รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างกรรมาธิการในสภา โดยยืนยันร่างกรรมาธิการที่ได้รับการยอมรับจากสมาชิกสภา และขอให้สมาชิกสภาให้ความเห็นชอบร่างกรรมาธิการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขร่างกฎหมาย โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. และการสรรหา สส. โดยต้องการให้สอดคล้องกับร่างมาตรา ๒๙๑/๑ และต้องการตัดหรือแปรญัตติออกคำที่ไม่สอดคล้อง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นย้ำว่าควรเลือกตั้งซ่อมภายใน 30 วันตามรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และเรียกร้องการแก้ไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน สมาชิกรัฐสภา ในฐานะกรรมาธิการ ต้องขออนุญาต ท่านประธานที่จะเรียนชี้แจงในมาตรา ๒๙๑/๘ ซึ่งเป็นบทมาตราที่ว่าด้วยเรื่องของสมาชิกภาพ การสิ้นสมาชิกภาพและการเลือกตั้งหรือสรรหาทดแทนของสมาชิก ท่านประธานที่เคารพครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๓ ท่าน ได้กรุณาเสนอข้อที่ท่านได้สงวนความเห็นไว้ต่อกรรมาธิการ แล้วท่านนำมาบอกกับท่านประธานผ่านมายังเพื่อนสมาชิกเพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกจะได้ ให้ความเห็นชอบตามร่างของท่านเอง เบื้องต้นผมขออนุญาตอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นชี้แจงอยู่ ๓ ประเด็นเท่านั้นเอง

ประเด็นที่ ๑ ผมต้องกราบเรียนในนามกรรมาธิการนะครับ โดยท่านประธาน สามารถและกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอยืนยันร่างกรรมาธิการที่ปรากฏเป็นร่างกรรมาธิการ เรายืนยันขอให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบร่างกรรมาธิการ เหตุผลที่ต้องเรียน ยืนยันอย่างนี้เบื้องต้นนะครับ เพราะว่าร่างกรรมาธิการถึงแม้จะมีสมาชิกบางท่านบอกว่าเป็น ร่างคณะรัฐมนตรี แล้วใช้คำว่า ลอกมาทั้งดุ้น ต้องขออภัยที่ใช้คำตามท่าน ไม่สุภาพนักนะครับ แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่ากระบวนการขั้นตอนที่รัฐสภาแห่งนี้ รับหลักการในวาระที่หนึ่งไปนี้ ท่านรับร่างคณะรัฐมนตรี ร่างเพื่อนสมาชิก ๒ ร่างนะครับ เมื่อสภามีมติรับร่างแล้วนี้นะครับ นั่นเราถือว่าเป็นร่างของรัฐสภาครับ เป็นร่างรัฐสภา คณะกรรมาธิการมีหน้าที่จะเอาร่างรัฐสภาไปพิจารณาในรายมาตราให้ถี่ถ้วน ถ้าเห็นว่าร่างนั้น ที่รับมาไม่มีความจำเป็นใด ๆ มีความสมบูรณ์อยู่ในตัวมันแล้ว คณะกรรมาธิการก็ไม่มี ความจำเป็นต้องไปแก้ไข ซึ่งก็เป็นวิธีปฏิบัติกันในการตรากฎหมายเป็นอย่างนี้เรื่อยมานะครับ ก็เป็นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้ดูไปแล้วในชั้นหนึ่ง คณะกรรมาธิการก็มีความจำเป็น เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมกราบเรียนเบื้องต้นและขอยืนยันร่างคณะกรรมาธิการ

