รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

วิรัช ร่มเย็น เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการแปรญัตติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจและฟังถึงขั้นละเอียดในกระบวนการนี้ และเรียกร้องให้มีการสลับระหว่างการอ่านฉบับยาวและฉบับย่อ เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าใจและเห็นใจในกระบวนการนี้ นอกจากนี้ เขายังหารือเกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกใหม่ และยังหารือเรื่องการแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๘ ของร่างรัฐธรรมนูญ โดยวิพากษ์วิจารณ์กรรมาธิการเสียงข้างมากที่ลอกมาจากร่างของคณะรัฐมนตรีเต็มที่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง และแปรญัตติเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแบบเลือกตั้งจังหวัดละ ๒ คน

นายวิรัช ร่มเย็น กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระนอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ผมเห็นใจนะครับ ที่ท่านประธานจะต้องรับฟังเรื่องราวให้ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนผู้แปรญัตตินะครับ อาจจะเป็นฉบับยาว ต้องขอเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ ในการแปรญัตติมี ๒ มิติครับ มิติแรก ก็คือเป็นฉบับเต็มคือยาว มิติที่ ๒ เป็น ฉบับย่อแปลว่าสั้น คล้าย ๆ มติ ครม. ล่ะครับ มีทั้งฉบับเต็มและฉบับย่อ เมื่อกี้ท่านประธาน ได้รับชมรับฟังในเรื่องของการแปรญัตติฉบับยาวแล้ว ทั้งของท่านธนาและของท่านนิพนธ์ ซึ่งไม่ผิดครับ ถูกต้องตามข้อบังคับและตามกติกา ต่อไปเป็นฉบับย่อ แล้วหลังจากนั้นจะสลับ ด้วยฉบับยาว หลังจากผมแล้วก็จะเป็นฉบับยาว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเรียน ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติคล้าย ๆ ของเพื่อนทั้ง ๒ นะครับ มาตรา ๒๙๑/๘ มันเป็น ความจำเป็นครับ เวลาพี่น้องประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงเขาชมอยู่ทางบ้านหรือฟังอยู่ ทางบ้านหลายท่านบอกว่าแปรญัตติเหมือน ๆ กัน น่าจะพูดน้อย ๆ ผมเรียนเลยครับ ในทาง ปฏิบัติจริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนเวลาเขาฟังถ้าฟังหลาย ๆ รอบเขาเข้าใจครับ เป็นผลดีครับ ท่านประธาน มาตรา ๒๙๑/๘ ผมต้องอ่านให้ฟังก่อน แล้วคนต่อไป ท่านต่อไปจะฉบับยาว แค่ไหนก็ตามเขาก็ต้องอ่านอย่างนี้นะครับ เพื่อให้คนทางบ้านได้เข้าใจเพราะเป้าหมายที่เรา ถ่ายทอด เป้าหมายที่เรามาแปรญัตติเพื่อให้เข้าใจกันทั่วประเทศเพราะเป็นกฎหมายสำคัญ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๙๑/๘ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) เริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้งหรือวันที่รัฐสภามีมติแล้วแต่กรณี นี่คือฉบับของ กรรมาธิการเสียงข้างมากซึ่งลอกมาจากร่างของ ครม. เต็มยศ ไม่มีการตัดเลยแม้แต่คำเดียว ท่านประธานครับ

วรรคสอง บอกว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หรือ (๒) สิ้นสุดลงเมื่อ (๑) สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงตามมาตรา ๒๙๑/๑๕ (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๙๑/๒ หรือมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา ๒๙๑/๓ ในกรณีของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) (๕) ขาดคุณสมบัติตาม มาตรา ๒๙๑/๒ (๑) หรือ (๒) หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๙๑/๓ (๑) หรือ (๓) ในกรณีในของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒)

