ชุมพล ศิลปอาชา หารือเรื่องการลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศที่ล่าช้า เนื่องจากมีข้อทักท้วงเกี่ยวกับมาตรา 190 และไม่สามารถลงนามได้ เขาเน้นย้ำว่าความล่าช้าไม่ได้เกิดจากความผิดของใคร แต่เป็นเพราะข้อตกลงอาเซียนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายหรือการไปลงทุน แต่เป็นการยอมรับสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพบุคลากรของแต่ละประเทศ เขายังขอโทษที่บุญยอดพูดแล้ว และตัดคำพูดนั้นไปเลย เพราะ มีประเทศ 9 ประเทศที่ได้เซ็นเอกสารแล้ว และไม่สามารถแก้ไขได้
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้มาชี้แจงในเรื่องนี้ ก่อนอื่น ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่ได้ให้ความคิดเห็นที่หลากหลาย และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในด้านการท่องเที่ยว เป็นการอภิปรายให้ความคิดเห็นที่กว้างขวางมาก ซึ่งผมไม่เคยได้ยินมาเลยในลักษณะเช่นนี้ แม้ว่าข้อคิดเห็นแล้วก็ความคิดเห็นที่หลากหลายนั้น จะไม่ใช่ในประเด็นของข้อตกลงนี้ก็ตาม แต่ผมเองไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ในฐานะดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลผมก็ต้องยอมรับ ความคิดเห็นที่หลากหลายซึ่งไม่ใช่ในเรื่องของข้อตกลงอันนี้ สิ่งต่าง ๆ ที่พวกท่านได้ให้มา ทั้งหมด ผมบันทึกและจดไว้และจะนําไปดูแลแก้ไข ผมขอตอบสั้น ๆ ท่านประธานครับ ตอบหมดคงไม่ไหวนะครับ เอาประเด็นที่สําคัญ ๆ ก็แล้วกันว่าที่ล่าช้านี่ขอเคลียร์ (Clear) อีกนิดหนึ่งครับว่าความจริงล่าช้าเพราะผมเองเหมือนกัน สมัยรัฐบาลชุดที่แล้วผมไปประชุม อยู่ที่ประเทศเวียดนามเขามีการให้ลงนามกันทั้ง ๑๐ ประเทศ ปรากฏว่ามีข้อทักท้วงมาจาก ภายในเราบอกว่าต้องเข้ามาตรา ๑๙๐ พอเข้ามาตรา ๑๙๐ ผมก็เลยเซ็นไม่ได้ แต่ว่าท่านสุรินทร์ พิศสุวรรณ ท่านบอกอาจารย์ไปนั่งบนเวทีเพื่อความพร้อมเพรียงกันหน่อย แล้วก็เอาแฟ้มมาให้ผม ทําเป็นเหมือนกับให้ผมนี่เซ็นลงนามไป ก็ปรากฏว่าผมไม่ได้ลงนาม ลงนามไม่ได้ เพราะติดมาตรา ๑๙๐ ผมบอกว่าสุรินทร์ อาจารย์ไม่เซ็นได้ไหม แกก็ขอร้องให้ผมขึ้นไปบนเวทีโพเดียม (Podium) และแกก็เอาปากกา เอาอะไรมาแล้วก็ทําเป็นเซ็นไปเฉย ๆ อย่างนั้นแหละ จะว่าหลอกลวงก็หลอกลวง นี่คือมาตรา ๑๙๐ ทําให้ผมต้องถอนเรื่องกลับคืนมา
ประเด็นที่ ๒ มีความหลากหลายและความแตกต่างในผลกระทบ ของการยอมรับบุคลากรอาชีพโปรเฟสชันนอลนี้ ในบรรดาผู้ประกอบการต่าง ๆ ให้ความเห็น ที่หลากหลายมากก็เลยทําให้ล่าช้า แต่เมื่อลงตัวแล้วผมก็เสนอรัฐบาลชุดที่แล้ว บอกส่งเข้ารัฐสภาได้ ก็ส่งมา ก็พอดีเจอปัญหายุบสภาบ้าง เจอวิกฤติการเมืองบ้าง เจออะไร ต่ออะไรมากมายเรื่องมันก็เลยช้าไป นี่ผมก็อยากจะกราบเรียนนะครับ ไม่ได้ช้าเพราะเป็น ประเด็นความผิดของใครทั้งสิ้น
ประเด็นที่ ๓ ข้อตกลงอันนี้จริง ๆ ที่ให้ยอมรับวันนี้เป็นแต่เพียงให้ยอมรับ ในสาระสําคัญ ๖ ประการด้วยกันเท่านั้นเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโยกย้าย การเอาคนไป ประเทศโน้นไปประเทศนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย เป็นแต่เพียงว่าเจตนาของอาเซียนต้องการให้ แต่ละประเทศนั้นสร้างหลักสูตรมาตรฐาน สร้างคุณภาพของบุคลากรต่าง ๆ ซึ่งเขากําหนดมา ๓๒ ตําแหน่งงาน ให้มันได้คุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกัน ส่วนประเทศไหนจะพัฒนาได้ ขนาดไหนก็เป็นเรื่องของแต่ละประเทศเท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นการไปเปิดเสรีให้คนนี้ย้ายไป ประเทศโน้น คนโน้นย้ายไปประเทศนี้ได้ ไม่ใช่ครับ ทุกสิ่งทุกอย่างสมมุติว่าถ้าประเทศไทยเรา สามารถที่จะพัฒนาได้ตามมาตรฐานในสาระ ๖ ประการที่เขากําหนดมานี่ ถ้าได้แล้วเมื่อไร เราก็มีสิทธิที่จะไปอ้างอิงว่าเราอยู่ในมาตรฐานของอาเซียน ส่วนการจะยอมรับหรือไม่ยอมรับนั้น ขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละประเทศครับ สมมุติว่าประเทศสิงคโปร์เขาพัฒนาได้มาตรฐาน ตามที่ในสาระสําคัญ ๖ ประการนี้แล้ว เขาจะมาทํางานเมืองไทยเขาก็ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมาย เมืองไทย ต้องมาดูกันอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้นเราไม่ได้เสียประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้เลย อันนี้ เป็นเจตนาดีที่เขาต้องการให้แต่ละประเทศมาพัฒนาบุคลากรของตัวเองใน ๓๒ ตําแหน่งงานก่อน ให้ได้คุณภาพ เขาต้องการให้เป็นอย่างนั้น แล้วก็มีหน่วยงานต่าง ๆ ถ้ารับข้อตกลงอันนี้ ใช้บังคับแล้วก็จะต้องไปตั้งขึ้นมาอีกทีหนึ่ง ไม่เกี่ยวข้องกับการโยกย้าย ไม่เกี่ยวข้องกับ การไปแย่งตําแหน่งงานในประเทศโน้นประเทศนี้ ไม่เกี่ยวกับการไปลงทุน ไม่เกี่ยวกับเอสเอ็มอี ไม่เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว ยังไม่เกี่ยวกับอะไรทั้งสิ้นเลย ให้เป็นการยอมรับสิ่งที่เป็น สาระสําคัญว่าเขาต้องการให้แต่ละประเทศพัฒนาคุณภาพคนของตัวเองเท่านั้นเองก็จบ อันนี้คือวัตถุประสงค์มีแค่นี้เองวันนี้ ส่วนที่ท่านทั้งหลายได้อภิปรายทั้งหมดนี้กระผมปฏิเสธ ไม่ได้ ผมยอมรับทั้งหมดเลยที่เป็นประโยชน์มาก ที่ท่านอภิปรายนี่ครับ แล้วผมก็จะนําไป ประกอบการพิจารณา รวมทั้งของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่เขาเคยเสนออะไรมา ผมก็จะรับ ไปดําเนินการอีก ในเรื่องของภาษานี่ขอความกรุณาอย่างนี้ครับ ในเรื่องภาษาในหน้า ๒ ข้อ ๔ ที่ถูกต้องคือ คอมมอน อาเซียน ทัวริซึม เคอร์ริคูลัม : ซีเอทีซี แล้วก็ในหน้า ๒ ข้อ ๓ อาเซียน ทัวริซึม โปรเฟสชันนอล มอนิเตอริง คอมมิทตี : เอทีพีเอ็มซี (ASEAN Tourism Professional Monitoring Committee : ATPMC) ถ้าในเอกสารผิดก็ต้องขอประทานโทษ แก้ไขด้วย
สําหรับประเด็นที่ ขอประทานโทษท่านบุญยอดได้พูดมานั้น ผมขอตัดนั่น ทิ้งไปเสีย ไม่มีการแก้ไขโดยเด็ดขาดอันนี้ แก้ไขไม่ได้ เพราะ ๙ ประเทศเขาเซ็นไปแล้ว เราจะไปแก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรก็ไม่ได้ครับ อันนั้นขอลืมไปเลยครับ ขอบพระคุณมากครับ