ประเด็นที่ ๒ ครับ ในข้อสงวนความเห็นของท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ทั้ง ๓ ท่านนะครับ สงวนในลักษณะเดียวกันแต่เวลาสงวนก็คงแยกเป็นทีละท่านนะครับ แต่ว่าข้อความสงวนเหมือนกันทุกบรรทัด ทุกตัวอักษรที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ประเด็นส่วนใหญ่ เป็นการแก้ไขครับ แก้ไขส่วนที่ ๑ เป็นการแก้ไขให้สอดคล้องกับร่างมาตรา ๒๙๑/๑ ของ ท่านเอง ที่ท่านจะประสงค์ให้มี สสร. มาจากการเลือกตั้งอย่างเดียวนะครับ เพราะฉะนั้น บทบัญญัติใดที่เขียนถึง สสร. ที่มาจากการสรรหาหรือมีการคัดเลือกของรัฐสภา ท่านก็ต้อง แปรญัตติตัดออก ตัดออกในคำแปรญัตติของท่านหรือสงวนความเห็นของท่านออกไปครับ ตรงนั้นก็เพื่อให้สอดรับกัน อันนั้นประเด็นที่ ๑ ครับ เช่น ในวรรคหนึ่งของท่านเองที่ตัดคำว่า หรือวันที่รัฐสภามีมติแล้วแต่กรณี ท่านตัดออก เพื่อให้สอดคล้อง แม้กระทั่งในวงเล็บนะครับ ที่ท่านตัดเลข ๑ เลข ๒ ออกก็เพื่อให้สอดคล้อง

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านสงวนความเห็นไว้ก็เป็นประเด็น ก็คือเรื่องเวลา เวลาเมื่อ สสร. ว่างลงครับ ร่างของคณะกรรมาธิการให้มีการเลือกตั้งหรือคัดเลือกซ่อมภายใน ๓๐ วัน ประเด็นนี้แตกต่างกันชัดเจน ท่านเสนอมา ๔๕ วัน ภายใน ๔๕ วัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตประเด็นเรื่องของ ๔๕ วันที่เป็นร่างคณะกรรมาธิการ ร่างคณะกรรมาธิการเอง ยืนอยู่ที่ ๓๐ วันตามร่างเดิมของรัฐสภา เพราะเราได้ตรวจสอบ เราได้ถามความเห็นนะครับ แล้วดูกระบวนการที่เขียนในบทมาตราแล้วนี่ ๓๐ วันสามารถดำเนินการได้ ไม่ว่าจะเป็นการ เลือกตั้งซ่อมหรือคัดเลือกโดยรัฐสภา ท่านประธานครับ ในกระบวนการการเลือกตั้งซ่อม และคัดเลือกโดยรัฐสภา ขั้นตอนในการที่จะนำเสนอเป็นพระราชกฤษฎีกาก็ดี หรือทำอย่างอื่น ที่นอกเหนือจากนี้ไม่ได้นำมาเป็นองค์ประกอบนะครับ เมื่อมีตำแหน่งว่างลงเมื่อใด ก็เป็น คำถามท่านว่านับจากตรงไหนนะครับ ในวรรคที่เขียนครับ เมื่อตำแหน่งสมาชิกว่างลง เมื่อใด นั่นคือว่างลง ก็เอาวันนั้นเป็นวันตั้งต้นและว่างลง ก็นับไป ๓๐ วันนะครับ เพราะเขียนอยู่ ในตัวบทอยู่แล้ว แต่อาจจะเขียนยาวไปสักนิดหนึ่งนะครับ เมื่อว่างและนับไป ๓๐ วัน ก็จัดการคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน เลือกตั้งให้แล้วเสร็จ ภายใน ๓๐ วัน ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นประเด็นว่าจะทำทันหรือไม่ทันครับ จริงอยู่ครับรัฐธรรมนูญ ที่พวกเราถืออยู่ในปัจจุบัน ปี ๒๕๕๐ ว่าด้วยการสิ้นสมาชิกภาพของสภาผู้แทนราษฎร กรณี ที่มีการเลือกตั้งซ่อมก็เขียนไว้ภายใน ๔๕ วันครับ อาจจะ ๓๐ วัน ส่วนใหญ่ก็ประมาณ ๓๐ วัน เพราะฉะนั้นประเด็นวันก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกครับ ยืนยันว่าทำทันอย่างแน่นอน

ประเด็นต่อไป ที่เป็นข้อคำถามของเพื่อนสมาชิก ผมก็จะนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกครับ เกี่ยวกับร่างคณะกรรมาธิการ ผมคงไม่สามารถที่จะไปนำเสนอ ประเด็นที่ท่านได้เสนอคำแปรญัตติไว้ หรือสงวนความเห็นเอาไว้แก้ไขเพิ่มเติมตรงนั้น เพราะท่านได้พูดไปแล้ว

ประเด็นที่ ๑ เป็นข้อคำถาม คือทำไมไม่นำเอามาตรา ๒๙๑/๕ ที่ว่าด้วยการวินิจฉัย ของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมาบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๑/๘ ที่เขียนเกี่ยวกับสมาชิกภาพ ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงเมื่อ ก็เขียนไล่ลงมา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องกราบเรียนครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖ ที่ท่านถืออยู่ในมือคือ ปี ๒๕๕๐ ครับ เขียนว่าด้วยการสิ้นสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเทียบเคียงได้ครับ มีอยู่ทั้งหมด ๑๑ วงเล็บ ๑๑ วงเล็บผมก็พยายามดูทั้งหมด คณะกรรมาธิการพยายามดูทั้งหมด ท่านดูก็ได้ ไม่ได้นำเอาคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง กรณีวินิจฉัยของสภาผู้แทนราษฎร กรณี ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมาเขียนไว้ในบทบัญญัติของการสิ้นสมาชิกภาพ เพราะนัยต่างกันครับ นัยของการวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นการวินิจฉัยให้มีการเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้ง แล้วก็จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ กระบวนการตรงนี้เป็นตัวบทบัญญัติของมันเองครับ แยกอย่างชัดเจนครับ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ก็คือโดนใบแดง หรือสั่งให้เลือกตั้งใหม่ นั่นคือ กรณีใบเหลือง คนเดิมลงมาได้อีกครับ คนเดิมก็สามารถลงมาเลือกตั้งได้อีก ยกเว้นเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งที่ถูกตัดสิทธิไปไม่ให้ท่านกลับมาลงได้ใหม่ คนละประเด็นกับการสิ้นสุดสมาชิกภาพ ที่เราเขียนในมาตรา ๒๙๑/๘ การสิ้นสุดตามมาตรา ๒๙๑/๕ เป็นคำสั่งศาล กรณีที่มีความผิด ต่อกฎหมายเลือกตั้ง เราใช้คำว่า เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ครับ เราไม่ได้ใช้คำว่า สิ้นสุดสมาชิกภาพ เป็นการเพิกถอนสิทธิเขาเลย ตรงนั้นเองก็เป็นประเด็นหนึ่งว่าเราเทียบเคียงกฎหมายที่มีอยู่ เขียนในมาตรา ๑๐๖ อย่างไร เราก็มาเขียนมาตรา ๒๙๑/๘ เช่นนั้น ก็ไม่ได้แตกต่างกัน ถ้านำมาเขียนก็จะมีคำถามว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๐๖ เขียนอย่างนี้ ทำไมมาตรา ๒๙๑/๘ ถึงต้องเขียนให้แตกต่างไป ก็จะมีคำถามนะครับ ซึ่งก็อธิบายได้ยากอีก โดยความ รวมนะครับ ก็คือว่ามันเป็นลักษณะของการสิ้นสุดโดยการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโดยศาล เพราะฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมาบันทึกในมาตรา ๒๙๑/๘ นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่ผมต้องกราบเรียนต่อข้อเสนอของเพื่อนสมาชิก เป็นคำถามที่เป็นประโยชน์ยิ่ง แต่ว่าสิ่งที่ท่านคณะกรรมาธิการ ผมเองก็ด้วยความเคารพท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ที่เป็นกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านนิพนธ์ ข้อเสนอ ข้อทักท้วงหลายประการของท่านได้รับ การนำเสนอ แล้วเอามาแก้ไข เช่น การนับวันอะไรต่าง ๆ แต่เสียดายครับ มาตรานี้เองสิ่งที่ ท่านได้สงวนความเห็นไว้ท่านก็ไม่ได้แปรญัตติในประเด็นนี้เลย ก็จะเป็นประโยชน์ยิ่งถ้าท่าน แปรญัตติเอาไว้นะครับ แต่ว่าสิ่งที่ท่านตัดออกเป็นการตัดให้สอดคล้องกับเรื่องเดิมที่ท่าน แปรญัตติไว้เท่านั้นเอง ยกเว้นที่ท่านแก้เป็น ๔๕ วัน ตรงนั้นผมเองก็ได้ชี้แจงไปแล้วครับ ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