วรรคสาม เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หรือ (๒) ว่างลง เพราะเหตุอื่นใดนอกจากถึงคราวออกตามมาตรา ๒๙๑/๑๕ ให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งหรือประธานรัฐสภาดำเนินการเลือกตั้งหรือคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างภายในกำหนดเวลาสามสิบวัน เว้นแต่ระยะเวลาการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ของสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ จะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน

วรรคสุดท้าย วรรคสี่ ในกรณีที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หรือ (๒) ว่างลง ตามวรรคสาม ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไป แต่ทั้งนี้ สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องมีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมเข้าใจ ในความเป็นจริงครับ เวลาเราอ่านมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) เหล่านี้ครับ พี่น้องประชาชน เจ้าของอำนาจที่แท้จริงที่อยู่ทางบ้านนี้บางครั้งก็ฟังไม่เข้าใจหรอกครับ เพราะฉะนั้นการที่ได้ อ่านหลาย ๆ รอบ สมาชิกผู้แปรญัตติ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้อ่านหลาย ๆ รอบเป็นผลดี สำหรับพี่น้องประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงที่จะได้รับทราบเนื้อความครับท่านประธาน นั่นคือร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากซึ่งผมเรียนแล้วว่าลอกมาจากเรียกว่าเอามาจากร่าง ของ ครม. เต็มที่ครับ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่คำเดียว ต่อไปนี้เป็นร่างที่ผมแปรญัตติ ผมแปรญัตติแปลว่าผมไม่เห็นด้วยในบางประเด็นในบางเรื่องดังต่อไปนี้ครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๙๑/๘ ซึ่งเป็นร่างที่ผมได้แปรญัตติ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) เริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้งหรือวันที่รัฐสภามีมติแล้วแต่กรณี ผมอธิบายอย่างนี้ครับ ผมเรียนว่ามาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) ก็คือการได้มาซึ่ง สสร. (๑) ก็คือเลือกตั้งโดยตรงจังหวัดละ ๑ คน ๗๗ คน (๒) ก็คือนักวิชาการ ผมใช้คำนี้สั้น ๆ ก็แล้วกัน นักวิชาการทั้งหมดที่รัฐสภาจะเป็นผู้เลือก ๒๒ คน รวมแล้ว ๙๙ คน ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมได้แปรญัตติให้มีการเลือกตั้งจังหวัดละ ๒ คน แต่ว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ผมแพ้ครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนครับว่าในกรณีที่บอกว่าเริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้งหรือวันที่รัฐสภามีมติ แล้วแต่กรณีนั้น ในส่วนของผมนี้นะครับ ตอนนั้นที่บอกว่าในวันที่รัฐสภามีมติแล้วแต่กรณี ผมตัดข้อความนี้ เพราะผมมั่นใจว่าถ้อยคำหรือเนื้อความที่ผมนำเสนอนี้ กรรมาธิการเสียงข้างมาก น่าจะเห็นด้วย แต่ว่าเมื่อท่านไม่เห็นด้วยก็เป็นอันว่าตกไป เพราะฉะนั้นที่ผมแปรญัตติตัดคำว่า หรือวันที่รัฐสภามีมติ แล้วแต่กรณีนั้นเป็นเหตุผลที่ผมได้นำเสนอท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ วรรคสองที่ผมแปรญัตติก็คือว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หรือ (๒) อันนี้ก็สืบเนื่องมาจากที่ผมแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑ ที่ผม ให้มี สสร. แบบเดียว ประเภทเดียวคือแบบเลือกตั้งจังหวัดละ ๒ คน เมื่อแพ้ไปผมก็เลยได้ แปรตัดนะครับ ท่านประธานครับ ข้ามมาที่ (๔) นะครับ นั่นก็คือขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๙๑/๒ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๙๑/๓ ท่านประธานครับ ในกรณีของสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) ตรงนี้ที่ผมตัดออกตั้งแต่ในกรณีของสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) นั้น ที่ตัดออกก็เพราะว่าผมแปรญัตติ เหตุผล เดียวกันนะครับ ผมแปรญัตติให้มี สสร. ประเภทเดียวคือประเภทเลือกตั้งจังหวัดละ ๒ คน ท่านประธานครับ มาที่ (๕) ผมบอกเลยว่าผมเป็นฉบับย่อ เพราะฉะนั้นผมก็จะพยายามย่อ ท่านประธานครับ (๕) บอกว่าขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๙๑/๒ (๑) หรือ (๒) หรือ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๙๑/๓ (๑) หรือ (๓) และ (๔) และ (๔) นี้ที่ผมเติมเข้าไปนั้น ท่านประธาน ผมกราบเรียนครับว่าที่เติมเข้าไปนั้น (๔) ก็คือเป็นกรณีที่ผมแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๓ เพิ่มไปนะครับว่า ในกรณีที่ห้ามผู้ที่จะเป็น สสร. นี่ผมบอกว่าต้องห้ามสมาชิกพรรคการเมือง คือไม่อยากให้พรรคการเมืองเข้าไป เกี่ยวข้อง ห้ามการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือเคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมาแล้ว แต่ยังห่างพรรคไม่ถึง ๓ ปี ไม่เกิน ๓ ปี ตรงนี้เมื่อผมคิดอย่างนี้ผมจึงได้แปรญัตติได้เพิ่มไป ในข้อความที่ขีดเส้นใต้ว่า และ (๔) นี่คือคำอธิบายครับท่านประธาน

ตอนท้ายครับ ในกรณีของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) อันนี้ผมก็ต้องตัดออก ท่านประธานครับ เหตุผลที่ตัดออกเพราะเหตุผลเดียวกันละครับ เมื่อผมคิดว่าประเทศไทยน่าจะมีผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญหรือสมาชิก สสร. หรือ สสร. นี่น่าจะมีมา จากประชาชน ซึ่งตรงกันภาคประชาชน ตรงกับหลาย ๆ ท่าน แต่ไม่ตรงกับใจของกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ท่านไม่ยอมครับ ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลในวรรคสองนะครับ

วรรคสาม ท่านประธาน เมื่อตำแหน่งสมาชิกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หรือ (๒) ว่างลง อันนี้ก็เหตุผลเดียวกันนะครับ ผมคงไม่ต้องอธิบาย ซ้ำนะครับ เพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามมาตรา ๒๙๑/๑๕ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๙๑/๑๕ นี่เป็นเรื่องที่สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง ซึ่งมีอยู่ ๔ กรณี สภาร่างรัฐธรรมนูญ มีจำนวนสมาชิกเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จ ภายในเวลาที่กำหนด เขากำหนดไว้เดิมนี่นะครับ ในร่างฉบับนี้ร่างของ ครม. ซึ่งเดิม กรรมาธิการเสียงข้างมากก็เห็นชอบด้วย เห็นดีเห็นงามด้วยนั่นก็คือ ท่านประธานครับ เรียกว่า ๖ เดือน ๑๘๐ วัน ต่อมาพวกผมกรรมาธิการเสียงข้างน้อยให้เหตุผล