รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕

สุรศักดิ์ ศรีอรุณ หารือเรื่องการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียนและผลกระทบต่อการทำงานของคนไทย โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีชี้แจงเรื่องสิทธิของผู้ประกอบการจากต่างประเทศที่จะเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย และให้ความมั่นใจว่าข้อตกลงฉบับนี้จะไม่ทำให้คนไทยถูกแย่งงาน

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ สําหรับข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากร วิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ท่านรัฐมนตรีก็ชี้แจงชัดเจนแล้วว่าเราล่าช้า นอกจากยุบสภาแล้ว ความล่าช้าอีกประการหนึ่งผมคิดว่าเราเสียเวลาค่อนข้างมาก เวลากรอบเจรจาต่าง ๆ นี้เข้าสู่สภา มีการประท้วงบ่อย การประท้วงก็ทําให้เสียเวลา ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานจุดนี้เลยนะครับ ถ้าเผื่อท่านประธานจะให้วิปทั้ง ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเจรจากันว่าอย่าได้มีการประท้วงในการอภิปรายก็จะทําให้งานนี้ เร็วขึ้นนะครับ ตอนนี้เราก็ถูกมติของที่ประชุมอาเซียนว่าเราจะต้องทําเรื่องนี้ให้เสร็จ เพื่อจะเข้าประชุมอาเซียน ซัมมิทในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ ในข้อตกลงร่วมว่าด้วย การยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน มีประเด็นสําคัญประเด็นแรกก็คือ เกี่ยวกับเรื่องหน่วยงานโครงสร้างภายในที่จะมีหน้าที่รับผิดชอบในการให้คํารับรองคุณสมบัติ ของบุคลากรวิชาชีพด้านนี้นะครับ หน่วยงานโครงสร้างภายในทั้งหมดก็มีอยู่ ๓ หน่วยงานด้วยกัน ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ได้ตั้งเสร็จแล้ว คือ คณะกรรมการวิชาชีพท่องเที่ยวแห่งชาติ คณะกรรมการรับรองวิชาชีพท่องเที่ยว คณะกรรมการติดตามตรวจสอบวิชาชีพท่องเที่ยวอาเซียน ยังมีอีก ๒ งานซึ่งกําลังทําอยู่นะครับ คือการจัดทําหลักสูตรการท่องเที่ยวแห่งอาเซียน จะมี ๒ สาขาที่เกี่ยวข้อง ก็คือสาขาที่พักและสาขาการเดินทาง อีกอันหนึ่งก็คือการจัด เทียบมาตรฐานสมรรถนะผู้ประกอบวิชาชีพการท่องเที่ยว แล้วท้ายที่สุดก็คือการจัดทําระบบ การบันทึกข้อมูลสําหรับผู้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพการท่องเที่ยวแห่งอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศก็ได้ดําเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการในข้อ ๑ และข้อ ๒ เรียบร้อยแล้วนะครับ ส่วนข้อ ๓ ถึงข้อ ๖ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผมทราบว่ากําลังดําเนินการ อยู่ในขณะนี้ ความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมของการท่องเที่ยวไทยเพื่อก้าวสู่ ประชาคมอาเซียนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็มีดังนี้

๑. สามารถจัดตั้งคณะกรรมการวิชาชีพท่องเที่ยวแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว จัดตั้งคณะกรรมการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพเสร็จแล้ว จัดตั้งศูนย์เครือข่าย ศูนย์เครือข่ายอันนี้ ก็จะเป็นสิ่งที่ผมมีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง คือเรื่องเครือข่ายในด้านการจะให้การรับรอง เซอร์ทิฟิเคชัน (Certification) สําหรับโปรเฟสชันนอล เน็ตเวิร์ค (Professional Network) ตรงนี้ คิดว่าเมื่อตั้งสําเร็จก็จะทําให้ผู้ที่ประกอบวิชาชีพด้านนี้สามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้ สําหรับสํานักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาซึ่งได้จัดทําโครงการแนวทาง การพัฒนาศักยภาพกําลังแรงงานของไทยใน ๓๒ ตําแหน่ง ซึ่งอยู่ในข้อตกลงฉบับนี้ ท่านก็ได้ เชิญสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาแล้ว แต่จะมีบางประเด็นซึ่งตอนท้ายของการอภิปรายที่ผมจะขอกราบเรียนเพื่อจะให้ ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยกรุณาชี้แจงโดยละเอียดเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนะครับ ผมเห็นด้วยกับแผนการดําเนินงานของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแผนการฝึกอบรม การจัดทํา ระบบประเมินหลักสูตรมาตรฐาน การจัดทําระบบอีเลิร์นนิ่ง (e-Leaning) และฐานข้อมูล รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ นะครับ ประเด็นที่อยากจะให้ชี้แจงเพิ่มเติม อันนี้เป็นสิ่งที่สําคัญครับ ก็คือว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เสนอเมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๕ ว่าประเทศไทย สมควรเตรียมความพร้อมในการแก้กฎหมายภายในเพื่อกําหนดสิทธิของผู้ประกอบการ จากต่างประเทศ ซึ่งจะมาจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการโรงแรม ด้านการท่องเที่ยวคือคิดว่าทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็อาจจะเป็นห่วงว่าผู้ประกอบการไทยจะถูกแย่งงาน เพราะฉะนั้นก็จะขอเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีว่าได้ดําเนินการเรื่องนี้ไปแล้วเพียงใด เพราะว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ด้วยกัน เช่น พระราชบัญญัติธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ พระราชบัญญัติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ พระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ พระราชบัญญัติ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๔ พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมเห็นว่าเกี่ยวข้องมากที่สุดก็คือพระราชบัญญัติธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เพราะว่ามีเงื่อนไขอยู่หลายข้อ เช่นในมาตรา ๑๖ ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับว่า ผู้ขอรับ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวจะต้องขอรับใบอนุญาตและต้องมีสัญชาติไทย มาตรา ๕๐ ผู้รับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ก็จะต้องมีสัญชาติไทย มาตรา ๘๐ ถึงมาตรา ๙๕ กําหนดบทลงโทษของผู้ฝ่าฝืน ผมคิดว่าประเด็นนี้ถ้าสมมุติว่าทางท่านรัฐมนตรีไม่ได้อธิบาย ชี้แจงให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ เมื่อข้อตกลงร่วมนี้ถูกประกาศใช้แล้วมีผลกระทบก็คงจะมี ผู้ที่เสียโอกาสอาจจะไปร้องเรียนศาลปกครองเพราะแต่เดิมก่อนที่จะมีข้อตกลงฉบับนี้ เขาก็ประกอบอาชีพได้ ต่างชาติที่จะเข้ามาแย่งงานแล้วก็จะติดขัดอยู่ในประเด็นตรงนี้ แต่เราก็คงจะฝืนไม่ได้แล้วครับเพราะว่าเป็นประชาคมอาเซียนแล้วการเคลื่อนย้ายแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานฝีมือในลักษณะอันนี้ก็คงจะไปฝ่าฝืนไม่ได้เพราะเราเป็นประชาคมเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผมขอความกรุณาด้วยความเคารพครับ ช่วยกรุณาชี้แจงสั้น ๆ นะครับ

