ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีเน้นเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และเรียกร้องให้ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันการทุจริตในองค์กรอิสระ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกรัฐสภา มาตรา ๒๗๐ ผู้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการสูงสุด ผู้ใดมีพฤติกรรมร่ํารวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทําผิด ต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่าจะกระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ส่อว่าจงใจ ใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง วุฒิสภามีอํานาจถอดถอนผู้นั้นออกจากตําแหน่งได้ บทบัญญัติวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับผู้ดํารงตําแหน่งดังต่อไปนี้ด้วย คือ (๑) ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (๒) ผู้พิพากษาหรือตุลาการ พนักงานอัยการหรือผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูง ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ท่านประธานเห็นไหมครับ ต่อไปนี้ถ้าสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้ทําหน้าที่ให้เป็นกลางและสุจริต กฎหมายรัฐธรรมนูญ เขียนไว้นะครับว่า ส่อไปในทางทุจริต ส่อไปในทางว่าจงใจใช้อํานาจขัดต่อบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ส่อว่าจงใจใช้อํานาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ถ้าวันนั้นสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้ทําหน้าที่ อย่างที่ผมกราบเรียน แล้วเป็นเครื่องมือหนึ่งทางการเมือง แล้วปฏิบัติหน้าที่คุกคาม ข่มขู่และใช้อํานาจในการถอดถอนบุคคลต่าง ๆ ซึ่งเป็นบุคคลชั้นนําของประเทศ เกิดอะไรขึ้นครับ อย่าว่าผมคิดไกลเกินไปด้วยความหวาดวิตกเลยครับ วันนี้แม้องค์กรอิสระ มีคําพิพากษาหรือมีคําสั่งเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ยังมีการยกขบวนไปข่มขู่ถึงที่ทําการศาล ใช้คนข้างมากไปกดดัน โดยที่คนมีอํานาจ รัฐบาลไม่ได้ดําเนินการอะไรเพื่อให้เป็น หลักประกันในความปลอดภัยขององค์กรอิสระเหล่านั้นเลย แล้วผมจะเชื่อมั่นได้อย่างไรครับ ว่าถ้าสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสนับสนุนของกลุ่มทุนของพรรคการเมืองจะไม่ทํา ในลักษณะที่ให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มการเมืองที่ตัวเองฝักใฝ่อยู่ นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียน ว่านี่คือความเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทย ถ้าท่านเห็นว่าการเลือกตั้ง ส.ว. ปี ๒๕๕๐ มันไม่ถูกต้อง มันไม่ชอบ ตรงไหนมันไม่ดี ท่านต้องหาทาง แต่อย่าตั้งอยู่บนผลประโยชน์ ของพวกท่าน เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง ไม่ใช่เรื่องของกลุ่มการเมือง แต่เป็น เรื่องของประเทศชาติและประชาชน ท่านจะปล่อยให้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างนี้ ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาหรือครับ คนที่จะทําหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวานนี้เจอไปแล้วครับ กลางสภาเลยครับ ถ่ายทอดสดให้พี่น้อง ประชาชนชมทั้งประเทศ ถูกข่มขู่คุกคามไปเรียบร้อยครับ ประธานศาลฎีกาที่จะต้องวินิจฉัย และเป็นประธานองค์คณะในประธานศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง จะมีความมั่นใจได้อย่างไรว่าจะสามารถทําหน้าที่และไม่ถูกกลุ่มบุคคล กลั่นแกล้ง เพื่อที่จะดําเนินการไปสู่การถอดถอนตามมาตรา ๒๗๐ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการสูงสุด คนเหล่านี้จะมีความมั่นใจได้อย่างไรครับ ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ที่เราต่อสู้กันมานานครับว่า ให้ฝ่ายปกครอง ทําการเลือกตั้ง ท้ายที่สุดก็จะไปช่วยเหลือกลุ่มผู้มีอํานาจ ถึงต้องมีกรรมการการเลือกตั้ง อํานาจนี้เข้าไปเกี่ยวข้องแล้วก็ครอบงํากรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน เท่านั้นไม่พอครับ ผู้พิพากษาหรือตุลาการทุกคน ท่านเห็นหรือยังครับว่า อํานาจของวุฒิสภามันยิ่งใหญ่ขนาดไหน วันนี้แค่มีบัตรสนเท่ห์เข้ามาใบเดียวว่า ส่อ หรือ จงใจ หรือไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามจริยธรรมอย่างร้ายแรง ก็ดําเนินการแต่งตั้งกรรมการและถอดถอนได้ นั่นหมายถึงอํานาจหลักของนิติบัญญัติสามารถเข้าไปดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับองค์กรที่มี ความสําคัญต่อประเทศชาติ รวมถึงอัยการ และผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูงทั้งหมดของประเทศ ผมถึงไม่แปลกใจว่าทําไมถึงต้องมีการเสนอแก้ไขที่มาของ ส.ว. และผมก็ต้องยืนยันกับ ท่านประธานครับ ว่าสิ่งที่ผมได้อภิปรายมานั้น ทุกส่วนอยู่ในคําแปรญัตติของผมในมาตรา ๒ ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อใช้บังคับแล้วจะไม่เป็นหลักประกันให้กับคนบริสุทธิ์ คนที่ต้อง ทําหน้าที่เพื่อให้ประเทศชาติสามารถเดินต่อไปได้ คนที่จะต้องยึดมั่นให้หลักการความถูกต้อง ของประเทศ แม้ว่าจะถูกข่มขู่คุกคามอย่างไรก็ตาม แต่องค์กรที่มีฐานะจะต้องปกป้องให้เขา ทําหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ แต่วันนี้ผมไม่มั่นใจครับถ้ารัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ผ่านความ เห็นชอบของรัฐสภา บุคคลต่าง ๆ เหล่านี้จะทําหน้าที่ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๒ ท่านประธานที่เคารพ ผมให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไม่ได้จริง ๆ แล้วผมเรียนท่านประธานว่า