ยกเหตุผล ขึ้นมาท่านก็ยอมรับ ตรงนี้ต้องขอบคุณละครับที่ท่านได้เห็น เรียกว่า แสงธรรม ท่านก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นเอาเป็น ๒๔๐ วัน ซึ่งก็ไม่ตรงกับผมนะครับ ในมาตราต่อ ๆ ไปนี่ผมแปรญัตติไว้ ๑ ปีครับ เราไปกำหนดทำไม ๒๔๐ วัน แต่ว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากวันนี้บอกว่า ๒๔๐ วัน ไม่เป็นไรครับท่านประธาน นี่คือ (๒) ของมาตรา ๒๙๑/๑๕ (๓) เมื่อร่างรัฐธรรมนูญได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นรัฐธรรมนูญแน่นอนนะครับ เมื่อเรียบร้อยแล้ว ได้รัฐธรรมนูญแล้วก็พ้นไปนะครับ และ (๔) เมื่อร่างรัฐธรรมนูญตกไปตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหกนะครับ ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลที่ผมได้แปรญัตติอภิปรายเพิ่มเติมเล็กน้อย ท่านประธานครับ วรรคสามเมื่อกี้นี้บอกว่าถึงมาตรา ๒๙๑/๑๕ ข้อความต่อไป คือให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือประธานรัฐสภาดำเนินการเลือกตั้งหรือคัดเลือกสมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างภายในกำหนดเวลาร่างของ ครม. และร่างกรรมาธิการ เสียงข้างมากบอกว่า ท่านประธานครับ ๓๐ วันอย่างที่เพื่อนสมาชิกก่อนหน้านี้ได้อภิปราย ไปแล้ว จริง ๆ ก็เหตุผลคล้าย ๆ กันครับ แต่ก็ห้ามผมให้มีเหตุผลเหมือนกับผู้แปรญัตติก่อน หน้านี้ไม่ได้ รวมทั้งผู้ที่แปรญัตติหลังจากผมเขาก็มีเหตุผล เหตุผลกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่เห็นอย่างหนึ่งก็เหมือน ๆ กันนะครับ เหตุผลกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่เห็นเหมือนกัน ใครจะมาต่อว่าต่อขาน ใครที่จะมาบอกพูดดักคอไว้ว่า ถ้ากรรมาธิการแปรญัตติเหมือนกัน ก็คงจะพูดให้น้อยลง อันนี้ห้ามไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมนำเรียนครับว่าที่ผมแปรญัตติว่า ภายในกำหนดเวลานี่ผมขอแปรญัตติเป็น เวลา ๔๕ วันครับ มากดีกว่าน้อย ไม่ได้เสียหาย อะไรเลย ตรงนี้ครับเราคาดหวังว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากที่อยู่ด้านซ้ายของท่านประธาน ด้านบนนี่ถ้าได้ดวงตาเห็นธรรมเมื่อไม่ ช่วยกรุณาเปลี่ยนจิตเปลี่ยนใจเถอะ ผมหวังนะครับ ผมหวังกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ซึ่งประชุมกันมาหลายวันผมไม่ใช้คำว่า ดื้อนะครับ เดี๋ยวจะไปซ้ำกับท่านประธาน เอาเป็นว่าท่านไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเลย แต่ผมให้ข้อสังเกตนะครับท่านประธาน ท่านยืนยันตลอด ในมาตรา ๒๙๑/๕ เรียกว่า คอเป็นเอ็นเลยล่ะ ไม่ว่าใครต่อใครอภิปรายในกรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านไม่ฟัง จะโหวต ท่าเดียวครับ ผมไม่ต้องเอ่ยว่าใครชอบเสนอว่าโหวต ๆ นี่ ตระกูลวิเหมือนกันโหวตเดี๋ยว ก็โหวต รู้ว่าเสียงข้างมากก็จะโหวต แต่ท่านประธานครับ ตั้งแต่ห้องคณะกรรมาธิการ ชั้น ๓ ตึกหลัง ที่เราเรียกว่าห้องงบประมาณซึ่งเป็นที่ประชุม ของเรา ของคณะกรรมาธิการคณะนี้ จวบจนกระทั่งมาถึงห้องใหญ่นี้นะครับ ประชุมรัฐสภา ในที่สุดท่านก็ต้องมาจนแต้ม นี่ไม่ใช่เยาะเย้ยท่านนะ ท่านก็ต้องเอาตามร่างของท่านนิพนธ์ บุญญามณี ขออภัยต้องเอ่ยนาม นั่นก็คือต้องใช้กฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาของ ส.