รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

อานิก อัมระนันทน์ หารือเรื่องการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้เปลี่ยนเงื่อนไขการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อลดความเสี่ยงของการลาออกและรักษาความเป็นกลาง

นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายสงวนความเห็นแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๘ ใน ๒ ประเด็นค่ะ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือในวรรคสาม เรื่องของเงื่อนเวลาดิฉันได้เสนอว่าให้ขยาย ออกเป็น ๔๕ วัน สำหรับการที่จะต้องหาสมาชิก สสร. ใหม่มาทดแทน ก็ได้มีในเชิงหลักการ ก็มีหลายท่านได้อภิปรายตรงนี้แล้วนะคะ ดิฉันก็แค่ขออภิปรายเหตุผลในข้อนี้โดยสรุปเพื่อ ไม่ให้เป็นการเร่งร้อนรวบรัด เพื่อที่เราจะได้ตัวแทนผู้เชี่ยวชาญหรือแม้แต่จากการเลือกตั้งมา เป็น สสร. ที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดก็ยังมีความหวังตรงนั้น ถ้าเผื่อเราไม่เร่งร้อนเกินไป ทีนี้ประเด็นหลักที่อาจจะไม่เหมือนท่านอื่นที่ดิฉันได้ขอแปรญัตติ ไว้ก็คือในวรรคสี่ วรรคสี่ที่พูดถึง ในกรณีที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หรือ (๒) ว่างลงตามวรรคสาม ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ทั้งนี้สภาร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องมีสมาชิกจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) กึ่งหนึ่งตรงนี้ค่ะ ดิฉันขอแปรญัตติว่าน่าจะต้องเป็นสัก ๒ ใน ๓ นะคะ เหตุผล ตรงนี้ก็เพราะว่ากึ่งหนึ่งนี่เยอะมากเลยค่ะ ไม่ว่าจะลงเอยว่า สสร. จะมีกี่คน ดิฉันมองว่า สาเหตุที่อาจจะสูญเสียสมาชิกนะคะ อย่างเช่น อาจจะเกิดการเสียชีวิตหรือไม่สบาย หรือเกิด การขาดคุณสมบัติด้วยประการใดก็ตาม สักอย่างไรในสถานการณ์ปกติก็ไม่มีทางใกล้กึ่งหนึ่ง เหตุผลเดียวที่อาจจะมีจำนวนสมาชิกลดน้อยลงเสียไปเยอะจนกระทั่งถึงเกือบกึ่งหนึ่งนี่น่าจะ มาจากการที่มีการลาออกค่ะ ซึ่งการลาออกนี้ก็ต้องเป็นการลาออกในจำนวนที่มีนัยสำคัญค่ะ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ดิฉันมองว่าอาจจะเป็นความหวังก็ได้ค่ะ เพราะว่าสมาชิกซึ่งประชาชนจำนวนมากห่วงอยู่ ณ ตอนนี้ที่ได้มีการอภิปรายมาแล้ว ๑๐ วัน ๑๐ คืน ก็เพราะว่ามีการสะท้อนความเป็นห่วงของประชาชนว่าจะมีการล็อกสเปกหรือเปล่า ในการเลือกสรรคน ในการจัดเลือกตั้งคนอะไรต่ออะไรพวกนี้นะคะ ทีนี้ดิฉันมองว่าด้วยอะไร ก็แล้วแต่ พวกเราก็พยายามที่จะขอให้ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากปรับเงื่อนไขคุณสมบัติ ต่าง ๆ ให้ได้สมาชิก สสร. ที่ดีที่สุด เป็นกลางที่สุด แต่ว่าเมื่อได้มาแล้ว ดิฉันมองว่าในโอกาส ที่เกิดด้วยสาเหตุบางอย่าง หากการร่างรัฐธรรมนูญอาจจะเป็นไปในทางที่ไม่สมควรนะคะ และเกิดประชาชนไม่ยอมรับ มีการลุกขึ้นประท้วงต่อต้าน มีการตำหนิกันอย่างกว้างขวาง และสมาชิก สสร. จำนวนหนึ่งซึ่งมากพอ อาจจะเกิดหิริโอตตัปปะขึ้นมา แล้วก็มีการถอนตัว ลาออกจากการร่างกฎหมายสูงสุดอันนี้นะคะ ซึ่งมันก็อาจจะเกิดขึ้นได้นะคะ เช่น สมมุติว่า อาจจะมีการไปแก้ไขอะไรบางอย่างที่เป็นการล้างผิดใครบางคน หรือว่าเป็นการไปแก้การถ่วงดุล ไม่ให้มีอำนาจตุลาการที่ถ่วงดุลที่เหมาะสม หรืออำนาจของการตรวจสอบขององค์กรอิสระ ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป หรือสิทธิเสรีภาพเปลี่ยนแปลงไป อย่างเช่น สิทธิเสรีภาพในการ ปกป้องของชุมชน มาตรา ๖๗/๒ หรือการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม มาตรา ๔๓ เหล่านี้ เป็นต้น ถ้าเกิดสิ่งเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าในร่างของเสียงส่วนใหญ่จะได้ระบุแล้วว่า ในส่วนของสถาบันคือระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กับในส่วนของรูปของรัฐจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ตาม แต่ว่ามีความเสี่ยงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เรื่องอื่น ๆ ที่ดิฉันได้กล่าวมาเมื่อกี้เป็นตัวอย่างนะคะ ซึ่งจะไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมและ ของประชาชน แล้วก็อาจจะมีการแสดงออก มีการประท้วง กดดัน ตำหนิกันมากมาย ก็เลย อาจจะเกิดกรณีว่ามีการลาออกได้เยอะ ถึงกึ่งหนึ่งเป็นต้น เพราะฉะนั้นดิฉันมองว่ากรณีนี้ เป็นการสะท้อนว่ากำลังไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้องอย่างที่หลาย ๆ คนเป็นห่วงอยู่ตอนนี้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงคิดว่าควรจะปรับเส้นตรงนี้ แทนที่จะกึ่งหนึ่งเปลี่ยนเป็น ๒ ใน ๓ ของ สมาชิกยังต้องเหลืออยู่นะคะ ถึงจะใกล้เคียงความจริง แล้วก็เป็นการที่จะทำให้เราได้ สสร. และได้เนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่เป็นกลางแล้วก็เป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศกับประชาชน ต่อไปนะคะ อันนี้จึงเป็นเหตุผลที่ดิฉันขอเสนอตรงนี้ และที่ได้ยกตัวอย่างที่เอ่ยมา อาจจะเป็น สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วประชาชนจำนวนมากจะต่อต้านไม่พอใจตำหนิได้ ก็เป็นเพราะว่า หลาย ๆ อย่างเป็นสิ่งที่คนกลัวกับระบบที่เขาเรียกกันว่า ทักษิโณมิก (Thaksinomics) อันนี้ ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร เอ่ยชื่อระบบที่นักวิชาการเรียกกัน เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะลดความเสี่ยงตัวนี้ ดิฉันจึงคิดว่าถ้าเผื่อสมาชิกเกิดมีการลดน้อยลงไปกว่า ๒ ใน ๓ ก็ถือว่าน่าจะหมดสภาพของ สภาร่างรัฐธรรมนูญอันนี้ จึงเรียนมาเพื่อให้ท่านโปรดพิจารณาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