สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ อภิปรายสนับสนุนไทยเป็นเจ้าภาพประชุม CITES ครั้งที่ ๑๖ โดยเสนอข้อสังเกตเรื่องผลประโยชน์ที่ได้รับ พร้อมทั้งหารือเรื่องการยกระดับไม้พะยูงเข้าบัญชี ๑ เพื่อป้องกันการค้าข้ามชาติและการลักลอบตัดไม้ แสดงความไม่เห็นด้วยกับการลดบัญชีจระเข้จากบัญชี ๑ เป็น ๒ เนื่องจากเกรงว่าจะนำไปสู่การสูญพันธุ์ และเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแก้ไขกฎหมายไม่ให้ช้างเป็นสัตว์พาหนะเพื่อป้องกันปัญหาวิกฤต
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ดิฉันต้องการที่จะอภิปรายในกรอบเจรจาภายใต้ร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย กับสํานักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เกี่ยวกับการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมคณะกรรมาธิการ บริหาร ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ กล่าวคือดิฉันเห็นด้วยในการที่รัฐบาลจะไปเสนอตัว เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญา ครั้งที่ ๑๖ หรือที่เรียกว่าไซเตส คอป ๑๖ (CITES CoP16) โดยมีกําหนดจะจัดขึ้นในต้นเดือนมีนาคม ตั้งแต่วันที่ ๒-๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นั้น ดิฉันเชื่อว่ารัฐบาลคงจะจัดในการเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมนั้นได้ดี เพราะเนื่องจากว่าประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุม มาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นในการจัดการประชุมครั้งนี้คงไม่มีปัญหาสําหรับรัฐบาล ดิฉันเชื่อเช่นนั้น สิ่งที่ดิฉันกังวลและตั้งเป็นข้อสังเกตที่จะกราบเรียนให้แก่คณะรัฐมนตรี ซึ่งเสนอกรอบเจรจานี้เข้ามาด้วยเรื่องของผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ จากการจัดประชุมหนนี้ โดยเฉพาะ ๒-๓ เรื่อง
เรื่องแรก ก็คือว่าการเสนอให้ไม้พะยูงเข้าเป็นชนิดพันธุ์ในบัญชี ๒ ซึ่งความเป็นจริงแล้วดิฉันอยากให้จัดให้ไม้พะยูงเข้าเป็นชนิดพันธุ์ในบัญชี ๑ ด้วยซ้ําไป แต่แน่นอนคงทําเช่นนั้นไม่ได้ เพราะเนื่องจากว่าไม้พะยูงยังมีการค้าระหว่างประเทศ ถ้าเราขืนให้ไม้พะยูงเป็นบัญชี ๑ ดิฉันเชื่อว่าเราคงเอาไม้พะยูงเข้าไปจดในบัญชี ๑ คงไม่ได้ เด็ดขาด ไม่มีเพื่อนบ้าน ไม่มีประเทศสมาชิกภาคีใดให้เราทําสัญญาเช่นนั้น เพราะฉะนั้น เพื่อยังมีการค้าอยู่ก็แน่นอนต้องเข้าไปสู่ในบัญชี ๒ ดิฉันก็พอจะรับได้ เพราะดีกว่าไม่มีบัญชี ใด ๆ เลยในการที่ไม้พะยูงซึ่งเป็นไม้หายากดั่งที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้กล่าวไปแล้ว ซึ่งดิฉัน ได้ลงพื้นที่ในเขตอีสานใต้ในป่าสงวนแห่งชาติในอีสานใต้หลายจังหวัดไม่มีไม้พะยูงเหลืออีกแล้ว นอกจากในเขตอุทยานแห่งชาติเท่านั้นที่ยังพอมีเหลืออยู่บ้าง ซึ่งไม้พะยูงนั้นโตช้ามาก ๑ ปีสามารถโตได้เพียงแค่เซนติเมตรเดียวเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นความที่หายากจึงเป็นไม้มีค่า ของหายากเป็นของมีค่าเสมอแล้วเป็นที่นิยม เพราะฉะนั้นแน่นอนเป็นที่หมายปอง เป็นการค้าข้ามชาติที่เราท่านทั้งหลายในประเทศไทยย่อมรู้อยู่แล้ว ข่าวคราวออกเสมอ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวจังหวัดสกลนคร ชาวจังหวัดมหาสารคาม ที่ต้องบอกว่า ต้องนอนร้องไห้ทุกคืนที่เห็นการตัดไม้ทําลายป่าโดยเฉพาะไม้พะยูง ทนไม่ได้ต้องมาร้องทุกข์ อะไรทํานองนั้น ซึ่งเหมือนที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้กล่าวไปแล้วว่าประเทศไทยทําไมจึงไม่จัด ไม้พะยูงให้เป็นไม้หวงห้ามชนิดพิเศษ เช่นเดียวกับไม้สักกับไม้ยางนา ซึ่งแม้จะขึ้นในที่ที่เป็น ที่ดินของตัวเองก็ตัดไม่ได้ แต่นี่ไม่มีเลย ปล่อยให้ไม้พะยูงเป็นไม้ที่ธรรมดา ๆ สามารถตัดได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นที่ดินของตัวเองสามารถตัดได้เลยทํานองอย่างนั้น แน่นอน ก็เกิดการค้า การลักลอบอย่างมหาศาลอย่างที่เราท่านเห็นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันกังวล ในเรื่องนี้ แต่ก็ยังดีที่รัฐบาลได้เห็นความสําคัญได้จัดที่จะเข้าไปสู่ไซเตสอยู่ในบัญชี ๒
เรื่องที่ ๒ ที่ดิฉันกังวลก็คือการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมบอกว่าผลประโยชน์ที่เราจะได้ก็คือการที่อยากจะปรับลดบัญชีของจระเข้น้ําจืด และจระเข้น้ําเค็มจากบัญชี ๑ ลงมาเป็นบัญชี ๒ เพื่อให้ข้อจํากัดมันน้อยลง ดิฉันไม่เข้าใจ ดิฉันไม่เห็นด้วย เรากําลังกลัวว่าสัตว์ป่า พืชป่าที่มันจะสูญพันธุ์ เราต้องเข้าสู่กระบวนการ ที่เป็นอนุภาคีเครือข่าย แล้วเหตุไฉนจึงจะไปลดบัญชีให้มันอยู่บัญชี ๒ เสียข้อจํากัดจะได้ ลดน้อยลงเพื่อการส่งออก ท่านประธานที่เคารพ ท่านทราบไหมว่าจระเข้น้ําจืดนั้น ที่ตามธรรมชาติในประเทศไทยขณะนี้มีแห่งเดียวคือที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ณ จังหวัดเพชรบุรี แล้วน่าเสียดาย ทําไมท่านทราบไหมคะ กลายเป็นจระเข้ตัวเมียอย่างเดียว วางไข่ออกมาแล้วไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวได้ นั่นย่อมแสดงให้เห็นถึงว่าเป็นภัยอันตราย ถึงความที่มันจะสูญพันธุ์อย่างแน่นอน อย่างนี้แล้วเราจะไปลดบัญชีได้อย่างไร ถ้าถามว่าจระเข้ในประเทศไทยทั้งน้ําจืดและน้ําเค็ม มีเยอะไหม ไม่เยอะเลย ไม่เยอะเลยจนท่านคิดที่จะทําหนังจระเข้หรือแปรรูปผลิตภัณฑ์ จากหนังจระเข้ส่งออกไปขาย ดิฉันไม่เห็นด้วย นั่นย่อมแสดงให้เห็นถึงว่าเรานี้ยังมีการทารุณ ต่อสัตว์ป่าอย่างมหาศาลนะคะ เรามีสินค้าที่จะส่งออกอีกเยอะแยะมากมาย ทําไมจะต้องมาเอา รายได้จากการที่ต้องเอาหนังของจระเข้ทั้งน้ําจืดและน้ําเค็มซึ่งหายากไปขายเป็นผลิตภัณฑ์ ดิฉันไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นดิฉันไม่อยากที่จะให้รัฐบาลต้องพูดถึงว่า ผลประโยชน์ที่ท่านจะได้มันเป็นเรื่องที่มาจากตรงนี้ แล้วท่านจะลดบัญชีจาก ๑ เป็น ๒ ดิฉันขอให้รัฐบาลตระหนักในเรื่องนี้ว่าไม่เห็นด้วย แล้วสิ่งที่ดิฉันอยากจะฝากเพิ่มเติมก็คือว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตระหนักถึงสัตว์ป่าชนิดหนึ่งที่เราเรียกว่าช้าง ช้างแม้ในวันนี้ท่านทั้งหลายยังเห็นว่ายังไม่ใกล้จะสูญพันธุ์ แต่ช้างเป็นสัตว์ป่าที่มีความสําคัญ ต่อประเทศไทย เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง เป็นสัตว์สัญลักษณ์ของชาติ แต่ไม่มีรัฐบาลใดสมัยใด ที่เอาใจใส่ต่อสัตว์ป่าชนิดนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เราจึงเห็นเราจึงได้ยินกรณีของช้างป่าที่ถูกฆ่าตาย ออกมาจากป่าเพราะไม่มีอาหาร เราจึงเห็นมนุษย์ทําการฆ่าช้างอย่างโหดเหี้ยมทารุณ ต่อสัตว์ป่าซึ่งเป็นข่าวคราวมากมาย เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่น่าสะเทือนใจ ดิฉันอยากให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตระหนักในเรื่องนี้ แล้วก็ยื่นมือเข้ามาดูแล ทํามาตรการง่าย ๆ ที่ดิฉันเชื่อว่ารัฐบาลทําได้ไม่ยากเลย แล้วในอนาคตอาจจะเอาช้างจัดให้เป็น ไซเตสในภายภาคหน้า สิ่งนั้นก็คือการแก้กฎหมาย อย่าให้ช้างเป็นสัตว์พาหนะ โดยเมื่อ ปลดล็อกไม่ให้ช้างเป็นสัตว์พาหนะ ช้างก็จะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองโดยอัตโนมัติ เมื่อช้างเป็น สัตว์ป่าคุ้มครองก็จะไม่เกิดปัญหาวิกฤติของช้างไทยที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ที่เราจะเห็น มีการลักลอบจับช้างป่าไปเป็นช้างบ้าน เกิดปัญหาช้างป่า ช้างบ้าน แล้วปัญหาที่มากก็คือ การเป็นเจ้าของช้าง เพราะช้างมีมูลค่ามหาศาล แล้วเราก็จะไม่เห็นภาพที่ช้างต้องมาเร่ร่อน เราก็จะไม่เห็นภาพที่น่าอนาถจากการที่ช้างถูกฆ่าตาย ถูกรังแกมากมาย เพราะฉะนั้นดิฉัน จึงฝากท่านประธาน กราบเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมว่าอย่างน้อยท่านได้คิดที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมไซเตส ครั้งที่ ๑๖ นี้ ก็ฝากให้ท่านคิดถึงว่าสิ่งที่เราไม่ควรจะเสียก็อย่าให้เสีย อย่าให้เกิดปัญหาต่อประเทศ โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเรา ขอบพระคุณค่ะ