ข้อที่ ๑ ความก้าวหน้าในการดําเนินการออกกฎหมายกําหนดสิทธิ ของผู้ประกอบการจากประเทศในสมาชิกอาเซียนที่จะเข้ามาประกอบอาชีพการโรงแรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอนั้น ไม่ทราบว่า ได้ดําเนินการไปมากน้อยเพียงใด ขอสั้น ๆ นะครับ

ข้อที่ ๒ ผลกระทบต่อกฎหมายทั้ง ๕ ฉบับที่กระผมได้กราบเรียนแล้วว่า เรามีความจําเป็นที่จะต้องไปปรับปรุงแก้ไขอะไรหรือไม่

ข้อที่ ๓ ค่อนข้างจะสําคัญนะครับ เพราะว่าหลายครั้งที่เวลาเราไปลงนาม ในข้อตกลงร่วมใหม่ ๆ เมื่อเราอนุมัติไปก็มองไม่เห็นผลกระทบ แต่หลายฉบับเมื่อเราตกลงไปแล้ว พี่น้องประชาชนเขาได้รับความเดือดร้อนเกือบจะทุกเรื่อง ไม่ว่าจะการเปิดเอฟทีเอ (FTA) หรือเรื่องหอมแดงอะไรต่าง ๆ ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งซึ่งผมกังวล เพราะฉะนั้น คําถามข้อที่ ๓ ก็คืออยากทราบว่าถ้าเผื่อเราได้ไปลงนามให้สัตยาบันเรียบร้อยแล้ว ผลกระทบคนไทยจะมีโอกาสถูกแย่งงานมากน้อยเพียงไร ผมใช้คําคํานี้เลยนะครับว่าจะต้อง ถูกต่างชาติมาแย่งงานมากน้อยเพียงไร และโอกาสที่คนไทยจะไปทํางานลักษณะนี้ไม่ว่าจะเป็น สถานที่พักหรือว่าด้านการบริการเรื่องธุรกิจนําเที่ยว เรามีโอกาสที่จะไปทํางานในอาเซียน มากน้อยเพียงไร เราก็ทราบใช่ไหมครับว่าส่วนใหญ่เราก็มีปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษ ซึ่งผมจะไม่กราบเรียนแล้วทุกคนก็ทราบอยู่แล้ว ตอนนี้หน่วยงานเราก็พยายามอยู่แล้วนะครับ แต่มันยังมีมาตรการทางกฎหมาย มาตรการส่งเสริมด้านการลงทุนซึ่งอาจจะเป็นหน้าที่ ของรัฐบาลที่จะต้องมาสนับสนุนตรงนี้ เพราะฉะนั้นข้อ ๓ อยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรี ให้ความมั่นใจหน่อยว่าข้อตกลงฉบับนี้จะไม่ทําให้พี่น้องประชาชนคนไทยซึ่งเคย ประกอบอาชีพนี้อยู่ถูกแย่งงานไป ผมนึกถึงสมัยก่อนนะครับเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วซึ่งเรายัง ประกอบรถยนต์ไม่ได้ คนญี่ปุ่นซึ่งมาเที่ยวประเทศไทยนั้นเขานั่งรถบัสทําในประเทศญี่ปุ่น เขารับประทานอาหาร ในประเทศญี่ปุ่น ไกด์ (Guide) ที่ทัวร์ (Tour) ก็เป็นคนญี่ปุ่น ปัจจุบันนี้สภาพการณ์ดีขึ้น ไกด์คนไทยก็สามารถที่จะรับหน้าที่นี้ได้มากขึ้นโดยเฉพาะทัวร์ซึ่งมาจากต่างประเทศ ตรงกันข้ามถ้าสมมุติว่าข้อตกลงฉบับนี้ผ่านไปผมเกรงเหลือเกินว่าต่อไปประเทศในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นประเทศเวียดนาม เขมร ประเทศ สปป. ลาว ประเทศพม่า สมมุติเข้ามาประเทศไทย แล้วจะมีไกด์ซึ่งเป็นชาติของเขามามากกว่าที่จะเป็นของคนไทยนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ขอกราบเรียนถามด้วยความเคารพเพียง ๓ ข้อ ก่อนที่ผมจะตัดสินใจลงนามสนับสนุน ร่างข้อตกลงฉบับนี้ครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