รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องการแก้ไขเพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานก็คงจะได้เห็นนะครับว่าบรรยากาศ ในการประชุมรัฐสภาวันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านก็ได้ให้ความร่วมมือในการทำหน้าที่ในการ พิจารณาในวาระที่สองอย่างดี ท่านประธานจะเห็นได้ว่าส่วนไหนก็ตามที่เราเห็นว่าไม่มี ความสำคัญหรือไม่มีสาระเราก็ไม่อภิปรายครับ เราก็จะหยิบยกในประเด็นของข้อเป็นห่วง หรือข้อห่วงใยเพื่อที่จะสะท้อนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปยังกรรมาธิการ และผมเชื่อครับว่าวันนี้ ที่ประชุมรัฐสภาก็คงจะเดินหน้าไปได้หลายมาตรา นั่นคือเจตนาที่ดีของทุกคนที่พยายามทำ หน้าที่ โดยเฉพาะในมาตรา ๒๙๑/๙ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้เห็นคำแปรญัตติ ที่ผมได้สงวนความเห็นไว้ ที่ยื่นต่อกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านประธานจะเห็นได้เลยครับ ว่าเจตนารมณ์ของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านหรือกรรมาธิการเสียงข้างน้อยอย่างพวกผมนี่ครับ มีเจตนาที่ดีที่จะช่วยกันปิดช่องว่างของการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานจะเห็นได้นะครับว่า สิ่งที่ผมได้แปรญัตติ คือในมาตรา ๒๙๑/๙ ที่เดิมเขียนไว้ว่าภายใน ๑๐ วันนับแต่วันถัดจาก วันที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครบจำนวนตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) ให้มีการประชุม สภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก นี่คือร่างเดิมของคณะรัฐมนตรีครับ และท่านประธานดูที่ผมได้แปรญัตติไว้นะครับ ผมได้แปรญัตติโดยให้เพิ่มเติมข้อความจาก จำนวน ๑๐ วันเป็น ๔๕ วัน แต่ให้ตัดข้อความคำว่า ถัดจากวันที่มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครบจำนวนตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) โดยให้เพิ่มเติมข้อความต่อไปนี้แทนเป็น ภายใน ๔๕ วันนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้มีการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก แล้วก็ท่านประธานดูรายงานของคณะกรรมาธิการ ดูสิครับ คณะกรรมาธิการก็ได้แก้ไขจากร่างเดิมของคณะรัฐมนตรีโดยใจความและสาระสำคัญ ก็เหมือนกับร่างที่ผมแปรญัตติไว้ ท่านประธานเห็นไหมครับว่าในร่างของคณะรัฐมนตรีนั้น ในบางส่วนก็มีข้อผิดพลาด ในบางส่วนก็มีข้อบกพร่อง พวกเราก็พยายามทำหน้าที่ที่จะเติมเต็ม เพื่อให้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด และสามารถที่จะเดินพ้นกับ ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าเราไม่มีความรอบคอบในการที่จะจัดทำ คำแปรญัตติของผม ที่ผมได้เสนอต่อท่านประธานรัฐสภาเป็นสิ่งพิสูจน์ได้ดีครับว่าเรามุ่งเน้นที่จะทำงานเพื่อให้ การทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภานั้นยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับรัฐสภาและพี่น้องประชาชน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้อห่วงใยของผมเองซึ่งได้ขอแปรญัตติและกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็ได้ปรับเปลี่ยนถ้อยความเดิมจากร่างของคณะรัฐมนตรี นั่นคือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนครับว่าเมื่อทุกคนพยายามที่จะทำหน้าที่เราก็สามารถที่จะ เดินหน้าแล้วก็เห็นข้อบกพร่องไปด้วยกัน ทำไมผมถึงต้องตัดคำว่า นับแต่วันถัดจากวันที่ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครบจำนวนตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) แล้วก็ตรงกับที่ กรรมาธิการเสียงข้างมากตัด แล้วก็เพิ่มเติมข้อความเดียวกันเลยครับ เพราะเราเห็นนะครับ ท่านประธาน เห็นว่าถ้าไปกำหนดข้อความแบบนี้จะมีปัญหาอย่างมากในกรณีที่การรับรอง สสร. ไม่ได้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ เนื่องจากท่านมีกรอบเวลาว่ารัฐธรรมนูญ สสร. นั้น จะต้องรับรองภายในกี่วัน และจะต้องเริ่มประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญภายในกี่วัน ผมเป็นห่วง เป็นห่วงว่าถ้าไปกำหนดเวลาไว้อย่างนั้น เกิดมันมีข้อบกพร่อง ผิดพลาดทำให้ กกต. ไม่สามารถ รับรองผู้ที่สมัครเป็น สสร. ไม่ว่าทั้งจากระบบการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน หรือระบบ คัดเลือกจากรัฐสภา ถ้ามันเกิดมีข้อขัดข้องและบกพร่องเกิดขึ้น มันกลายเป็นว่าเดินหน้า ในการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เลย เพราะไปเขียนเอาว่ามันต้องครบจำนวน ๙๙ คน นี่อย่างไรครับท่านประธาน นี่คือมุมมองสมาชิกรัฐสภาที่มองด้วยเจตนาบริสุทธิ์ แล้วก็ท้ายที่สุด กรรมาธิการเสียงข้างมากก็เห็นด้วย แล้วก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้กลับไป แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเห็น ไม่ตรงกัน ผมก็เข้าใจครับว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากก็คงจะยึดหลักกรอบเวลาที่คณะรัฐมนตรี ได้เสนอมาในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ว่ากัน เมื่อท่านมีความจำเป็น ท่านเห็นว่าเวลาในการ จัดทำรัฐธรรมนูญมีความสำคัญสำหรับท่านก็ไม่เป็นอะไร ผมเสียงข้างน้อยก็ต้องยอมรับ วันนี้ ท่านมีเสียงข้างมาก ท่านชี้ขาด ท่านสามารถชี้นำในการประชุมรัฐสภา พวกผมเสียงข้างน้อย ก็ต้องยอมรับ แต่การยอมรับของพวกผมก็ต้องแสดงเหตุผลให้เป็นที่ประจักษ์ในที่ประชุม รัฐสภาว่าเสียงข้างน้อยที่ทักท้วงและท้วงติงนั้น เกิดด้วยความตั้งใจที่ดี อยากให้ทุกภาคส่วน ได้มีโอกาสที่จะร่วมกันเดินหน้าในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ผมถึงกำหนดเวลาไว้เป็น ๔๕ วัน เพื่อเปิดโอกาส เปิดช่องหายใจ เปิดเวลาสำหรับเหตุการณ์ที่มันอาจจะไม่คาดฝัน หรืออาจจะ ไม่คาดถึง เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าตลอดระยะเวลา ๑๐ วัน หรือ แม้กระทั่ง ๑๑ วัน ที่พวกเราได้ทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ อาจจะมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง อาจจะมีความรู้สึกกดดันโดยบางช่วง บางเวลาของเหตุการณ์ก็เป็นเรื่องปกติของคนที่ทำงาน กันหามรุ่งหามค่ำ และการทำงานในการอภิปรายในสภาเป็นเรื่องที่มีความละเอียด รอบคอบ เป็นเรื่องทางกฎหมาย เป็นเรื่องทางเทคนิคที่จะต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ แล้วก็ความจำเป็น ที่จะต้องอธิบายให้เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนได้มีความเข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของเสียงข้างน้อย แล้วก็พรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่าเราอยากให้รัฐสภาเดินหน้า แล้วก็อยากฝากท่านประธานว่าการทำหน้าที่ท่านประธาน ท่านประธานก็ให้มีความยืดหยุ่น เพราะว่าการอภิปรายในสภามันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของ ระบอบประชาธิปไตยครับท่านประธาน ท่านประธานจะมาบอกว่าแปรญัตติ ๑ คำ ๑ บรรทัด และให้พูด ๓ นาที นั่นไม่ใช่ความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย ความสวยงามในระบอบ ประชาธิปไตยท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนที่เขาติดตามฟังการอภิปรายเขาได้รับอรรถรส ได้ความรู้ความเข้าใจ ลีลาท่าทางของท่านสมาชิกก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะทำให้พี่น้องประชาชน ได้ให้ความสนใจในการที่จะติดตามการทำหน้าที่ของรัฐสภา วันนี้ผมแปรญัตติในเรื่องของ จำนวนเวลาจากเดิม ๑๐ วัน เป็น ๔๕ วัน ผมก็บอกท่านประธานแต่เพียงว่าอยากจะเปิดช่อง อยากจะเปิดเวลาเพื่อให้เราสามารถรับกับสถานการณ์ที่เราคาดไม่ถึง แล้วก็ที่ผมแปรญัตติไว้ ว่าให้ตัดว่าอย่าไปเริ่มนับตั้งแต่วันที่ สสร. ครบจำนวน เพราะจะมีปัญหา ท่านจะไม่สามารถ ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ ผมถึงต้องแปรญัตติว่าให้นับ ๔๕ วันนับแต่วันเลือกตั้งสภา ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะว่า ๑๕ วัน กกต. ต้องรับรองครับท่านประธาน เหลืออีก ๓๐ วันไว้เผื่อท่านประธาน จะได้มีช่องเวลาในการที่จะเรียกประชุมรัฐสภาหรือกำหนดให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้ทำหน้าที่ต่อไป นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียนว่าความคิดเห็นที่เราอยากจะเดินหน้ารัฐธรรมนูญ และความเห็นที่ตรงกันระหว่างกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและกรรมาธิการเสียงข้างมาก ในประเด็นมาตรา ๒๙๑/๙ เป็นเครื่องยืนยันว่าเราทำงานเรื่องนี้ด้วยเจตนาที่จะให้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เดินหน้าและไม่มีปัญหาต่อไปในอนาคต กราบขอบพระคุณครับ