ว. ท่านประธานครับ นี่แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านไม่เห็นด้วย ไม่ว่าในห้องคณะกรรมาธิการ แล้วก็ในห้องนี้ตั้งแต่ต้นมาท่านคิดผิดครับ ผมอยากให้ท่านนำตัวอย่างในมาตรา ๒๙๑/๕ ซึ่งในที่สุดท่านยอมรับตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านมาปรับใช้กับมาตรา ๒๙๑/๘ นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวรรคสามที่บอกว่าภายในกำหนดเวลา ๔๕ วันที่ผมแปรญัตติ มันจะ เสียหายอะไร ถ้าเอามากเข้าไว้ อันนี้ให้พิจารณา เมื่อกี้ท่านนิพนธ์ บุญญามณี บอก คาดเดาว่า ท่านประธานซึ่งชื่อสามารถ แก้วมีชัย หายไปด้านหลังคงไปคุยกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ไหนพยักหน้าให้ชื่นใจหน่อยสิ ไปคุยหรือเปล่า ท่านประธานครับ ข้อความต่อไปเขาบอกว่า เว้นแต่ระยะเวลาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ จะเหลือไม่ถึง ๙๐ วัน จริง ๆ ร่างนี้เมื่อแก้ไขแล้ว สสร. มีเวลา ๘ เดือนครับ แต่ถ้าบอกว่า เวลาที่เหลือไม่ถึง ๙๐ วัน อันนี้ก็เหมือนกับเพื่อน ๆ กรรมาธิการผู้แปรญัตติที่บอกไปแล้วว่า ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องมีการเลือกนะครับ เรียกว่า สสร. มีเวลาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญนี่บอกแล้ว ๒๔๐ วัน วรรคสี่ท่านประธาน ในกรณีที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หรือ (๒) ว่างลงตามวรรคสาม ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ก็มีข้อยกเว้นครับ นั่นก็คือ แต่ทั้งนี้สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องมีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จำนวนสมาชิกตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) ที่ผมตัด (๑) (๒) ออกนั้น ก็เจตนาที่ผมพูด ไปแล้วคือผมต้องการให้มีประเภทเดียว แต่เมื่อแพ้ก็ไม่เป็นอะไร ท่านประธานครับ กรณีนี้ เหลืออยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ถ้าคิดเป็นตัวเลขก็คือต้องมี ๕๐ คน ถ้าเหลือไม่ถึง ๕๐ คน ก็ไม่ได้ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าอยากจะนำเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าสิ่งที่ผมได้แปรญัตติจริง ๆ ลึก ๆ คาดหวังครับ คาดหวังว่าได้ประชุมกันมา ด้วยเหตุด้วยผล แม้บางครั้งหรือหลายครั้งที่เราเสนอไป กรรมาธิการเสียงข้างน้อยเสนอไปแล้ว ท่านไม่นำพา ไม่เป็นอะไร แต่วันนี้ด้วยเหตุด้วยผล ถ้ามันไม่เสียหาย ถ้ามันไม่ทำให้รูปแบบของ กฎหมายมันเสียหาย ผมคิดว่าถ้าจะทำตามหรือจะเรียกว่าเอาใจกรรมาธิการเสียงข้างน้อย สักเล็กน้อย เขาแปรญัตติว่า ๔๕ วัน ก็ช่วยกรุณาแก้เป็น ๔๕ วัน ไม่ใช่เป็นพระคุณกับ ผมนะครับ เป็นพระคุณกับประชาชนคนที่เลือกท่านมาทำหน้าที่นี้ ท่านประธานครับ ผมนำ เรียนท่านประธานนะครับว่าอยากจะฝากความหวังไว้กับกรรมาธิการเสียงข้างมาก วันนี้ท่าน อยู่ด้านบนแล้วเสียงก็ข้างมาก ย้ำอีกทีครับท่านประธาน ไม่เยิ่นเย้อ นึกถึงมาตรา ๒๙๑/๕ นึกถึงข้อนี้ให้มาก ๆ นั่นแปลว่าสิ่งที่ท่านคิด สิ่งที่ท่านพูด สิ่งที่ท่านแสดงความเห็นยืนยันมาตลอด ไม่แน่เสมอไป ท่านประธานครับ ผมหวังว่ามาตรา ๒๙๑/๘ น่าจะคล้าย ๆ กับมาตรา ๒๙๑/๕ แล้วพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างมาก ท่านประธานครับ ผมบอกแล้วว่าฉบับย่อ เดี๋ยวผมนั่งแล้วท่านก็จะเจอฉบับยาว เพราะฉะนั้นฉบับย่อก็คือย่อ ผมขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