สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล หารือเรื่องการดูแลสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น พะยูน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการสร้างโรงพยาบาลสัตว์น้ำและกำหนดพื้นที่ปลูกหญ้าทะเลเพื่อให้พะยูนอยู่ได้ พร้อมด้วยการคุ้มกันและเอกสิทธิ์ในทางกฎหมาย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในการพิจารณา เรื่องกรอบเจรจาภายใต้ร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสํานักเลขาธิการอนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ในวันนี้
อยากกราบเรียนท่านประธานเรื่องแรกก็คือเรื่องวาระการประชุม วันนี้รัฐสภาของเรามีโอกาสที่จะพิจารณาสิ่งสําคัญ ๆ ของประเทศ หรือเรื่องที่ประเทศไทย จะต้องไปทําสัญญากับต่างประเทศ ฝ่ายรัฐบาลเพิ่งเปลี่ยนกันเมื่อสักครู่นี้เอง เรื่องนี้ อยู่ในลําดับที่ ๑๒ ครับท่านประธาน วันนี้ท่านคิดว่าเอาเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนดีกว่า ลืมนึกถึง คุณภาพของงานที่มันจะออกจากรัฐสภา ผมเชื่อว่าการประชุมของชาวบ้านบางทีแค่กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือว่าพวกเราไปประชุมชาวบ้านเราก็มีวาระการประชุมกันไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง ถึงขนาดนี้ เรื่องแต่ละเรื่องเป็นเรื่องสําคัญทั้งสิ้นครับ แต่ว่าในการเตรียมตัวของ สมาชิกรัฐสภาผมก็เชื่อว่าน่าจะเตรียมไปตามระเบียบวาระตั้งแต่วาระที่ ๑ ผมเองเป็นคนหนึ่ง ที่อยู่ในพรรคร่วมฝ่ายค้าน เตรียมเอกสาร เตรียมข้อมูลที่จะอภิปรายตั้งแต่เรื่องด่วนที่ ๑ แล้วคาดว่าเรื่องด่วนที่ ๑๒ เรื่องด่วนที่ ๑๓ เรื่องด่วนที่ ๑๔ อะไรทั้งหลายเดี๋ยวค่อย เตรียมข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น แต่ว่ารัฐบาลก็อาศัย ขออภัยนะครับ เราพวกมากกว่าก็เลื่อนกันมา เถอะครับ เลื่อนจนกระทั่งเมื่อสักครู่ท่านประธานในที่ประชุมยังจําระเบียบวาระไม่ได้เลยครับ ว่าเรื่องไหนขึ้นมาก่อน นี่ครับเขาก็เพิ่งส่งมาให้ว่ามีระเบียบวาระอะไรบ้าง ผมเรียนว่า อยากจะให้มันเป็นแบบแผนปฏิบัตินะครับท่านประธาน ถ้าจะเกิดมีการเลื่อนระเบียบวาระ ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระเดิมนี้ควรจะเลื่อนได้ก่อนล่วงหน้าเท่าไร อยากฝากท่านประธาน ท่านประธานครับ พอมาดูกรอบเจรจาภายใต้ร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย กับสํานักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เกี่ยวกับการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้า ระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุม คณะกรรมาธิการบริหาร ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ สิ่งแรกก็คือผมรู้สึกดีใจครับ ที่สํานักเลขาธิการได้มาประชุมที่ประเทศไทย โดยเฉพาะที่กรุงเทพมหานครในระหว่าง วันที่ ๒ ถึงวันที่ ๑๕ มีนาคม ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยครับที่ท่านรับฟัง พูดถึงกรุงเทพมหานครเป็นสิ่งสําคัญครับเพราะว่าเป็นเมืองหลวงของเราแล้วก็ได้รับรางวัล โหวตจากทั่วโลกของการท่องเที่ยวว่าเป็นเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก ความภาคภูมิใจอย่างนี้ครับ ผมเชื่อว่าทุกประเทศที่จะมาประชุมในวันที่ ๒-๑๕ มีนาคมก็คงดีใจมีโอกาสมาเห็นบ้านเมือง ของเราครับ กรุงเทพมหานครมันสวยงามแค่ไหน สิ่งสําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือผมเชื่อว่า คนที่มาในเดือนมีนาคมนี้ก็คือเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศ เมื่อบ้านเมืองเราน่าอยู่ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้คนที่จะเดินทางมาไม่ว่าร่วมประชุมหรือว่ามาท่องเที่ยว สิ่งสําคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศ และส่วนที่ ๓ ที่ผมจะพูดถึงก็คือเรื่องของคน ท่านประธานครับ ภาพลักษณ์ของประเทศ จริง ๆ แล้วในการประชุมเรื่องเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์ ภาพลักษณ์บ้านเราไม่ค่อยดีหรอกครับ ต้องยอมรับกัน แม้แต่เมื่อกี้สมาชิกรัฐสภาบางท่านยังได้อภิปรายถึงรัฐมนตรีบางท่าน ท่านประธานคงทราบครับ เดี๋ยวนี้เสือเห็นได้แค่ในกรงกับที่ในวัดเท่านั้น ภาพลักษณ์ของคณะรัฐบาลก็ดูไม่ค่อยดี ประเทศไทยเป็นแหล่งค้าที่เราจะเห็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสัตว์ป่า นิ่ม งู งาช้าง สุนัข โดยเฉพาะสุนัขนะครับเป็นภาพที่น่าสงสารมาก ในการประชุมที่จะถึงในเดือนมีนาคม อยากฝากท่านรัฐมนตรีไปเรื่องสัตว์ป่าหายากชนิดหนึ่งก็คือพะยูน พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งคาดว่าในบริเวณประเทศไทย ทั้งอ่าวไทยแล้วก็ฝั่งอันดามันมีอยู่ที่จังหวัดตรังแห่งเดียวครับ มีการสํารวจว่าเหลืออยู่ประมาณ ๑๐๐ กว่าตัวแค่นั้นเอง ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่า การดูแลพะยูนแทบจะไม่มีหน่วยงานใดที่จะช่วยดูแลเลยครับ ขณะนี้มีเพียงเอกชนหรือผู้ที่ มีความห่วงใยต่อสัตว์ชนิดนี้จะสูญพันธุ์ พะยูนตายไปเยอะครับแต่ละปี สาเหตุการตายมีอยู่ ไม่กี่สาเหตุครับ เช่น ถูกล่า ติดอวนของชาวประมง ถูกเบ็ด หรือถูกเครื่องจักรของพี่น้อง ชาวประมง ท่านประธานครับ ที่ตายก็ตายไป ก็ไม่มีหน่วยงานใดที่จะมาช่วยขยายพันธุ์หรือ ดูแลสภาพความเป็นอยู่ ท่านประธานทราบไหมครับว่ามีการจัดแหล่งอาหารให้กับพะยูนก็คือ หน่วยงานบางหน่วยงานแล้วก็นักเรียนบางโรงเรียนแค่นั้นครับไปช่วยกันปลูกหญ้าทะเล ผมอยากให้ทางรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่านได้ให้มี หน่วยงานที่ไปดูแลพะยูนเป็นการเฉพาะครับ
ส่วนที่ ๒ ที่บ้านเรายังขาดอยู่ท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ กรณีที่ปลา ที่บาดเจ็บไม่ว่าจากการติดอวนหรือจากการพบของพี่น้องชาวประมง ถ้าเกิดเจ็บป่วย หรือใกล้จะตายไม่มีทางรักษา ในภาคใต้มีอยู่แห่งเดียวที่จังหวัดภูเก็ต ถ้าเกิดเราเจอพะยูนติดอวน แล้วเราช่วยขึ้นมาอยากจะส่งโรงพยาบาล ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือโรงพยาบาลเกี่ยวกับสัตว์ทะเล สัตว์น้ําทะเลขนาดใหญ่มีอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตแห่งเดียว ท่านชวน หลีกภัย ได้ไปเปิด มหาวิทยาลัยราชมงคลที่จังหวัดตรัง แล้วก็ของบประมาณไปเกี่ยวกับศูนย์พักฟื้น แล้วก็พยาบาลสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ ตอนนี้ได้งบไปน้อยมาก ฝากท่านรัฐมนตรีว่าไปทําเป็น ลักษณะคล้ายเหมือนกับโรงพยาบาลที่นั่น มันจะดูแลทั้งพะยูน ทั้งเต่า ทั้งโลมา ในกรณีที่ สัตว์เจ็บป่วยหรือว่าสัตว์บาดเจ็บมันจะได้มีชีวิตมากขึ้น
