ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการเสนอกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยไม่สุจริตและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกระบวนการดำเนินการอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาและผลกระทบต่อระบอบประชาธิปไตย
ท่านประธานที่เคารพ นักกฎหมายนะครับ เขาถือหลักหนึ่งครับ คนที่จะใช้กฎหมายต้องมาด้วยมืออันสุจริต มืออันบริสุทธิ์ครับ ท่านประธาน ผมกําลังจะเรียนท่านประธานว่าการเสนอแก้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญครั้งนี้ มาโดยไม่สุจริตมีผลประโยชน์แอบแฝง มีการตอบแทนกันทางการเมือง มีการตอบแทนทาง ผลประโยชน์ ผมอภิปรายได้ครับท่านประธาน เป็นไปได้อย่างไรครับ รัฐธรรมนูญฉบับเดียว เสนอแก้ไขโดยคณะกรรมาธิการ ๓ คณะ แล้วพิจารณาไม่ได้เกี่ยวเนื่องกันเลยครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ที่มา ส.ว. ท่านก็เคร่งครัด มีการพิจารณาคําแปรญัตติของสมาชิก ขัดต่อหลักการ แต่ท่านไปดูอีก ๒ คณะสิครับ มีการแก้ไขรุนแรงกว่าอีกครับ แต่ไม่มี การวินิจฉัยว่าขัดต่อหลักการ ท่านเห็นหรือยังครับ สิ่งหนึ่งที่ผมบอกว่ามันไม่สุจริต เพราะว่า ท่านมีกระบวนการและเวลารออยู่ ท่านเอากฎหมายฉบับนี้เข้าก่อน เพราะ ๑. เพื่อสร้าง ความสบายใจให้กับคนที่จะลงคะแนนให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านคนเหล่านั้นจะได้รับสิทธิ ในการไปลงเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง ไม่ต้องตอบผมครับว่าจะลงหรือไม่ลง ยังไม่ตัดสินใจเพราะ อันนั้นเป็นเรื่องของท่าน แต่หลักการของประเทศ สิทธิที่ท่านได้มันเป็นผลประโยชน์ที่ขัดกัน กับการทําหน้าที่ของท่าน นั่นคือความไม่สง่างาม
ประเด็นที่ ๓ สมาชิกอภิปรายกันตลอดเวลาครับ ว่ามันมีเงื่อนเวลาอยู่ครับ วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๗ สมาชิกวุฒิสภาจะต้องหมดวาระ แล้วก็มีการเลือกตั้ง นับจากเวลานี้ เป็นต้นไปเวลามันกระชั้นอย่างไรครับ เพราะว่าหลังจากที่ประชุมรัฐสภานี้ให้ความเห็นชอบ ต้องมีการออก พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ว. เพราะท่านไปแก้ไข พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เวลาอีกครับ แต่ท้ายที่สุดต้องให้ทันวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๗ ทําไมล่ะครับท่านประธาน ทําไมการทําหน้าที่ ของผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาต้องผูกมัดกับผลประโยชน์ที่คนกลุ่มหนึ่งไปแลกกับอีกกลุ่มหนึ่ง ทําไมท่านต้องผูกมัดผมอย่างนั้นครับ นี้คือหลักการของประเทศ ให้ผมทําหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่เรื่องของใคร ไม่ใช่เรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ผมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นเพื่อรักษาไว้ ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถ้าวันหนึ่งสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้ทําหน้าที่อย่างที่ พี่น้องประชาชนคาดหวัง เขาก็จะหมดศรัทธาในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และท้ายที่สุดใครเสียหายล่ะครับ ที่ประชุมสภาแห่งนี้เสียหาย ระบบการปกครองนี้เสียหาย แล้วใครจะเชื่อมั่นในการปกครองระบบรัฐสภาล่ะครับ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมต้องออกมาพูด อย่างไรครับท่านประธาน เอากฎหมายฉบับนี้เข้าก่อน ในขณะที่กฎหมายอีก ๒ ฉบับ ซึ่งพี่น้องประชาชนและสมาชิกรัฐสภาทราบกันดีว่า ผ่านไปเพื่อเป็นหลักประกันในการที่ ได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. อีกส่วนหนึ่ง เพราะเสียงของที่ประชุมรัฐสภานั้นสมาชิก พรรครัฐบาลไม่ได้ครองเสียงข้างมาก ท่านถึงต้องอาศัยเสียงจากสมาชิกวุฒิสภาอย่างไรครับ นี่คือผลประโยชน์ตอบแทนกันครับ หลักการที่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ถ้าท่าน เชื่อมั่นในการเลือกตั้งเขาเลือกตั้งกัน ๔ ปีทั่วโลกครับ มีที่ไหนบ้างครับเลือกกัน ๖ ปี ถ้าจะตอบแทนให้หนําใจก็เขียนแล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส.ว. เลือกตั้งเข้ามาให้ดํารงตําแหน่ง ๖ ปี ไม่มีประเทศไหนในโลกครับที่ระบบการปกครองในการเลือกตั้งให้คนมาจาก การเลือกตั้งดํารงตําแหน่ง ๖ ปี ท่านก็จะพูดบอกว่า แล้วทําไม ส.ว. ชุดที่แล้ว ๖ ปี เขามีความหมายครับ เขามีความหมาย เพราะเขาดํารงตําแหน่งได้เพียงสมัยเดียว และ ส.ว. สรรหานั้น ๓ ปีเปลี่ยนกันครั้งหนึ่ง ท่านเห็นไหมครับ เดิมอยู่ ๆ ๔ ปี ผมไม่ทราบว่าเจรจา ต่อรองกันอย่างไรครับ ท้ายที่สุดก็กลายเป็น ๖ ปี แล้วถ้าการเลือกตั้ง ส.ว. ไม่ได้แตกต่างจาก ส.ส. ประชาชนเขาก็ถามผมว่า ถ้าอย่างนั้นมีสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียวไม่ดีกว่าหรือครับ ไม่ต้องเสียเงินงบประมาณอีกจํานวนมหาศาลหลายพันล้านบาทต่อปี เพราะมันมาจาก กระบวนการเดียวกัน มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน ก็เอากันไปเลยสิครับ แต่เพราะวันนี้ ท่านแยบยลในการที่จะแบ่งอํานาจหน้าที่ในการที่จะทํางานเพื่อให้คนที่จะมาทักท้วง คนที่จะ มาชี้ว่าสิ่งไหนมันถูกไม่ถูกนี่มันทํางานลําบากขึ้น ตอบผมสิครับว่าเปลี่ยนการเลือกตั้ง ส.ว. ครั้งนี้แล้วท่านจะไม่ก้าวล่วงไปถึงการเปลี่ยนองค์กรอิสระ เพราะท่านพูดมาตลอด ทําไม ผมจะไม่มีสิทธิอภิปรายล่ะครับ ในเมื่อนี่คือประเทศของผมเหมือนกัน แล้วต่อไปกระบวนการ แต่งตั้งองค์กรอิสระ ถอดถอนองค์กรอิสระ จะมีหลักประกันอย่างไรให้กับพี่น้องประชาชน ในวันสองวันที่ผ่านมาท่านประธานไม่สบายใจ ผมก็ไม่สบายใจกับภาพที่ปรากฏ ถ้าวันนี้ เราจะช่วยกันประคับประคองในระบอบประชาธิปไตยท่านประธานมาจากการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา วันนี้ประสบความสําเร็จในอาชีพทางการเมืองของท่าน เป็นถึงประธาน วุฒิสภา ผมดีใจกับท่าน ผมรู้จักท่าน แม้ว่าแนวความคิดทางการเมืองท่านกับผมต่างกัน สิ้นเชิง แต่เราก็เคารพกัน แต่วันนี้ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่บั่นทอนและทําลายการทํา หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภา ท่านไม่ได้ช่วยปกป้องไว้เลย ถ้าท่านจะต้อง ตายเพื่อปกป้องให้รัฐสภาแห่งนี้ยังมีอยู่ ยังเป็นที่ยอมรับของประชาชน ท่านก็ต้องทํา ท่านนั่ง ได้อย่างไรครับ ทําหน้าที่ในขณะที่ตํารวจรุมล้อมท่านขนาดนั้น พวกผมไม่ต้องการเห็นภาพนี้ครับ แต่ผมกําลังจะบอกว่านี่คือสิ่งที่พวกเรารู้สึกว่ามันไม่ปกติ อย่างไรครับท่านประธาน เพราะท่านก็จะต้องดําเนินการให้เสร็จก่อนวันที่ ๗ มีนาคม ผมถามท่านประธานว่าถ้าไม่มีหลักเกณฑ์ของการเลือกตั้งวันที่ ๗ มีนาคมนี้ ถ้าไม่ต้องมี การตอบแทนที่จะมีการโหวตร่างรัฐธรรมนูญอีก ๒ ฉบับ จะต้องมีเหตุการณ์อย่างนี้ที่เกิดขึ้น เมื่อวานนี้ไหมครับ ไม่มีครับ กฎหมายสําคัญที่ผ่านมาในที่ประชุมรัฐสภา ในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรรุนแรงกว่านี้อีกยังไม่ถึงขนาดนี้เลยครับ วันนี้ท่านบอก เป็นอย่างไรเป็นกัน หมายความว่าอย่างไรครับ พวกผมไปเป็นศัตรูกับท่านเมื่อไร พวกผมกําลังขอใช้สิทธิในการ ทําหน้าที่ในฐานะเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย ท่านขัดกระบวนการทําหน้าที่ของผมทุกระยะ วาระที่หนึ่งไม่ให้พูด ให้มาพูดวาระที่สอง วาระจะพูดบอกต้องไปพูดวาระที่หนึ่งแล้ววาระที่สอง พูดไม่ได้ แปรญัตติก็ขัดหลักการ พอผมทักท้วงท่านก็ใช้เสียงข้างมากปิดปากผมไม่ให้พูด สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่านี่เป็นการต่อสู้อย่างหนึ่งของพรรค ฝ่ายค้าน ที่ไหนในโลกเขาก็ทํากันเพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐสภาแห่งนี้มีปัญหาของความชอบธรรม ในการทําหน้าที่ ท่านประธานที่เคารพครับ มาตราในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งหมด ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านมาตรา ๒๗๐ ให้ท่านประธานฟังอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็น หัวใจสําคัญอย่างยิ่ง ผู้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี