สุรชัย ชัยตระกูลทอง หารือเรื่องการประชุมวิป 3 ฝ่าย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของวิปในการดำเนินการประชุม และเรียกร้องให้ประชุมกันบ่อย ๆ โดยมี ท่านเจริญ จรรย์โกมล และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนในการหารือกัน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการถกเถียงเกี่ยวกับการตัดสิทธิผู้แทนราษฎร 57 คน และเสนอแนวทางในการจัดการประชุมให้ดีขึ้น
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดชลบุรี ในฐานะเลขานุการ วิปวุฒิสภา และกรรมการวิป ๓ ฝ่าย ผมเองนั้นก็อยากจะกราบเรียนในที่ประชุมให้ได้ทราบ ถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผมเองนั้นได้เข้าร่วมประชุมหารือวิป ๓ ฝ่ายนะครับ แต่ไม่ได้เป็น การประชุมที่มีการเชิญอย่างเป็นทางการ ก็สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ก่อนจะมีการพัก การประชุมนั้น ก็มีท่านเจริญ จรรย์โกมล ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้เสนอ ต่อที่ประชุมว่าได้รับการประสานจากท่านเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่ประชุมนั้น ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ดีเลย เราก็จึงหารือกันว่าจะพักการประชุม แล้วท่านเจริญเองนั้นท่านก็ อาสาว่าท่านจะทําหน้าที่โดยการประสานทุกฝ่ายเข้ามาหารือกัน เพื่อให้การประชุมในวันนี้ สามารถเดินหน้าไปด้วยดีนะครับ ผมเองนั้นก็ได้ถูกโทรศัพท์มาเชิญเข้าร่วมหารือในฐานะ ที่เป็นเลขานุการวิปวุฒิสภา แล้วก็เป็นกรรมการวิป ๓ ฝ่ายด้วยนะครับ ผมเองก็ได้พูดคุย ในที่ประชุมกัน ในที่ประชุมนั้นเองท่านเจริญท่านก็ให้ความเห็นว่าเราควรจะรอมชอมกัน แล้วก็ทําให้การประชุมนั้นดําเนินการไปด้วยดีเพื่อภาพลักษณ์ของรัฐสภาของเรา ก็โดย ให้ความเห็นว่าสิ่งที่เราประชุมกันเมื่อวานนี้เราคงจะไม่ขอยกกลับมาพูดกันอีก เราคงจะขอ เดินหน้าไปในมาตรา ๒ เลยนะครับ แล้วในรายละเอียดที่ผมเองนั้นก็ได้เสนอในที่ประชุม ในวิป ๓ ฝ่ายที่หารือกันนะครับว่า เหตุการณ์ที่ผมได้สังเกตการณ์เมื่อวานนี้มันไม่สามารถ ดําเนินการประชุมได้
ประการแรก ก็คือการตัดสิทธิ ๕๗ ท่าน ที่เรากําลังถกอยู่ในเช้าวันนี้ ผมเองก็ได้เรียนว่าตามที่เมื่อวานนี้เองนั้นท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ดี ผมเองก็ได้อ่าน ข้อบังคับก็ดี มาตราในรัฐธรรมนูญก็ดี ซึ่งเห็นว่าตรงนั้นค่อนข้างจะถูกต้องในมุมมองของผม และในการดําเนินการประชุมเมื่อวานนี้ก็มีการลงมติไปเรียบร้อยแล้ว ก็ทําความเห็นว่า ใน ๕๗ ท่านนั้นถูกตัดสิทธิขอให้ยอมรับ แต่สิทธิของท่านนั้นยังมีอยู่เหมือนเดิมก็คือว่า