ส่วนที่ ๓ ที่อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้นําเสนอโดยเฉพาะก็คือการทํา ความสะอาดท้องทะเล ต้องยอมรับว่าท้องทะเลของเราก็มีสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หายาก โดยเฉพาะพะยูนหรือว่าโลมาเยอะมากครับ ลองทําโครงการทําความสะอาดทะเล ท่านประธานครับ และสิ่งสําคัญวันนี้การตายของพะยูน สาเหตุสําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การล่าพะยูนครับ นั่นคือความเชื่อผิด ๆ อยากให้ท่านประธานได้กราบเรียนถึงรัฐมนตรีว่า วันนี้ควรจะมีหน่วยงานที่ไปรณรงค์ว่าความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับพะยูนมีอะไรบ้าง ยกตัวอย่าง เขาเชื่อว่าน้ําตาพะยูนมาทําเป็นยาเสน่ห์ได้ เขาเชื่อว่าเขี้ยวพะยูนมาเป็นเครื่องรางของขลังได้ อย่างนี้แหละครับทําให้มีบางคนต้องการทั้งน้ําตาแล้วก็ทั้งเขี้ยวพะยูน สุดท้ายทําให้อัตราของ การตายของพะยูนก็มีมากขึ้น เพราะฉะนั้นท่านลองเปลี่ยนรณรงค์ว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เป็น เรื่องจริง คนจะมีเสน่ห์ได้ก็คือต้องเป็นคนดี คนจะอยู่ยงคงกระพันได้ก็คือต้องรักษาสุขภาพที่ดี แล้วก็ต้องดูแลคุ้มครองและหาทางที่จะขยายพันธุ์ จัดพื้นที่สําหรับให้พะยูนอยู่ในทะเล ท่านประธานครับ ทะเลนี่มันกว้าง แต่ถ้าเกิดเรากําหนดเป็นพื้นที่ว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ ปลูกหญ้าทะเล ดูแลเป็นบ้าน เป็นแหล่งอาหารอย่างดีเขาก็เข้ามาอยู่ เสร็จแล้วห้ามเรือเข้าไป ผมเชื่อว่าจะทําให้สัตว์ชนิดนี้มีโอกาสจะอยู่คู่ประเทศไทย
เรื่องสุดท้าย ก็คือเรื่องของความปลอดภัย ท่านประธานก็คงทราบว่า ประเทศไทยของเรา นักท่องเที่ยวที่เข้ามาหรือว่าผู้ที่จะเข้ามาประชุม สิ่งที่ต้องการมากที่สุด ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ สวยงาม ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ของประเทศของเราน่าเที่ยวหรือน่าจะมาประชุม แต่สิ่งสําคัญก็คือเรื่องความปลอดภัยของผู้เข้าประชุม ท่านคงทราบหลายคนก็คงพูดแล้วว่า ผู้นําอาเซียนที่มาประชุมที่พัทยาคราวนั้นทําความเสียหายให้กับประเทศอย่างรุนแรง ท่านรัฐมนตรีท่านชุมพลท่านเป็นประกันได้ว่ากว่าจะฟื้นการท่องเที่ยวยากมากครับ แล้วถ้าเราดูให้ดีกรอบเจรจาในครั้งนี้จะเป็นเรื่องที่ให้ประเทศไทยเรารับประกันแค่นั้นเอง รับประกันว่ารัฐบาลไทยจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหาแล้วก็จัดสถานที่ พร้อมอุปกรณ์เห็นไหมครับ รัฐบาลจะต้องดําเนินการให้การคุ้มกันแล้วก็เอกสิทธิ์ ในทางกฎหมาย ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือคุณต้องประกันว่าผมมาประชุมด้วยความปลอดภัย ถ้าเกิดผมเจ็บ ผมตาย คุณจะต้องเยียวยาอาจจะเนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยถ้าเกิดมี การประชุมหรือประท้วงอะไรทั้งหลาย ถ้าเกิดเจ็บเกิดตายได้หลายล้านบาทก็เลยต้องทํา ข้อตกลงเข้ามา ทําให้ดีนะครับท่านประธาน ท่านต้องให้รัฐบาลดูแลเรื่องกองกําลังชายชุดดํา กองกําลังของอุทยาน หรือที่ไหนก็แล้วแต่ ไม่อย่างนั้นออกมารัฐบาลจ่ายกันอ่วมนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน