นริศ ขํานุรักษ์ หารือเรื่องการค้าสัตว์ป่าในประเทศไทย และเรียกร้องการแก้ไขปัญหานี้ให้เร็วขึ้น พร้อมเสนอไม้พะยูงเข้าในบัญชี ๒ ของอนุสัญญาไซเตส และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปกป้องไม้พะยูงและฟื้นฟูไม้พะยูงในประเทศไทย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของเพื่อนสมาชิก รัฐสภา ในกรอบเจรจาภายใต้ร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสํานักเลขาธิการอนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ผมคิดว่า โดยข้อตกลงที่มาขออนุมัติต่อรัฐสภาในวันนี้เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องทั่วไปที่ประเทศ ที่เป็นเจ้าภาพจะต้องดําเนินการ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่จัดประชุม ไม่ว่าจะเป็นเอกสิทธิ์และ ความคุ้มกัน และไม่ว่าจะเป็นความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เอกสิทธิ์และ ความคุ้มกันครอบคลุมผู้เข้าประชุม ผู้สังเกตการณ์ และสื่อมวลชน นี่เป็นหลักทั่วไป ประเทศใดเป็นสมาชิกก็สถานที่ เอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบต่อความเสียหาย ประเทศเจ้าภาพจะต้องรับผิดชอบ ทีนี้การประชุมที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพนี่ รัฐบาลต้องยึดหลัก ๒ ประการ
ประการที่ ๑ บทเรียนในอดีตของการจัดการประชุมสําคัญในประเทศ สําหรับการประชุมไซเตสครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมเข้าประชุมมากมาย ทั้งระดับรัฐมนตรี ทั้งระดับ สื่อมวลชนมาจากทั่วโลก เพราะว่ากระแสการอนุรักษ์เป็นกระแสหลักของโลกกระแสหนึ่ง คนเข้าร่วมประชุมจึงมีบทบาทและจะเป็นข่าวคราวทั่วโลก อย่าให้การประชุมประสบปัญหา เหมือนกับที่เคยประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา เหมือนในอดีต ซึ่งจะเกิดความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างรุนแรง จึงขอให้รัฐบาลได้ระมัดระวังสําหรับ เรื่องความปลอดภัยในเรื่องที่จะทําให้ประเทศชาติได้รับความเสียหาย ยึดบทเรียนในอดีตไว้ ให้เหนียวแน่นให้มั่นคงและป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อความเสียหายกับผู้เข้าประชุม ผู้สังเกตการณ์ และสื่อมวลชน
ประการที่ ๒ คือหลักการเป็นเจ้าภาพ การเป็นเจ้าภาพไม่เพียงแต่มีบทบาท ในการจัดการประชุมและขออนุมัติเรื่องเอกสิทธิ์ ความคุ้มกัน และความรับผิดชอบ ต่อความเสียหายเท่านั้น เจ้าภาพต้องเป็นตัวแบบในการเข้าร่วมประชุม ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าในระยะเวลาที่เหลือไม่กี่เดือนนี้ประเทศไทยต้องลดความเสียหาย ด้านชื่อเสียงเรื่องเราเป็นประเทศให้ผ่านสัตว์ป่า ค้าสัตว์ป่าอันดับ ๑ ใน ๓ ของโลก ไม่ ๑ ก็ ๒ ไม่ ๒ ก็ ๓ ไม่ประเทศเคนยาก็ประเทศจีนไม่ประเทศจีนก็เราประมาณนี้ มาโดยตลอด การอาสาเป็นเจ้าภาพเราต้องลดเราต้องเลื่อนระดับในความเสียหายนี้ ให้เลยประเทศที่ ๓ ออกไปเป็นประเทศที่ ๔ ประเทศที่ ๕ หรือประเทศไทยเป็นประเทศที่ ไม่มีปัญหาเรื่องสินค้าสัตว์ป่าผ่านทางหรือมีการค้าสัตว์ป่าภายในประเทศ นี่คือสิ่งแรกที่ ประเทศที่เป็นเจ้าภาพต้องทํา เรามีปัญหาเรื่องสัตว์ป่ามาก ทุกวัน ทุกเดือนมีตัวนิ่มจาก ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซียผ่านประเทศไทย ผ่านกรุงเทพมหานคร ผ่านด่าน กว่าจะไปจังหวัดเชียงรายกว่าจะเข้าประเทศจีนได้ผ่านด่านป่าไม้ ผ่านด่านตํารวจเป็นร้อยด่าน แล้วก็ไม่ใช่ตัวเล็ก ๆ เรานํางาช้างเข้ามาในประเทศไทยไม่รู้กี่พันตันนะครับต่อปีนี่แล้วช้างเรานี่ก็ถูกฆ่า ภายในประเทศเพื่อการค้า แล้วเราก็นําช้างจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย เช่นเดียวกัน ช้างจึงอยู่ในภาวะวิกฤติ เราต้องขจัดปัญหานี้ออกไปให้ได้เพราะคิดว่าทิศทาง ที่ผ่านมาที่ทางกรรมาธิการ ทางรัฐบาลได้ช่วยกันทําก็เป็นแนวอยู่พอสมควร แต่ระยะเวลา ที่เหลือนี่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องช้างให้มีมาตรการที่เข้มแข็งมีการเอาผิด มีการลงโทษให้ได้นะครับ นี่เรื่องของสัตว์ป่า
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมได้อ่านพบว่าทางรัฐบาลเตรียมเสนอ ไม้พะยูงเข้ามาในบัญชี ๒ ให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทตามอนุสัญญานี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่านี่เป็นข้อเสนอนานแล้วครับและเหมาะสมเห็นด้วยที่จะเสนอไม้พะยูง เข้ามาอยู่ในบัญชีนี้ เพียงแต่ว่าทําไมเราแค่เสนอไม้พะยูงเข้ามาเป็นไม้หวงห้ามในบัญชีไซเตส บัญชี ๒ ไซเตส แต่ว่าในกฎหมายเรานี่เราไม่แก้ไข กฎหมายเรานี่มันมีไม้อยู่ ๒ ประเภท คือไม้หวงห้ามประเภท ก กับไม้หวงห้ามประเภท ข ไม้หวงห้ามประเภท ก คือไม้ทั่วไป รวมกับไม้พะยูงด้วย ไม้หวงห้ามประเภท ข คือไม้ที่ใกล้สูญพันธุ์หายากมีไม้สักกับไม้ยาง เท่านั้น ถ้าเราประสงค์จะให้ไม้พะยูง ซึ่งผมก็ประสงค์ด้วยที่จะให้เป็นไม้หวงห้าม ประเภทสําคัญไม่ให้มีการค้ากับต่างประเทศ ทําไมเราไม่ยกระดับแก้กฎหมายเราให้ไม้พะยูง เป็นไม้หวงห้ามประเภท ข ชนิดเดียวกับไม้สักและไม้ยางเสียด้วย คือเราเป็นเจ้าภาพเราต้อง แก้กฎหมายเรา หรือรัฐมนตรีรับปากก็ได้ครับว่าจะแก้กฎหมายเราให้ไม้พะยูงนี่เป็นไม้ หวงห้ามประเภท ข ชนิดเดียว ระดับเดียวกับไม้สักและไม้ยาง แล้วก็จะไปยืนยันว่าจะไป บรรจุยกระดับเป็นบัญชี ๒ ของอนุสัญญาไซเตสด้วย อย่างนี้ได้ครับ ไม่ใช่ว่าเราเสนอแค่ เอาไม้พะยูงไปอยู่ในบัญชี ๒ ของอนุสัญญาไซเตส แต่ว่ากฎหมายเราไม่แก้ไขไม่เปลี่ยนแปลง ไม้พะยูงยังอยู่ในระดับไม้ธรรมดา ไม้หวงห้ามธรรมดาทั่วไป อันนี้ผมคิดว่ามันไม่สอดรับ ไม่สอดคล้องกัน ถ้าต่างประเทศเขาก็อ่านหนังสือออกนะครับ เขาก็ดูบทบาทของเราอยู่ว่า เราเรียกร้องเฉพาะอนุสัญญาต่างประเทศ แต่ทําไมกฎหมายไทยไม่ทํา ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่าไม้พะยูงที่ผมเห็นด้วยนี่เพราะว่าเอฟเอโอ (FAO) ก็ให้ไม้พะยูง เป็นทรัพยากรพันธุกรรมป่าไม้ในลําดับความสําคัญสูงสุด ในไอยูซีเอ็น (IUCN) เขาให้ไม้พะยูง อยู่ในสภาพหายากใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ประเทศ สปป. ลาวนี่หวงห้ามเป็นไม้ใกล้สูญพันธุ์ หวงห้ามเด็ดขาด ประเทศเวียดนามนี่เป็นไม้หวงห้ามใกล้สูญพันธุ์ แต่ประเทศเรานี่ยังเป็น ไม้หวงห้ามธรรมดาอยู่เลยครับ ผมจึงกราบเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับว่าขอให้ท่านได้เร่งทํา สําหรับไม้พะยูง เพราะว่าเหตุผลนอกจากมันหายากใกล้สูญพันธุ์แล้วมันมีต้นพะยูงที่เป็น แม่ไม้อยู่ในประเทศไทยเหลืออยู่ประมาณไม่มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ต้น ตัวเลขที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชรายงานก็คือสักประมาณ ๖๐,๐๐๐ ต้น ใกล้เคียง กับการสูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่งแล้ว ๒. รับสั่งของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถึง ๒ ครั้งนะครับ ถึง ๒ ครั้ง ควรแล้วที่จะบรรจุไว้ในบัญชี ๒ รับสั่งถึง ๒ ครั้ง แล้วกระผม กราบเรียนท่านประธานว่าแล้วไม้ชนิดนี้ยังมีความต้องการจากต่างประเทศ ทั้งประเทศเวียดนาม ทั้งประเทศจีนอยู่ ถ้าเราเข้าในบัญชีไซเตสนี่ก็จะทําให้การซื้อขาย เป็นไปไม่ได้มันจะเหลืออยู่ แล้วผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าไม้พะยูงที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืชกําลังพยายามที่จะปกป้องดูแลไม้พะยูงนี่ผมได้พบ สิ่งไม่ชอบมาพากลอยู่ครับท่านประธาน ผมเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรี ยุทธการไม้พะยูง ที่ขอเงินไปรอบแรก ๔๖ ล้านบาท ไปทํายุทธการไม้พยุงและกําลังจะขอรอบที่ ๒ ๒๐๐ ล้านบาท ที่ ครม. ไม่อนุมัติรอบที่ ๒ แต่ใช้ไปแล้วรอบแรกใช้เงินรายได้ของ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ๔๖ ล้านบาท ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าท่านสอบสวนเลยครับ สตง. รายงานมายังคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ไม่เกิดประโยชน์ ส่อทุจริต ใช้งบปกติได้ เอาเงิน ๔๖ ล้านบาทไม่ไปทําอย่างจริงจัง ทํางาน หน้าจอโทรทัศน์อย่างเดียว ป่ายังแหว่งยังหายอยู่เหมือนเดิม ไม้พะยูงถ้าใช้มาตรการแบบนี้ หายอย่างเดียวเพราะว่าทํางานแค่หน้าจอโทรทัศน์ ในป่าไม่ได้เข้าไปดู อัตราการตัดไม้พะยูง ยังเหมือนเดิม ยังไม่ลดลงเลย ผมจึงกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าช่วยตั้ง กรรมการสอบสวนและเอาผลรายงานจาก สตง. ไปสอบสวนว่าการดูแลไม้พะยูง ยังล้มเหลว ยังไม่ประสบความสําเร็จ และการฟื้นฟูไม้พะยูงหลายหมื่นไร่เมื่อปีที่แล้วก็ ท่านไปดูให้ดี การฟื้นฟูป่าประเทศไทยไม่ว่าพะยูงหรือป่าอื่นยังไม่ประสบความสําเร็จ แล้วก็ ไม้พะยูงเดิมมันไม่ใช่เป็นไม้ในป่า มันอยู่ตามหัวไร่ปลายนา การปลูกฟื้นฟูอีกสักครั้งไม่ใช่ ไปฟื้นฟูในป่า ต้องปลูกในบ้าน ในชุมชน ให้ต้นพะยูงมันเกิดขึ้นในหมู่บ้าน ในชุมชน ในที่สาธารณะอย่างนี้มันจะอยู่ได้เพราะไม้พะยูงยากมากที่จะเกิดขึ้นในป่าธรรมชาติได้อีก แต่ว่าพยายามเถอะครับในป่าธรรมชาติก็ไม่ขัดข้อง แต่ว่าต้องขึ้นในป่าที่เสื่อมโทรมและ ในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ของชาวบ้าน พื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ พื้นที่โรงเรียน พื้นที่สาธารณะ ผมจึง เห็นด้วยที่จะให้รัฐบาลได้เสนอไม้พะยูงเข้าในบัญชี ๒ ของอนุสัญญาไซเตส แต่ว่ารัฐบาล ต้องแก้ไขกฎหมายในประเทศให้สอดรับกับข้อเสนอนี้ แล้วก็ไม่ขัดข้องที่รัฐบาลจะขอ มาตรา ๑๙๐ เพื่อเตรียมตัวสําหรับการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ รัฐบาลยึดหลัก ๒ ข้อ ข้อ ๑ ยึดหลักบทเรียนในอดีตที่เราเคยมีปัญหาตอนประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียน ทําลายความเชื่อถือ ทําลายชื่อเสียงของประเทศ กับข้อ ๒ ยึดหลักการเป็นเจ้าภาพว่าเราต้อง เป็นเจ้าภาพที่ดี เราต้องเป็นตัวอย่าง เราต้องเป็นแบบอย่างในเรื่องของการค้าสัตว์ป่า ในเรื่อง ของการดูแลไม้ที่มีค่าหายากของเรา ผมจึงขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าโดยหลักการ ผมเห็นด้วยกับความตกลงไซเตสในครั้งนี้ กราบขอบคุณครับ