รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕

เหวง โตจิราการ พูดถึงการสนับสนุนพิธีสารเพื่อแก้ไขข้อบทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าระหว่างไทยกับจีน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรฐานระดับท้องถิ่นและความเท่าเทียมกันในการปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช และเรียกร้องให้ประเทศจีนปรึกษาหารือกับประเทศไทยเกี่ยวกับมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เพื่อให้การลงนามในพิธีสารนี้มีความโปร่งใสและได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องกราบเรียน ท่านประธานผมสนับสนุนพิธีสารเพื่อผนวกข้อบทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงการค้าสินค้า ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกสมาคม ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ในความเห็นส่วนตัวของผมนี่การพิจารณา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็มีอยู่ ๒ เรื่องครับ ก็คือเรื่องประโยชน์กับเรื่องผลเสีย สิ่งที่เรา จะทําก็คือเราต้องพยายามที่จะสร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศไทยหรืออาเซียนให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็คือว่าจํากัดผลเสียให้น้อยที่สุด ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานในเอกสาร ประกอบการอภิปรายนี่ได้มีตัวเลขทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน แล้วระหว่างอาเซียนกับประเทศจีนนี่ชัดเจน แล้วท่านก็จะเห็นว่าแต่ละปีตัวเลขสูงขึ้นไป เป็นลําดับ ๆ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับในปี ๒๐๐๙ ก็คือ ประมาณ ๓-๔ ปีที่ผ่านมามูลค่าระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน ๓๓,๒๐๘ ล้านยูเอส เพราะฉะนั้นเอา ๓๐ คูณเข้าไปก็ประมาณเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วปีต่อมาก็ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ปีต่อมาก็ ๕๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วปีปัจจุบัน ๓๓,๐๐๐ ล้านบาทก็คือครึ่งปี เพราะฉะนั้นถ้าทั้งปีก็น่าจะเป็น ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเราต้องมองเห็นอนาคต แล้วขณะเดียวกันผมมองเห็นด้านสดใสมากกว่าด้านที่เป็นอุปสรรคหรือด้านมืด ผมเห็นว่า ประเทศจีนเป็นตลาดสินค้าขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือสินค้าการเกษตร ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสินค้าการเกษตรทุกชนิดของเราจะสามารถขายได้จํานวนมาก ๆ ในประเทศจีนไม่เพียงแต่ข้าว ซึ่งขณะนี้เราก็ทราบแล้วว่ารัฐบาลได้ดําเนินการขายจี ทู จี (G to G) กับประเทศจีนจํานวนมหาศาล ซึ่งอันนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเวลาขาย จี ทู จีจําเป็นต้องรักษามารยาททางการค้าระหว่างประเทศด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น อะไรบางอย่างที่ไม่สมควรจะเปิดเผยเขาก็จะไม่เปิดเผยกัน เพราะมันกระทบกระเทือน การเมืองในประเทศของเขา ขณะเดียวกันก็กระทบกระเทือนในเรื่องราคาในการซื้อขาย แล้วเราก็ต้องระวังคู่แข่งของเราในการที่จะมาแย่งตลาดการค้าจากเราไป เพราะฉะนั้น ผมหวังเป็นอย่างยิ่งในอนาคตนี่ทุเรียนต้องขายเข้าไปในประเทศจีนให้มากที่สุด ลําไย เงาะ มังคุด ลองกอง สารพัดอย่างจะต้องขายเข้าไปในประเทศจีนแล้วก็ตัวเลขจะต้องขายให้ได้มากขึ้น แล้วที่ผ่านมาผมทราบว่ามันมีอุปสรรคก็คือว่าประเทศจีนเขามีมาตรการในการที่จะกลั่นกรอง ผมใช้คําว่ากลั่นกรอง เพื่อฟังให้ดูเป็นมิตร แต่หลายท่านอาจจะบอกว่าเป็นการกีดกันหรือ ขัดขวางก็ได้ในอดีตที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นพิธีสารอันนี้จะแก้ไขปัญหานี้ได้เลย เพราะหากว่า รัฐสภาเรารับรองพิธีสารตามมาตรา ๑๙๐ ในวันนี้แล้วในนี้ก็บอกชัดว่าวัตถุประสงค์ของ พิธีสารอันนี้ก็คือว่าอํานวยความสะดวกและส่งเสริมการค้าสินค้าระหว่างประเทศ ไม่ก่อให้เกิดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่จําเป็น นี่คือจุดมุ่งหมายเลยนะครับ หากว่าเรารับแล้ว ก็ผ่านไปแล้วได้ทําการตกลงกับประเทศจีนแล้วก็สามารถที่จะคุยกับประเทศจีนได้ว่าต่อไปนี้ ท่านไม่สามารถที่จะสร้างอุปสรรคทางการค้าโดยสาเหตุต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้เนื่องจากว่าพิธีสาร ที่ลงนามร่วมกันได้ผูกมัดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วไม่เพียงแต่เป็นการระบุว่าไม่ก่อให้เกิด อุปสรรคทางการค้า ข้อ ๒ ก็คือเสริมสร้างความร่วมมือ เพราะฉะนั้นพิธีสารอันนี้ เป็นมิตรระหว่างประเทศที่เซ็นพิธีสารร่วมกัน ในนี้เขียนชัดว่าเสริมสร้างความร่วมมือรวมถึง การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วย ตั้งแต่การเตรียมการ การจัดทํา การนํามาใช้ การใช้มาตรฐาน กฎระเบียบและเทคนิค รวมถึงกระบวนการการตรวจสอบและรับรอง เพราะฉะนั้น ท่านประธานลองไปอ่านดูสิครับ ผมว่าพิธีสารอันนี้เป็นข้อเสนอที่สร้างสรรค์เป็นอย่างยิ่งเลย แล้วมองการค้าในลักษณะที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่มองการค้าในลักษณะที่จะต้องบดขยี้กัน ให้แหลกลาญลงไปหรือเอาเปรียบซึ่งกันและกัน ในอดีตที่ผ่านมาผมจําได้บางประเทศเขาติว่า ผักของประเทศไทยมีแมลงอย่างโน้นอย่างนี้บ้างละ เป็นเรือเลยนะครับส่งไป ๑๐ ลําเรือ เอากลับหมดเลยอย่างนี้ ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจ แล้วมันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล หรือกุ้งกุลาดําก็เหมือนกันเราเคยส่งไปประเทศแถบอเมริกาหรือแถบยุโรปเขาติ เขาอาจจะสุ่ม เอากุ้งเป็นจํานวนหนึ่งไม่กี่กิโลกรัมครับเทียบกับเรือทั้งลําเป็นร้อยตัน เขาไปพบอะไร บางอย่างเท่านั้นเองถ้าไม่พอใจเขาส่งมาทั้งหมด สิ่งนี้มันจะไม่เกิดขึ้นถ้าหากว่าเรามีพิธีสารอันนี้

ข้อต่อมาก็คือว่าส่งเสริมความเข้าใจร่วมมือเกี่ยวกับมาตรฐาน เมื่อสักครู่นี้ ร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการเตรียมการการจัดทําและการนํามาใช้ ข้อต่อมาก็คือ ส่งเสริมความเข้าใจร่วมเกี่ยวกับมาตรฐาน กฎระเบียบ เทคนิค และกระบวนการตรวจสอบ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ประเทศจีนจะอ้างอย่างโน้นอย่างนี้ คือผมไม่ได้สันทัดจัดเจนในการค้า แต่ผมทราบจากเพื่อน ๆ ที่เขาทําการค้ากับประเทศจีนว่ามันมีมาตรฐานระดับมณฑล ลงไปถึงเมืองที่เราเรียกว่าจังหวัด ลงไปถึงที่เราเรียกว่าตําบล หรืออําเภอ หรือลงไปถึง หมู่บ้านด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าพิธีสารอันนี้ได้รับการรับรองแล้วก็มีการลงนาม ทั้ง ๒ ฝ่ายแล้ว ทางประเทศจีนจะอาศัยสิ่งนี้มาเป็นเครื่องกลั่นกรอง หรือเป็นอุปสรรค หรือทําให้ขัดขวางในเรื่องการค้าของเราไม่ได้นะครับ

ทีนี้ผมอยากจะกราบเรียนประเด็นสั้น ๆ เพื่อให้ท่านประธานเห็นประโยชน์ ของพิธีสารฉบับนี้ ในข้อ ๑๗ ได้ระบุไว้เลยว่าข้อสําคัญคือต้องวิเคราะห์ความเสี่ยง ในนี้บอกชัดเลยว่ากลุ่มประเทศภาคียอมรับว่าการวิเคราะห์ความเสี่ยงเป็นเครื่องมือในการ สร้างมาตรฐาน สร้างความมั่นใจว่ามาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชบนพื้นฐานของ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และกลุ่มประเทศภาคีมั่นใจในมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัย พื้นฐานของพืชตั้งอยู่บนพื้นฐานการประเมินความเสี่ยงต่อชีวิตมนุษย์ ชีวิตสัตว์ และพืช เพราะฉะนั้นทุกประเทศที่รับพิธีสารนี้ต้องปฏิบัติไปตามมาตรการอันนี้ นอกจากนี้สิ่งที่ทําให้ ผมสบายใจขึ้นมากเลยก็คือในนี้ระบุถึงความเท่าเทียมกัน แปลว่าประเทศจีนกับเรา ต้องเท่าเทียมกัน แล้วประเทศจีนกับประเทศอาเซียนทั้งหลายก็ต้องเท่าเทียมกันด้วย ในนี้บอกชัดเจนว่าประเทศภาคีจะต้องพิจารณายอมรับมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ของประเทศสมาชิกอื่น ๆ ภายใต้หลักการแห่งความเท่าเทียมกัน ทีนี้ถ้ามองในแง่บวก ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้วว่าเขาต้องการที่จะลดอุปสรรคทางการค้า เขาต้องการที่จะ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อมนุษย์ และสัตว์ และพืช แล้วในนี้ได้ตอกย้ําว่าแต่ละประเทศนี่ ต้องอยู่ภายใต้หลักการของความเท่าเทียมกัน แล้วก็มาตรการนั้นจะต้องนําไปสู่ระดับ ที่เหมาะสมในการคุ้มครองในระดับเดียวกันด้วย

อีกประการหนึ่ง ก็คือว่าเมื่อมีคําร้องขอกลุ่มประเทศภาคีจะต้องปรึกษาหารือกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะปฏิรูปการจัดการร่วมกัน นี่อย่างไรครับ คือสมาชิกหลายท่านอาจจะ มีความรู้สึกกังวลใจว่าถ้ามันมีความเหลื่อมล้ําหรือมีการใช้อํานาจที่ไม่เท่าเทียมกัน ข้อนี้จะให้หลักประกันครับ เราสามารถมีคําร้องขอได้ครับ เมื่อมีคําร้องขอกลุ่มประเทศภาคี จะต้องปรึกษาหารือกันเห็นไหมครับ สมมุติถ้าหากว่าใครก็ตามมีความรู้สึกว่าทางประเทศจีน เขาจะเอาเปรียบเรา เรื่องหอมหัวใหญ่ เรื่องลําไย หรือสารพัดเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เราก็สามารถที่จะอ้างข้อ ๒๐ นี่มาขอร้องให้ประเทศจีนมาปรึกษาหารือกับเรา โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะบรรลุการจัดการร่วมกันเกี่ยวกับยอมรับความเท่าเทียมกันของ มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ดังนั้นจึงกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า พิธีสารนี้ค่อนข้างจะครบถ้วน แล้วก็รัดกุมและรอบคอบในการที่จะสร้างความเท่าเทียมกัน อย่างแท้จริง ทําให้การทํามาค้าขายนี่เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เป็นไปอย่างมิตรภาพนะครับ

