ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ เสนอความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาเกี่ยวกับพิธีสารเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในด้านกฎระเบียบทางเทคนิคต่อการค้าและสุขอนามัยพืช โดยขอให้สภาให้ความเห็นชอบพิธีสารดังกล่าว เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงการค้าสินค้าภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ สาธารณรัฐประชาชนจีน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร พรรคชาติไทยพัฒนา รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ รับมอบหมายจากรัฐบาลให้มาชี้แจงและนําเสนอเรื่องพิธีสารเพื่อผนวก ขอบทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เพื่อเป็น ส่วนหนึ่งของความตกลงการค้าสินค้า ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕ เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาก่อนที่จะลงนามในการประชุม ผู้นําอาเซียน-จีน ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ และมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ สาระสําคัญของความตกลงพิธีสารเพื่อผนวกข้อบทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น ได้ลงนามในความตกลงด้านการค้าสินค้าระหว่างอาเซียน-จีน ซึ่งกําหนดให้มีการเปิดเสรี และมีความร่วมมือทางการค้าระหว่างกัน มีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๔๘ แต่ไม่มี ข้อบทเกี่ยวกับอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ดังนั้นที่ประชุมรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจอาเซียน-จีน ครั้งที่ ๙ ณ เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๓ จึงเห็นชอบให้ขยายความร่วมมือในด้านอุปสรรคทางเทคนิค ต่อการค้า และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เพื่ออํานวยความสะดวกทางการค้า ระหว่างกัน โดยในส่วนของประเทศไทยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สํานักงาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและสํานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นผู้เจรจาหลัก อาเซียนและจีนนั้นได้จัดทําข้อบทดังกล่าวแล้วเสร็จและนําเสนอ ต่อที่ประชุมรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจอาเซียน-จีน ครั้งที่ ๑๐ ณ เมืองมานาโด ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ และเห็นชอบให้มีการจัดทําพิธีสารเพื่อผนวก ข้อบททั้งสองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงการค้าสินค้า ภายใต้กรอบความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและจีนเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป พิธีสารดังกล่าวประกอบด้วย สาระสําคัญ ๓ ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ ๑ ข้อบทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) อํานวยความสะดวกและส่งเสริมการค้าสินค้าระหว่างประเทศสมาชิก โดยที่กฎระเบียบ ทางเทคนิคมาตรฐาน และกระบวนการตรวจสอบและรับรอง จะต้องไม่ก่อให้เกิดอุปสรรค ทางการค้าที่ไม่จําเป็น (๒) เสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับมาตรฐาน กฎระเบียบ ทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรองของประเทศภาคี (๓) เสริมสร้าง ความร่วมมือต่าง ๆ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวกับการเตรียมการ การจัดทํา และการใช้มาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรอง และ (๔) เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการค้าระหว่างประเทศภาคีอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนที่ ๒ ข้อบทมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) อํานวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิก ในการที่คุ้มครองชีวิตหรือ สุขภาพของมนุษย์ สัตว์ หรือพืช ในอาณาเขตของตน (๒) ความโปร่งใสและความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้น ในการใช้บังคับระเบียบข้อบังคับและกระบวนการเกี่ยวกับมาตรการสุขอนามัยและ สุขอนามัยพืชของประเทศภาคีแต่ละฝ่าย (๓) เสริมสร้างความแข็งแกร่งของความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานรับผิดชอบหลักของแต่ละประเทศสมาชิก และ (๔) เสริมสร้างการนําเอา หลักการและระเบียบที่ระบุไว้ไปปฏิบัติ
ส่วนที่ ๓ บทบัญญัติสุดท้าย ซึ่งระบุเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม การระงับ ข้อพิพาท การเก็บรักษา และการมีผลใช้บังคับ ซึ่งพิธีสารฉบับนี้ จะมีผลใช้บังคับในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ประเทศภาคีไม่สามารถดําเนินกระบวนการภายใน ของตนภายในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ สิทธิและพันธกรณีของประเทศภาคีจะเริ่มต้น ณ วันที่ได้ดําเนินการแจ้งประเทศภาคีอื่นทั้งหมดถึงการดําเนินกระบวนการภายในของตน เพื่อให้พิธีสารฉบับนี้มีผลใช้บังคับ
ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดทําพิธีสารในครั้งนี้ จะทําให้ความตกลง ด้านการค้าสินค้าระหว่างอาเซียน-จีน มีความทันสมัยขึ้น รองรับภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศในปัจจุบันที่ลักษณะทางการค้าที่มีความซับซ้อน สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในด้านกฎระเบียบทางเทคนิคต่อการค้าและสุขอนามัยพืชอย่างเป็นระบบและมีแนวทาง การดําเนินการของประเทศสมาชิกที่อยู่บนมาตรฐานเดียวกันมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น จะช่วยอํานวยความสะดวกทางการค้าให้กับผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น
ในการจัดทําพิธีสารดังกล่าว รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ได้ดําเนินการต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๔ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง และวรรคสาม โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้ดําเนินการเพื่อการมีส่วนร่วมและได้จัดให้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ข้อมูล เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ ณ ห้องประชุม สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ และหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๕ ณ ห้องประชุมกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งที่ประชุม เห็นชอบกับพิธีสารดังกล่าว ทั้งนี้การจัดทําพิธีสารดังกล่าวเพื่อผนวกข้อบทอุปสรรค ทางเทคนิคต่อการค้า และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ไม่เกินขอบเขตของ กฎหมายไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน และอยู่ภายใต้กรอบขององค์การการค้าโลก และไม่มี ความจําเป็นต้องออกกฎหมายเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ดังนั้นเพื่อให้การจัดทําพิธีสารฉบับดังกล่าว เป็นไปตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๔ กระผมขอเสนอให้รัฐสภาได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบพิธีสาร เพื่อผนวกข้อบทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงการค้าสินค้า ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสาธารณรัฐประชาชนจีน ขอบคุณครับ