ชรินทร์ หาญสืบสาย หารือเรื่องความตกลงทางการค้าระหว่างอาเซียน-จีน โดยเน้นย้ำถึงผลประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการมีความตกลงดังกล่าว และเรียกร้องให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบโดยเร็วเพื่อให้ผู้นำของประเทศไทยไปลงนามในข้อตกลงนี้
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตาก ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ในพิธีสารเพื่อผนวกข้อบทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า และมาตรการ สุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงทางการค้าสินค้าภายใต้กรอบ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่จริงแล้วจากคําชี้แจงของ ท่านรัฐมนตรีศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ แล้วก็จากเอกสารที่ผมได้อ่านมาบ้างนี่นะครับ ก็ทําให้ เข้าใจว่าพิธีสารนี้ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่เพิ่มเติมจากข้อตกลงที่ประเทศสมาชิกอาเซียน มีกับประเทศจีนไว้แล้ว ก็สืบเนื่องมาจากกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับประเทศจีน ซึ่งได้มีการลงนามกันแล้วตั้งแต่วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ ซึ่งก็เกือบ ๑๐ ปีมาแล้ ส่วนสําคัญที่สุดในกรอบความตกลงนี้ก็คือ ความตกลงด้านการค้าสินค้า ด้านการค้าบริการ แล้วก็ด้านการลงทุน ซึ่งก็มีข้อตกลง แยกออกมาต่างหาก ซึ่งประเทศไทยก็ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงนี้ไปตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ หรือประมาณ ๘ ปีมาแล้วนะครับ แล้วก็มีผลบังคับตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม ๒๕๔๘ เป็นต้นมา นับตั้งแต่เรามีความตกลงดังที่ผมได้พูดมานี้ การค้าของ อาเซียนกับประเทศจีนก็ได้เจริญเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะประเทศไทยเราเองนั้น กล้าพูดได้เลยว่าผลพวงจากความตกลงอาเซียนกับประเทศจีนนี้ในด้านการค้านั้น ทําให้ประเทศไทยเราส่งสินค้าไปประเทศจีนมากขึ้นอย่างมากมาย เช่นเดียวกับที่ประเทศจีน ส่งมาประเทศไทย ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของผลประโยชน์ ที่ได้รับจากการทําเอฟทีเอระหว่างกัน ผลพวงจากการลดภาษีเอฟทีเอระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนภายใต้กรอบอาเซียน-จีนนี้ ทําให้ปัจจุบันนี้อัตราภาษีนําเข้าได้มีการลดลงไป สินค้าปกติทั่วไปนั้นลดลงเหลือ ๐ เปอร์เซ็นต์ถึงประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของรายการการค้าทั้งหมด แล้วก็เหลืออีกประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็เป็นรายการสินค้าอ่อนไหวซึ่งอัตราภาษีก็ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ซึ่งก็เป็น ส่วนน้อยมีไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเรากล่าวได้ว่าการมีเอฟทีเอระหว่างกันนั้น เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ สมควรอย่างยิ่งที่ประเทศไทยเรานี่จะต้องไม่นิ่งเฉยในกรณีที่ประเทศต่าง ๆ มีการรวมกลุ่มกัน เราก็จะต้องไปมีส่วนร่วมอยู่ด้วย มิฉะนั้นแล้วเราก็จะเสียเปรียบประเทศอื่น ที่เขามีข้อตกลงระหว่างกัน สําหรับในพิธีสารที่มีการนําเสนอ คณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามา ในวันนี้ ว่าไปแล้วก็เป็นส่วนเพิ่มเติมจากเดิมที่มีเฉพาะข้อตกลงเรื่องการค้าก็จะมีขอเพิ่มเติม ในเรื่องเกี่ยวกับข้อความเกี่ยวกับอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าหรือเทคนิคอล แบร์ริเออร์ส ทู เทรด (Technical Barriers to Trade) ส่วนหนึ่งที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสินค้า อุตสาหกรรมโดยเฉพาะ แล้วอีกส่วนหนึ่งก็เป็นมาตรการทางด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ภาษาอังกฤษก็คือแซนนิเทอรี แอนด์ ไฟโตแซนนิเทอรี เมชเชอร์ (Sanitary and Phytosanitary measures) ซึ่งเป็นเรื่องที่ว่าไปแล้วก็อยู่ในความตกลงขององค์การการค้าโลก ทั้งสิ้นคือดับเบิลยูทีโอ (WTO) ซึ่งเป็นองค์การที่ควบคุมกฎระเบียบข้อบังคับของการค้าโลก อยู่ในปัจจุบัน ในระยะที่ได้ผ่านมาทั้ง ๆ ที่เรายังไม่มีความตกลงตรงนี้เลยนี่การค้าระหว่าง อาเซียน-จีนก็เป็นไปด้วยดี แล้วประเทศไทยก็ได้ประโยชน์จากนี้เต็มที่เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นด้วยความจําเป็นที่เห็นว่าเรายังขาดตรงนี้อยู่ แล้วทางเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจ อาเซียน-จีนก็ตกลงกันว่าสมควรที่จะต้องจัดทําความตกลงตรงนี้ขึ้นมาเพื่อให้ความตกลง ทางด้านการค้าและบริการระหว่างอาเซียน-จีนนั้นมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในเรื่องนี้ ประเทศต่าง ๆ ก็ลงนามหมดแล้ว เรียบร้อยไปแล้ว แต่ประเทศไทยเราเนื่องจากว่าเราจะต้อง นํามาเข้าขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนนี่ทําให้ของเรานี่ค่อนข้างจะช้าหน่อย ประเทศอื่น เขาเตรียมพร้อมหมดแล้ว ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีความตกลงพร้อมกันที่จะมีการลงนามในพิธีสาร คือเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจอาเซียน-จีนได้เห็นชอบให้ตั้งคณะทํางานขึ้นมาจัดทําข้อบท ในเรื่องทีบีที (TBT) คือข้ออุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าหรือว่าทีบีทีคือเทคนิคอล แบร์ริเออร์ส ทู เทรด และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชนี่คณะทํางานได้จัดทําพิธีสารต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว แล้วก็จะมีการนําเสนอให้ผู้นําอาเซียนลงนามกันในการประชุมที่จะมาถึง ในเดือนพฤศจิกายนศกนี้ เพราะฉะนั้นพิธีสารดังกล่าวเป็นความจําเป็นอย่างยิ่งที่ทางรัฐสภา จะต้องให้ความเห็นชอบโดยเร็วเพื่อให้ทันที่จะให้ผู้นําของเราไปลงนามในข้อตกลงนี้ เพราะฉะนั้นในส่วนตัวผมเองซึ่งก็ติดตามเรื่องการตกลงการค้ามาโดยตลอดจะเห็นว่าพิธีสารนี้ เป็นเรื่องประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับประโยชน์เต็มที่ อย่างไรก็ตาม ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเราไปดูในเอกสารพูดถึงว่าสาระสําคัญมีอยู่ส่วนหนึ่งที่พูดถึงว่าในส่วนที่เกี่ยวกับอุปสรรค ทางการค้าทางด้านเทคนิคหัวข้อสําคัญก็เกี่ยวกับการยอมรับกฎระเบียบทางเทคนิค มาตรฐาน และกระบวนการตรวจสอบและรับรองระหว่างกัน ความโปร่งใส การปรึกษาหารือ ทางเทคนิค ความร่วมมือทางวิชาการ และจุดติดต่อ เป็นต้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับวิชาการล้วน ๆ เลย ข้อสําคัญพิธีสารนี้จะกําหนดหลักเกณฑ์ว่าเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับการค้าระหว่างกัน ระหว่างอาเซียน-จีนจะต้องไม่มีกฎระเบียบทางเทคนิคใด ๆ ที่จะทําให้เป็นอุปสรรคต่อการค้า อุปสรรคอาจจะมีขึ้นได้เหมือนกันแต่เข้าใจว่าทางวัตถุประสงค์ของการกําหนดพิธีสารอันนี้ ขึ้นมาก็เพื่อที่จะควบคุมมิให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นใช้มาตรการอุปสรรคทางด้านเทคนิคเกินกว่า ที่กําหนดไว้ในดับเบิลยูทีโอ ที่ระบุไว้ในดับเบิลยูทีโอ แต่อย่างไรก็ตามในการทําพิธีสารตรงนี้ ผมก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีให้ความเชื่อมั่นว่าจะไม่ทําให้ประเทศไทยเราต้องเสียเปรียบ ประเทศอื่น อันนี้รวมทั้งกรณีของสินค้าเกษตรด้วย สินค้าอุตสาหกรรมไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไร เพราะว่าเป็นเรื่องเทคนิคที่ผู้ประกอบการของเรามีความสามารถ ต้องยอมรับนะครับ ผู้ประกอบการของเราด้านการอุตสาหกรรมเราก็ไม่แพ้ประเทศใดประเทศหนึ่ง ยกเว้นอันไหนที่เราทําไม่ได้เราก็นําเข้ามาอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย แต่สําหรับสินค้าเกษตรนั้นประเทศจีนเขามีความก้าวหน้าทางสินค้าเกษตรค่อนข้างจะมาก เพราะฉะนั้นในอาเซียนเองเราก็ถือเป็นผู้นําด้านการเกษตร ในความตกลงใด ๆ เกี่ยวกับ มาตรการทางด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีให้ความเชื่อมั่นว่า เราจะไม่ไปดําเนินการอะไรที่เป็นการเสียเปรียบ ทําให้เกษตรกรของประเทศไทยเรานั้น ต้องรับภาระหนักมากขึ้นในการที่จะต้องเจอมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษีเกี่ยวกับ เรื่องสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เช่นสารตกค้างหรือโรคแมลงต่าง ๆ จะต้องมีลักษณะที่ว่า ถ้าเขากีดกันเราเราก็ต้องกีดกันเขา ในการค้านั้นเราอย่าไปนึกว่าเขาจะเอาเปรียบเรา เราจะเอาเปรียบเขา แต่ทําอย่างไรเราถึงจะร่วมมือกันให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นที่เรา ไปทําข้อตกลงกับประเทศจีนภายใต้กรอบอาเซียนนั้น ก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าขอให้ระมัดระวัง เรื่องนี้ว่าอย่าให้เกษตรกรไทยของเรา ซึ่งเราก็ถือว่าเกษตรกรเรายังไม่เก่งมากนัก เมื่อเทียบกับประเทศจีน จะต้องอยู่ในสถานะที่จะแข่งขันได้ ผมก็ขอสนับสนุนพิธีสารนี้ครับ ขอบคุณมากครับ