยผมเสนอองค์กรวิชาชีพและองค์กร ต่าง ๆ ดังนี้นะครับ มีสภาทนายความ องค์กรวิชาชีพด้านสาธารณสุข เช่น แพทย์สภาหรือ สภาการพยาบาล ทันตแพทย์สภา สภากายบําบัด สภาเทคนิคการแพทย์ สภาเภสัชกรรม เป็นต้น แล้วก็กลุ่มหนึ่งก็มาจากคุรุสภา สภาวิชาชีพบัญชี และสมาคมธนาคารไทย สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาวิศวกรและสภาสถาปนิก สภาเกษตรแห่งชาติ สภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้า สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ สมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย สมาคมทหาร ตํารวจ นอกราชการแห่งประเทศไทย ในกรณีตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุผลใด และยังมีการเลือกตั้งขึ้นแทนตําแหน่งว่าง ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่ ข้อความอื่น ๆ ก็คงเดิมตามร่างของกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในกรณีนี้ผมเรียน ท่านประธานว่าผมได้เสนอในประเด็นนี้ก็เพื่อที่จะให้สมาชิกวุฒิสภามีที่มาจาก ๒ แห่งด้วยกัน แต่ด้วยทั้ง ๒ แห่งนี้มาจากการเลือกตั้ง ทางหนึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน จํานวน ๑๐๐ คน อีกทางหนึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยเลือกตั้งมาจากความหลากหลายของ องค์กรอาชีพ เพื่อที่จะให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นแหล่งที่มีการรวมบุคคลเกือบทุกวงการ เข้าด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพ ทั้งนี้ทั้งนั้นผมตระหนักถึงความสําคัญของสมาชิกวุฒิสภา ว่าสมาชิกวุฒิสภาเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่ายิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญปัจจุบันนี้ เรากําหนดให้สมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่และความรับผิดชอบที่ค่อนข้างมากกว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับอื่น ๆ โดยเฉพาะที่มาของวุฒิสภาจะเป็นปัญหาที่วิพากษ์วิจารณ์กัน เพราะว่าวุฒิสภา ถ้ามาจากการเลือกตั้งโดยตรงเพียงอย่างเดียวจากจังหวัดต่าง ๆ ท่านประธานคงทราบ นะครับว่ามันเป็นความเป็นห่วงของพี่น้องประชาชนว่าในที่สุดวุฒิสภาที่ได้รับการเลือกตั้ง จะเป็นร่างทรงของพรรคการเมือง หรือมีความผูกพันทางการเมืองกับพรรคการเมืองหนึ่ง พรรคการเมืองใด หรือฝ่ายการเมืองอื่น ๆ จะทําให้วุฒิสภาไม่เป็นอิสระในการทํางาน ท่านประธานครับ จึงยอมรับความเป็นจริงนะครับว่าองค์กรที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน อยู่ในปัจจุบันนี้ในการเลือกตั้ง พรรคการเมืองมีอยู่ทุกภาคส่วนในวงการการเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้มันจะเป็นเรื่องที่ทําให้ประชาชนที่ประสงค์ที่จะสมัครลงแข่งขันในตําแหน่งของ พรรคการเมือง ในตําแหน่งของสมาชิกวุฒิสภาโดยตรงจากพี่น้องประชาชนเป็นการกระทํา ได้โดยยาก ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะว่ากว่าที่พี่น้องประชาชนที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะสร้าง ความคุ้นเคยกับพี่น้องประชาชนทั้งจังหวัดหรือในวงกว้าง จําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ระยะเวลา จํานวนมาก รวมทั้งกําลังเงินทองอุปกรณ์มากมายนะครับที่จะทําให้ถึงประชาชน แล้วก็ จะเป็นที่รู้จักของประชาชน เป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้นที่มาของสมาชิกวุฒิสภาไม่พ้น ที่จะต้องมาพึ่งพวกเราพรรคการเมือง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความเป็นอิสระของการทํางานของ วุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภาควรจะมาจาการเลือกตั้งครึ่งหนึ่ง แล้วก็มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม อีกครึ่งหนึ่ง โดยเลือกตั้งทางอ้อมนี้ผมได้เสนอเพื่อที่จะให้องค์กรต่าง ๆ ในทุกภาคส่วน ของสังคม เป็นองค์กรที่สามารถที่จะเป็นตัวแทน เลือกตัวแทนขององค์กรเหล่านั้นมาแทน พี่น้องประชาชน เราก็จะได้มีสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบของความหลากหลาย อย่างมาจากพี่น้องประชาชนโดยตรง อย่างหนึ่งมาจากทางอ้อมที่มาจากองค์กรต่าง ๆ เช่น ที่ผมได้เรียนท่านประธานไปเมื่อสักครู่ว่า จะเป็นองค์กรวิชาชีพทางด้านสาธารณสุขก็ดี แพทยสภา สภาการพยาบาล หรือเทคนิคการแพทย์ สภาเภสัชกร คุรุสภา หรือสภาวิชาชีพ อื่น ๆ อย่างเช่น วิศวกร สถาปนิก เกษตรกร อุตสาหกรรม หอการค้า ผู้สื่อข่าว นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ก็จะมีช่องทางสําหรับที่พวกเขาจะสามารถเข้ามาสู่การเป็นสมาชิกวุฒิสภาได้ จะมีตัวแทนของทุกภาคส่วนที่จะมองเห็นความหลากหลายของสังคมในวงกว้างขึ้นกว่าที่จะ มาจากการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ท่านประธานครับ ในกรณีนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง ท่านประธานลองดูอย่างนี้ครับ จากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ เรากําหนดคุณสมบัติ ของสมาชิกวุฒิสภาไว้หลายอย่าง แต่ว่าในการแก้ไขตามร่างของกรรมาธิการนี้ ไม่ได้แก้ไข และตัดออก บางส่วนก็ยังคงอยู่นะครับ แต่ว่ากลับไปแก้ไขในบางเรื่อง ซึ่งทําให้ตัวสมาชิกวุฒิสภาสามารถที่จะไปดํารงตําแหน่งอื่นได้ แม้ว่าเขาจะพ้นจากตําแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาไปแล้วยังไม่เกิน ๒ ปี ตามรัฐธรรมนูญเดิม เขาห้ามเป็นรัฐมนตรี ห้ามเป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ท่านแก้ไข บางส่วน แต่ยังคงบางส่วนไว้จะทําให้องค์ประกอบที่เกิดมา ผมว่าวุฒิสภาจะพิกลพิการ พอสมควร เราประสงค์ที่จะให้วุฒิสภาเป็นผู้ที่มีอํานาจนอกจากการกลั่นกรองกฎหมายแล้ว ยังมีอํานาจหน้าที่ในการแต่งตั้ง ถอดถอนข้าราชการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านประธานลองคิดดูครับ การที่จะมีประชาชนเพียง ๒๐,๐๐๐ คนเข้าชื่อถอดถอนบุคคล โดยให้วุฒิสภาเป็นคนถอดถอนนี้ ตําแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้แต่กระทั่งสมาชิกวุฒิสภาเอง ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธาน ศาลปกครองสูงสุด ยังให้รวมไปถึงผู้ดํารงตําแหน่งต่าง ๆ เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือผู้ดํารงตําแหน่ง เช่น ผู้พิพากษา ตุลาการ พนักงานอัยการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูงตามพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการนะครับ ท่านประธานครับ อย่างนี้เราเห็นได้ชัดเลยว่าอํานาจหน้าที่ของ ส.ว. หรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะนี้ยังมีอํานาจ เต็มที่ แต่ว่าที่มานี่มันใกล้ชิดกับพรรคการเมือง ใกล้ชิดกับการเมืองมากเกินไป สิ่งเหล่านี้ จะทําให้เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธานครับ อํานาจแบบเบ็ดเสร็จมันจะไปรวมศูนย์ที่ พรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดที่มีอํานาจ ที่สามารถครอบงําได้ ต่อไปไม่ว่าข้าราชการ หรือว่าองค์กรอิสระต่าง ๆ ก็จะถูกกดดัน แล้วก็ทําให้ทุกองค์กรไม่เป็นอิสระ สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่ เป็นที่พึงปรารถนาของใคร ไม่เป็นที่พึงปรารถนาของพี่น้องประชาชน ไม่เป็นที่พึงปรารถนา ของแม้กระทั่งพวกเราทุกคน เพราะเราอยากเห็นวุฒิสภาเป็นที่มาของผู้ทรงเกียรติที่มีอํานาจ มีหน้าที่ที่พวกเราสามารถพึ่งพาได้ แต่ถ้าเป็นอย่างนี้วันข้างหน้าท่านประธานอาจจะถูก ถอดถอนโดยท่านประธานอาจจะเห็นว่าไม่เป็นความชอบธรรม แต่ว่าทําอะไรไม่ได้ เพราะว่า วันนี้มันจะเป็นการครอบงํามาเป็นทอด ๆ ท่านประธานครับ ผมถึงมีความเห็นว่าโดยมาตรานี้ ผมกําหนดถึงคุณสมบัติ ที่มาของสมาชิกวุฒิสภาว่าไม่ควรจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรง จากประชาชนเพียงอย่างเดียว ควรจะมาใน ๒ ทางอย่างที่ผมได้เรียนท่านประธานไป เบื้องต้นแล้ว ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าเราได้กระทําอย่างนี้ ผมเลยเห็นว่าสมควรแปรญัตติที่ไม่เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ
ท่านประธานครับ อีกมาตราหนึ่งซึ่งผมได้ขอเสนอแก้ไขในมาตรา ๓ เพื่อแก้ไขข้อความในมาตรา ๑๑๒ เรื่องการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๑๑ วรรคหนึ่งนะครับ ที่ให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนน รับเลือกตั้งได้หนึ่งเสียง และให้ใช้วิธีออกเสียงคะแนนโดยตรงและลับ การคํานวณเกณฑ์ ราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้คํานวณจากจํานวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักทะเบียนราษฎร์ ที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนมีการเลือกตั้งเฉลี่ยโดยจํานวนสมาชิกวุฒิสภาจํานวนหนึ่งร้อยคน จํานวนสมาชิกวุฒิสภาแต่ละจังหวัดจะพึงมีตามจํานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนที่คํานวณได้ ตามวรรคสองมาเฉลี่ยจํานวนราษฎรในจังหวัดนั้น จังหวัดใดไม่มีราษฎรถึงเกณฑ์จํานวน ราษฎรต่อสมาชิกวุฒิสภาหนึ่งคนตามวรรคสอง ให้มีสมาชิกวุฒิสภาในจังหวัดนั้นได้หนึ่งคน จังหวัดใดมีราษฎรเกินเกณฑ์ จํานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนั้น เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนทุกจํานวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จํานวนราษฎรต่อสมาชิกวุฒิสภาหนึ่งคน เมื่อได้จํานวนสมาชิกวุฒิสภาแต่ละจังหวัดตามวรรคสามแล้ว ถ้าจํานวนสมาชิกวุฒิสภา ยังไม่ครบหนึ่งร้อยคน จังหวัดใดมีเศษเหลือจากคํานวณตามวรรคสามมากที่สุด ให้จังหวัดนั้น มีสมาชิกวุฒิสภาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกวุฒิสภาดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษ เหลือจากการคํานวณตามวรรคสามลําดับสองจนครบหนึ่งร้อยคน จังหวัดใดมีการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาได้ไม่เกินหนึ่งคน ให้ถือจังหวัดนั้นเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดที่มี การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่พึงมี โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจํานวนสมาชิกสภาหนึ่งคน ในกรณีจังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งเขต ต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้ง แต่ละเขตให้ติดต่อกัน และจํานวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน ท่านประธานครับ ในกรณีนี้ ผมเรียนท่านประธานว่าเพื่อให้เกิดความเสมอภาคกัน ท่านประธานครับ ผมประสงค์ที่ให้ แต่ละจังหวัด ให้พี่น้องประชาชนมีสิทธิมีเสียงในการออกสิทธิออกเสียงโดยเสมอภาคกัน ๑ คนต่อ ๑ เสียง หรือที่เรียกกันว่า วันแมนวันโหวต (One man one vote) ทั้งนี้เพื่อให้มี ความเสมอภาคกัน ท่านประธานครับ ถ้ามีบางจังหวัดที่จะมีผู้แทนมากกว่า ๑ คน ก็ให้เป็น เขตจังหวัดนั้นมีเพิ่มเป็นอีกเขตหนึ่ง แต่ว่าต้องแบ่งเขตเลือกตั้งออกไปโดยเท่า ๆ กัน อันนี้ก็จะเป็นประโยชน์สําหรับพี่น้องประชาชนประการหนึ่งก็คือว่ามีความเสมอภาคกัน ในการออกสิทธิเลือกตั้งแล้วได้สมาชิกวุฒิสภาที่เป็นของตนเอง ท่านประธานครับ อีกประการหนึ่งก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ถ้าจังหวัดไหน ที่ใหญ่แล้วก็มีสมาชิกวุฒิสภามากกว่า ๑ คน ก็จะมีเขตเลือกตั้งที่ย่อมลง แบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นเขตละ ๑ คน จะทําให้สะดวกในการเข้าถึงพี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนเองก็จะ มีความผูกพันใกล้ชิดกับสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการเลือกตั้งจะได้ตระหนักว่าตนเองเป็นผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งไปจากประชาชน เพราะฉะนั้นจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทํางานเพื่อแก้ปัญหาและสนองตอบต่อพี่น้องประชาชน มีความใกล้ชิด มีความสามารถในการคลุกคลีกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ เพื่อประโยชน์ในการที่กระผมเรียนท่านประธานนี่นะครับ กระผมจึงเห็นว่าในการแก้ไขที่มา ของสมาชิกวุฒิสภาแล้วก็วิธีการของการเลือกตั้งของกรรมาธิการ กระผมไม่เห็นด้วย ผมแปรญัตติเพื่อจะให้ที่มาของวุฒิสภามาจาก ๒ สถานะด้วยกัน แต่ยังเป็นการเลือกตั้ง มีทั้งการเลือกตั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้ศักดิ์และศรีของสมาชิกวุฒิสภายังคงดํารงอยู่ ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาก็จะเห็นว่า ความจําเป็นเช่นที่ผมได้เรียนต่อท่านประธานนี้เป็นความจําเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราจะต้อง ร่วมกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติของพวกเรา ท่านประธานครับ ผมจึงเรียนว่าผมขอแปรญัตติตามที่ได้นําเสนอต่อท่านประธาน มาในมาตรา ๓ จํานวน ๒ มาตรา แก้ไขมาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