รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๖

จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ กล่าวหาว่าฝ่ายผู้มีอํานาจเลือกที่จะอยู่ในตำแหน่งและปราบปรามผู้ชุมชุนมากกว่าการลาออก และอ้างว่าการปฏิบัติงานของกรรมาธิการดังกล่าวนี้มิชอบ เนื่องจากกระบวนการได้มาซึ่งกรรมาธิการไม่เหมาะสม

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมยังไม่ตําหนิเสียดสีใครเลยครับ ผมกําลังพูดถึงสิทธิของผมในแปรญัตติในวาระที่สองนี้ครับ ในมาตรา ๒ นี้ครับ ในวาระที่สองนะครับ สิทธิอย่างหนึ่งของผมคือสิทธิในการอภิปราย ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้มีปัญหาไปแล้วผมไม่ย้อนกลับไปครับ ว่าสิทธิการอภิปรายผมถูกตัดไปแล้ว สิทธิที่ ๒ สิทธิในการรับฟัง วิเคราะห์ วินิจฉัย การแปรญัตติของสมาชิกท่านอื่น ๆ ซึ่งการที่ ผมตัดทิ้งทุกมาตราหรือตัดทิ้งมาตรา ๒ ไปแล้ว ถ้ามีสมาชิกท่านอื่นอภิปรายแล้วผมเห็นชอบ การลงมติของผมก็อาจจะแปรเปลี่ยนไปตามสมาชิกท่านอื่นได้ ไม่จําเป็นต้องตรงกับความเห็น ของผมแต่เดิมที่ผมได้แปรญัตติไว้ นํามาสู่สิทธิของผมในเรื่องที่ ๓ ครับ คือสิทธิในเรื่องการลงมติ แม้ว่าผมจะแปรญัตติว่า ตัดไปแล้วในมาตรา ๒ แต่ถ้ามีสมาชิกท่านอื่นอภิปรายและผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อ ประเทศชาติ ผมก็อาจจะลงมติตามสมาชิกที่ได้แปรญัตติเป็นอย่างอื่นก็เป็นได้ เพราะฉะนั้น สิทธิทั้ง ๓ ประการในการแปรญัตติของผม ผมย่อมมีสิทธิโดยสมบูรณ์ทุกมาตรานับจากนี้ เป็นต้นไป จึงได้เรียนทําความเข้าใจท่านประธานเป็นเบื้องต้นก่อน ท่านประธานครับ เหตุที่ ผมตัดทิ้งมาตรา ๒ ออกไปทั้งมาตรา เพราะอะไรครับ เพราะผมฟังความเห็นประชาชน ผมได้ร่วมเวทีพูดจาหาทางออกประเทศไทยครับ ๑๐๘ เวทีเสวนาหาทางออกประเทศไทย ผมไปร่วมด้วยครับ รัฐบาลใช้งบไป ๑๖๐ ล้านบาท ความเห็นของประชาชน ๗๕,๗๐๐ คน ไม่เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๑. ทั้งฉบับ ไม่เห็นชอบ ๒. ถ้าแก้ไขรายมาตรา ซึ่งรวมอยู่ในมาตรา ๒ นี้ด้วย เห็นว่าไม่สมควรแก้ไขในส่วนของที่มาของสมาชิกวุฒิสภา สิ่งที่ เห็นชอบว่าควรแก้ไขมีเรื่องเดียวครับ เรื่องยุบพรรคการเมือง เวทีเสวนาดังกล่าวเห็นว่า การยุบพรรคการเมืองง่ายเกินไป เพราะฉะนั้นเห็นควรว่าไม่ควรต้องยุบพรรค แต่ผู้ทําผิด กฎหมายเลือกตั้งสมควรถูกลงโทษ อันนี้ชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของที่มาของสมาชิก วุฒิสภานี่ครับ หรือรูปแบบของสมาชิกวุฒิสภา เมื่อประชาชนจากการเสวนาหาทางออก ประเทศไทยบอกว่า ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นชอบ ผมก็เอาความคิดเห็นตรงนี้มาครับ เป็นที่มาของ ผมในการแปรญัตติว่าให้ตัดออกมาตรา ๒ ทั้งมาตรา ท่านประธานครับ ความเห็นที่น่าสนใจ ของเวทีเสวนาดังกล่าว ที่ผมยึดเป็นหลักในการแปรญัตติดังกล่าว ความเห็นที่น่าสนใจก็คือว่า ถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือแก้ไขที่มาของ ส.ว. จะนําไปสู่อันตรายของประเทศไทยครับ โดยเฉพาะในข้อ ๓.๙ คือความขัดแย้งแบบเดิมพันสูง คืออะไรครับ ลักษณะความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นเป็นแบบผู้ชนะกินรวบ กินรวบในที่นี้หมายถึงว่า กินรวบทั้ง ส.ส. และ ส.ว. สําคัญที่สุดครับ รู้สึกแพ้ไม่ได้ เพราะมีต้นทุนที่จะสูญเสียเป็นจํานวนมาก เมื่อความขัดแย้ง ดําเนินไป การเดิมพันแพ้ชนะก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงนํามาสู่การระดมสรรพกําลังแบบทุ่มสุดตัว เหมือนเมื่อวานนี้เลยครับ ระดมสรรพกําลังทุ่มสุดตัวในลักษณะที่ไม่ให้ทางเลือก หรือประนีประนอมรอมชอมกับฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้ง นี่เป็นที่มาหรือเปล่าครับ ที่การพิจารณา แปรญัตติเมื่อวานเราเดินหน้ากันไม่ได้ ความขัดแย้งสูงเพราะมีต้นทุนสูง เดิมพันก็สูงครับ เพราะถ้าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรื่องการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา แก้ไข ไม่ได้จะเกิดความขัดแย้งขึ้น เพราะแต่ละฝ่ายมีเดิมพันสูงแต่ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องแต่ละฝ่ายครับ เป็นเรื่องฝ่ายเดียว ที่ต้องการสิ่งที่ต้องการ และต้องการให้ได้เร็ว ถูกใจตรงใจตัวเองมากที่สุด สําคัญที่สุดครับ อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นความเห็นของเวทีเสวนาก็คือ ฝ่ายผู้มีอํานาจเลือกที่จะอยู่ใน ตําแหน่ง และปราบปรามผู้ชุมชุนมากกว่าการลาออก ผมไม่ได้หมายถึงสมาชิกวุฒิสภา เพราะสมาชิกวุฒิสภาคงไม่ใช้กําลังปราบปราม และผมก็ไม่ได้กล่าวหาใครที่ใช้กําลังปราบปราม ส.ส. เมื่อวาน ท่านประธานครับ นอกเหนือจากเรื่องความขัดแย้งเดิมพันสูง อีกประการหนึ่ง ที่ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีเหตุผลเพิ่มเติมอีก ๓ ประการ

ประการที่ ๑ ก็คือ ผมคิดว่าการปฏิบัติงานของกรรมาธิการดังกล่าวนี้มิชอบ มิชอบตั้งแต่เริ่มต้นนับหนึ่งด้วยกระบวนการได้มาซึ่งกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ เหตุผล ที่ผมเห็นว่าการปฏิบัติงานของกรรมาธิการนี้มิชอบ และกรรมาธิการชุดนี้มิชอบ เพราะ ในการพิจารณาวาระที่หนึ่ง เราเสร็จสิ้นการอภิปรายเมื่อเวลาประมาณ ๐๒.๐๐ นาฬิกา วันที่ ๔ ตอนเช้า จากนั้นก็มีการขยายเวลาให้แปรญัตติ ระหว่างกําหนดเวลาแปรญัตติ ยังไม่เรียบร้อย องค์ประชุมไม่ครบ ท่านประธานก็บอกว่าให้ยึดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน คือให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๕