ภูมิ เสนอรัฐฯ พิจารณาพิธีสารกรุงมาดริด

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕

ภูมิ สาระผล เสนอให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบพิธีสารเกี่ยวกับความตกลงกรุงมาดริด เพื่ออำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ โดยอ้างถึงประโยชน์ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับประเทศคู่ค้าหลัก รวมถึงการบรรลุเป้าหมายในแผนงานเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และชี้แจงว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าที่เกี่ยวข้องแล้ว

นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ในนาม ของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอเรื่องพิธีสารเกี่ยวกับความตกลงกรุงมาดริดเกี่ยวกับ การจดทะเบียนระหว่างประเทศของเครื่องหมาย ให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ก่อนมอบให้ กระทรวงการต่างประเทศดําเนินการเพื่อเข้าเป็นภาคีต่อไป โดยมีสาระสําคัญ และประโยชน์ของการเข้าเป็นภาคีดังนี้ สาระสําคัญ คือ

ประการที่ ๑ พิธีสารมาดริดเป็นข้อตกลงภายใต้กรอบความร่วมมือ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ได้จัดทําขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒ และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๓๘ เพื่ออํานวยความสะดวกในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศของ ประเทศสมาชิก ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกทั้งหมด ๘๗ ประเทศ หรือคิดเป็นร้อยละ ๔๔.๘ ของจํานวนประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศคู่ค้าของประเทศไทย เช่น สหภาพยุโรป ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศจีน รวมทั้งประเทศสมาชิก อาเซียน ๓ ประเทศ คือ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเวียดนาม และประเทศฟิลิปปินส์

ประการที่ ๒ การดําเนินการเข้าเป็นภาคีพิธีสารมาดริดถือเป็นการบรรลุ เป้าหมายที่กําหนดไว้ในแผนงานเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่ระบุให้สมาชิกอาเซียน ทุกประเทศเข้าเป็นภาคีพิธีสารมาดริดภายในปี ๒๕๕๘ เพื่อช่วยอํานวยความสะดวก ในการยื่นคําขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของผู้ประกอบการในต่างประเทศ ซึ่งจะรวมถึงในประเทศสมาชิกอาเซียนด้วย

ประการที่ ๓ คือเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๕ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติ หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยแก้ไขเพิ่มเติม ในส่วนที่เกี่ยวกับการเข้าเป็นภาคีพิธีสารมาดริด และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นบางส่วนของราชการที่เกี่ยวข้องไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเพื่อนําเสนอ สภาผู้แทนราษฎรต่อไป และ

ประการที่ ๔ พิธีสารมาดริดเป็นเครื่องมือที่สําคัญทางการค้าที่จะช่วย อํานวยความสะดวกในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และการบริหารจัดการสิทธิ กล่าวคือ ผู้ขอจดทะเบียนสามารถยื่นคําขอเพียงฉบับเดียวก็จะมีผลเท่ากับยื่นคําขอ ในหลายประเทศพร้อมกัน โดยเจ้าของเครื่องหมายการค้าสามารถขอรับความคุ้มครอง ในประเทศอื่น ๆ ซึ่งเป็นสมาชิกพิธีสารได้ในภายหลัง เจ้าของเครื่องหมายการค้าสามารถ ต่ออายุเครื่องหมายการค้าพร้อมกันได้

ในส่วนของประโยชน์และความจําเป็นในการเข้าพิธีสารมาดริดมีดังนี้ครับ

ข้อที่ ๑ ประเทศไทยได้ให้ความสําคัญกับการส่งเสริมการสร้างสรรค์ นวัตกรรม โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๘๖ (๒) ที่บัญญัติให้รัฐ ต้องดําเนินการส่งเสริมการประดิษฐ์หรือการค้นคิดเพื่อให้เกิดความรู้ใหม่ รักษาและพัฒนา ภูมิปัญญาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย รวมทั้งให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ ก็ให้ความสําคัญกับบทบาท ทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการยกระดับมาตรฐานของสินค้าและบริการ

ข้อที่ ๒ ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น โดยในปี ๒๕๕๔ มีผู้สนใจยื่นคําขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สิน ทางปัญญา ๓๘,๙๕๐ คําขอ เป็นคําขอของผู้ประกอบการไทยถึง ๒๓,๔๕๗ คําขอ คิดเป็นร้อยละ ๖๐ ขณะที่เป็นคําขอของผู้ประกอบการต่างชาติ จํานวน ๑๕,๔๙๓ คําขอ คิดเป็นร้อยละ ๔๐ ซึ่งผู้ประกอบการไทยส่วนหนึ่งเป็นผู้ส่งออกที่ต้องการขอรับการคุ้มครอง เครื่องหมายการค้าในต่างประเทศด้วย แต่ไม่มีโอกาสเนื่องจากการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในต่างประเทศแต่ละประเทศมีขั้นตอนและกระบวนการที่ยุ่งยากแตกต่างกันไป และค่าใช้จ่ายในการดําเนินการดังกล่าวมีอัตราสูง

ประโยชน์ข้อที่ ๓ ก็คือการเข้าเป็นภาคีพิธีสารเกี่ยวกับความตกลงกรุงมาดริด จะช่วยให้ผู้ประกอบการของไทยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศได้สะดวก ลดระยะเวลา ลดขั้นตอนความซับซ้อน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในส่วนของ การดําเนินการยื่นคําขอเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ เช่นค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนาย เพื่อดําเนินการแทนในต่างประเทศ รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีสามารถขยายธุรกิจ และสินค้าไทยไปยังต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น สามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดมากขึ้น ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้กับ ผู้ประกอบการไทยว่าสินค้าที่ส่งออกไปขายจะไม่ถูกละเมิดหรือถูกลอกเลียนแบบ ส่งผลให้เกิดความมั่นใจในการลงทุน

ประโยชน์ข้อที่ ๔ คือผู้ประกอบการไทยสามารถยื่นคําขอจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าเพียงคําขอเดียว ใช้ภาษาเดียว เพียงแห่งเดียวที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประเทศไทย เพื่อขอรับความคุ้มครองในประเทศสมาชิกพิธีสารกรุงมาดริดได้ถึง ๘๗ ประเทศในคราวเดียวกัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่า การเข้าเป็นภาคีพิธีสารเกี่ยวกับความตกลงกรุงมาดริดจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบไทย และประชาชนไทยโดยส่วนรวม จึงขอให้รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบการเข้าเป็นภาคีพิธีสาร เกี่ยวกับความตกลงกรุงมาดริดเกี่ยวกับการจดทะเบียนระหว่างประเทศของเครื่องหมาย ขอขอบคุณครับ