ในมาตราที่กรรมาธิการขอแก้ไขนั้นท่านมีสิทธิที่จะขออภิปรายตามประเด็นตามมาตรานั้นได้ อันนี้สิทธิยังคงมีอยู่ เราก็ได้คุยในประเด็นนี้ แล้ววิธีการผมเองก็ขอร้องว่าทุกครั้งเราประชุม ร่วมกันในรัฐสภานี้ ไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ในรายชื่อที่ไม่ถูกบรรจุไว้ ในกรรมาธิการขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตตินั้น เราก็จะส่งชื่อไปให้ท่านประธาน เพื่อให้ ท่านประธานนั้นได้ลําดับฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภาสลับกันอภิปรายไป ก็เพื่อจะทํา ให้การประชุมนั้นดําเนินการไปได้อย่างราบรื่น อันนี้ในที่ประชุมก็ได้รับฟังความเห็น ก็บอกว่าจะมาช่วยกันทําให้การประชุมตรงนี้ดําเนินการไปได้
ประการที่ ๒ ที่ท่านเจริญได้บอกว่าอย่าพูดถึงอีกก็คือว่าเมื่อวานนี้มันก็ มีเหตุการณ์ที่ชุลมุนวุ่นวายในรัฐสภาในห้องประชุมแห่งนี้ ซึ่งมีทั้งตํารวจอะไรต่าง ๆ นานา ก็ถือว่าเอาละเราจะไม่พูดกันต่อไปนะครับ
ประการที่ ๓ ก็คือว่าเมื่อท่านประธานเองขอร้องหรือเรียกให้ผู้อภิปรายหรือ ผู้แปรญัตตินั้นได้พูด ก็ขอให้ผู้นั้นได้พูด เพราะสภาพเมื่อวานนี้เองเรามีการประท้วง แต่การประท้วงในรูปแบบในรัฐสภาแห่งนี้มันปรับเปลี่ยนไปครับ คือมีการประท้วงกันเอง พอประท้วงกันเองก็เลยไม่รู้จะดําเนินการประชุมอย่างไร ท่านประธานก็คงจะต้องลําบาก ผมเองก็ได้เสนอว่าเมื่อถึงคิวท่านพูดท่านก็ต้องอภิปรายไปในประเด็น ในมาตราที่กําลัง แปรญัตติกันอยู่นะครับ ตรงนี้ก็ได้หารือกันทั้ง ๓ ประเด็นนี้ ที่ประชุมทั้ง ๓ ฝ่าย ได้หารือกัน ว่าจะไปพูดคุยในส่วนของตนเองนั้นเพื่อให้การประชุมวันนี้เดินหน้าไปด้วยดี แต่สิ่งหนึ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนในที่ประชุมแห่งนี้นะครับว่า ผมเองเป็นวิป ผมรู้บทบาทความเป็นวิปดี ถ้าวิปนั้นไม่มีความสําคัญต่อการประชุมสภาก็ดี ไม่มีความสําคัญต่อพรรคการเมืองก็ดี ผมคิดว่าโครงสร้างการเมืองการปกครองคงไม่มีวิปแน่นอน ฉะนั้นวันนี้วิปจะต้องทํางานครับ ต้องเสียสละครับ ที่จะต้องเห็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้งมากกว่า ประโยชน์ส่วนตน ฉะนั้นการดําเนินการทั้งหลายในสภาแห่งนี้ต้องอาศัยวิป ผมเลยเรียกร้อง ว่าเราคงจะต้องประชุมกันบ่อย ๆ ด้วย ถึงแม้การประชุมนั้นอาจจะไม่สามารถเกิดขึ้น อย่างเป็นทางการ ก็อาจจะให้ท่านเจริญ จรรย์โกมล ในฐานะที่ท่านเองเป็นผู้ที่ริเริ่ม รวมทั้ง ท่านเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เองทั้ง ๒ ท่านนี้ให้เป็นแกน แล้วให้วิปทั้ง ๓ ฝ่ายมาหารือกัน เมื่อเกิดข้อโต้แย้งในที่ประชุมแห่งนี้ จึงขอเรียนให้ที่ประชุมได้ทราบดังนี้ครับ ขอบคุณครับ