ข้อต่อมาในเรื่องความโปร่งใส คือที่ผ่านมาผมได้ฟังเพราะเพื่อนผมทํางาน ในเรื่องการค้าอยู่เยอะเขามีความรู้สึกว่า นี่มองจากมุมของเรานะครับ ซึ่งมองจาก มุมของเราแน่นอนครับเราต้องเข้าข้างตัวเอง เพราะฉะนั้นคนไทยก็มีความรู้สึกว่าในอดีต ที่ผ่านมานี่ประเทศจีนทําหลายอย่างไม่โปร่งใสหรือเอารัดเอาเปรียบ ทีนี้ถ้าหากว่าเราลงนาม ในพิธีสารนี่เรื่องนี้ก็จะหมดไปครับ เพราะในนี้ตราไว้ชัดเจนในเรื่องความโปร่งใส ข้อ ๒๑ กลุ่มประเทศภาคีจะต้องแจ้งมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ต้องแจ้งนะครับ ที่จะเสนอให้ ณ จุดติดต่อซักถาม คือหมายความว่าท่านจะต้องมีจุดติดต่อ ซึ่งอันนี้ เป็นรายละเอียดอีกทีซึ่งผมจะขออนุญาตไม่ลงสู่รายละเอียดครับ แล้วก็การแจ้งนี่นะครับ มาตรการสุขอนามัยนี่ต้องแจ้งอย่างรวดเร็วเลย ก็คือผ่านช่องทางทางอิเล็กทรอนิกส์ ขณะเดียวกันต้องแจ้งต่อสํานักงานเลขาธิการองค์การการค้าโลกด้วย ท่านประธานเห็นไหม จากพิธีสารอันนี้เราสามารถเกาะเกี่ยวไปยังองค์กรระดับโลกในการที่จะให้ความเป็นธรรมกับเราได้ สมมุตินะครับ นี่แค่สมมุติเท่านั้นเองว่าถ้าหากเรามีความรู้สึกว่าประเทศจีนเขาเอาเปรียบ อย่างโน้นอย่างนี้ อย่างโน้นอย่างนี้ ตามที่สมาชิกบางท่านก็มีความห่วงใยซึ่งเป็นความห่วงใย ที่ผมเข้าใจและผมเคารพ แต่ในนี้ก็เขียนไว้แล้วว่าถ้าหากมีเช่นนั้นจริงเราสามารถที่จะ ไปอ้างอิงความยุติธรรมจากองค์การการค้าโลกได้เลยทีเดียว นอกจากนี้ประเทศภาคี แต่ละฝ่าย จะต้องให้เอกสารฉบับเต็มของมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชที่ทําการแจ้งกับ ประเทศผู้ร้องภายใน ๑๕ วันทําการหลังจากที่ได้รับคําร้องขออย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าเราไม่สบายใจในเรื่องมาตรการของเขานี่แปลว่าเขาต้องส่งลายลักษณ์อักษรมาให้เรา ภายใน ๑๕ วันที่เราร้องขอ ซึ่งอันนี้ผมถือว่าเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ในการที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย แล้วก็ประเทศภาคีจะต้องอนุญาตให้ประเทศภาคีอื่น แสดงข้อคิดเห็นอย่างน้อย ๖๐ วัน ยกเว้นกรณีที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตหรือสุขภาพมนุษย์ สัตว์ หรือพืช อย่างสมมุติถ้าเราไม่พอใจเขาเขาต้องชี้แจงเราภายใน ๖๐ วัน เพราะฉะนั้น ตรงนี้เป็นประโยชน์ แล้วประเทศภาคีแต่ละฝ่ายจะต้องแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเอสพีเอส (SPS) ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการค้าทวิภาคีระหว่างประเทศภาคีในเวลาที่เหมาะสม ดังนั้น โดยสรุปมีรายละเอียดเยอะแยะ ผมคงไม่เอารายละเอียดทุกประการมากราบเรียน ท่านประธาน แต่กราบเรียนท่านประธานในภาพรวมเลยว่าการลงนามในพิธีสารอย่างนี้ จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยและจะทําให้การค้าขายระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน เพิ่มทวีตัวสูงขึ้น และประเทศไทยจะได้ประโยชน์มากกว่าประเทศจีน ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน