นิพนธ์ บุญญามณี หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก และสงวนคำแปรญัตติเพื่อให้มีการพิจารณาแก้ไข นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ระยะเวลาการดำเนินการเลือกตั้ง การแก้ไขมาตรา ๒๙๑/๕ และการนับอายุความในกฎหมาย เพื่อป้องกันการตีความที่อาจก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาและในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้ในมาตรา ๒๙๑/๘ เพราะว่าผมไม่เห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ซึ่งในคำสงวนคำแปรญัตติในประเด็นหลัก ผมขออนุญาตที่จะอ่าน คำที่ผมสงวนคำแปรญัตติเป็นเบื้องต้นเสียก่อน แล้วก็ขออนุญาตท่านประธานที่จะอธิบาย ตามเหตุผลไปทีละประเด็น ๆ ที่คิดว่ามันยังมีข้อผิดพลาดข้อบกพร่อง ซึ่งอยากจะให้กรรมาธิการเสียงข้างมากนำไปพิจารณาดูท่านประธานครับ ในการร่างรัฐธรรมนูญ ของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมขออนุญาตที่จะไม่เยิ่นเย้ออ่านโดยสรุปก็แล้วกันครับว่า ในร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการพิจารณาซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่ได้แก้ไขในมาตรานี้ เอาเป็นว่าอย่างนั้นถูกต้องท่านประธานครับ ไม่มีการแก้ไขจากกรรมาธิการก็หมายความว่า รัฐบาลเสนอมาอย่างไรท่านก็ไปเห็นด้วยทั้งหมด โดยไม่มีการแก้ไข สาระสำคัญก็คือว่าเป็น บทบัญญัติบอกว่า
สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) เริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้งหรือวันที่รัฐสภามีมติแล้วแต่กรณี
สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๒๑/๑ (๑) หรือ (๒) สิ้นสุดลงเมื่อ
ท่านประธานตามไปนะครับ
(๑) สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงตามมาตรา ๒๙๑/๑๕
(๒) ตาย
(๓) ลาออก
(๔) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๙๑/๒ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๙๑/๓ ในกรณีของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑)
(๕) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๙๑/๒ (๑) หรือ (๒) หรือมีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๒๙๑/๓ (๑) หรือ (๓) ในกรณีของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒)
ก็คือกรณีที่มาจากการสรรหา
เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หรือ (๒) ว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกเหนือจากคราวออกตามมาตรา ๒๙๑/๑๕ ให้คณะกรรมการ การเลือกตั้ง หรือประธานรัฐสภาดำเนินการเลือกตั้งหรือคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างภายในกำหนดเวลาสามสิบวัน เว้นแต่ระยะเวลาการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ของสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ จะเหลือเวลาไม่ถึงเก้าสิบวัน
ในกรณีที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) (๒) ว่างลงตาม วรรคสาม ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ต่อไป ทั้งนี้สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้อง มีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒)
ท่านประธานจะเห็นได้ว่าในส่วนนี้คือร่างที่ผ่านการพิจารณาโดยกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคำแปรญัตติไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เดิมนี่ผม ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ในเบื้องต้นเป็นดังนี้นะครับว่า มาตรา ๒๙๑/๘ สมาชิกภาพของสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ ผมตัด (๑) และ (๒) ออกหมดเลยนะท่านประธาน เหตุผลก็คือว่าเดิมผมมีเจตนาให้มีที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญมีเพียงที่มาเดียว มันจึงไม่ต้อง ไประบุครับว่า (๑) หรือ (๒) เพราะว่าผมไม่ให้มาจากการสรรหา เพราะฉะนั้นผมจึงไม่จำเป็น จะต้องบอกว่ามี (๑) หรือ (๒) ท่านประธานเข้าใจใช่ไหมครับ นี่คือสิ่งที่ได้แปรญัตติไว้เบื้องต้น แล้วต่อมาผมก็เลยเขียนต่อไปว่าเริ่มสมาชิกภาพของสภาร่างรัฐธรรมนูญเริ่มจากวันเลือกตั้ง อย่างเดียว ผมไม่ได้หรือวันที่รัฐสภามีมติแล้วแต่กรณี อันนี้ผมตัดออก เพราะผมไม่ประสงค์ ที่จะให้มีการแต่งตั้ง หรือว่านับแต่วันที่สภามีมติ อันนี้ผมคิดว่านั่นคือเจตนารมณ์ที่ผมต้อง สงวนคำแปรญัตติในมาตรานี้เอาไว้ เพราะว่าผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้ในมาตรา ๒๙๑ แล้วว่าผมไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ให้มี ๒ ประเภทนะครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานจะเห็นว่าในส่วนนี้ผมไม่เห็นด้วย เพราะว่าผมเจตนารมณ์เดิมของผมนี่ ผมต้องการให้มีที่มาของ สสร. เพียงที่มาเดียว แต่ว่าปัญหาเมื่อสมาชิกเริ่มแล้ว ผ่านไปแล้ว ผมวรรคต่อมา ท่านประธานครับ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ ซึ่งเดิมเขียนว่า (๑) และ (๒) สิ้นสุดลงเมื่อ ผมไม่ระบุละว่าให้มี (๑) (๒) เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญที่ผมเป็นห่วง ก็คือประเด็นนี้ครับ ที่บอกว่าสิ้นสุดลงเมื่อท่านประธานอ่านดูสิครับว่า
(๑) สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงตามมาตรา ๒๙๑/๑๕
ท่านประธานตามไปดูมาตรา ๒๙๑/๑๕ ท่านประธานจะเห็นได้ว่าสิ้นสุดลง เพราะสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑/๑๕ สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) สภาร่างรัฐธรรมนูญมีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งตามตามมาตรา ๒๙๑/๘ วรรคสี่ ทั้งนี้ภายใต้การบังคับของมาตรา ๒๙๑/๘ วรรคสาม
(๒) สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลา ตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหนึ่ง
ไม่เสร็จภายในเวลาที่มีการแก้ไขในวรรคนี้นะครับ คือแก้ไขจากเดิมที่บอกว่า ให้เสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ก็ให้แก้ไขไปแล้วเป็นสองร้อยสี่สิบวัน ถ้าไม่เสร็จภายใน ระยะเวลาดังกล่าวก็ต้องหมดลงไป ท่านประธานครับ
(๓) เมื่อร่างรัฐธรรมนูญได้ประกาศในราชกิจจาบุเบกษาให้ใช้บังคับเป็น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว
(๔) เมื่อร่างรัฐธรรมนูญตกไปตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหก หรือมาตรา ๒๙๑/๑๓ วรรคสี่
ท่านประธานเข้าใจว่ามาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหก จะเป็นกรณีที่ไปร่างรัฐธรรมนูญ มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะกระทำมิได้ แล้วก็กรรมาธิการไปเพิ่มเติม ในส่วนที่เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์จะกระทำมิได้ เข้าใจว่าคงจะเป็นวรรคนี้ แล้วก็มาตรา ๒๙๑/๑๓ วรรคสี่
ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรับรองผลการออกเสียงประชามติ ให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันออกเสียงประชามติ หากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบให้ดำเนินการตามมาตรา ๒๙๑/๑๔ ต่อไป แต่หากคะแนนการออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญให้ร่างรัฐธรรมนูญ เป็นอันตกไป โดยให้แจ้งผลการลงประชามติให้ประธานรัฐสภารับทราบด้วย
เข้าใจว่าคงเป็นประเด็นนี้ ในส่วนของภายในกำหนดท่านประธานฟังตามต่อ นิดเดียวประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือประธานรัฐสภาดำเนินการเลือกตั้งหรือ คัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นตำแหน่งแทนที่ว่างนี่ภายในกำหนดเวลาสามสิบวัน
คณะกรรมาธิการจะเห็นว่าประเด็นผมจะไม่พูดซ้ำกับท่านธนาเมื่อสักครู่ ๓๐ วันนับจากไหนครับ ไม่ได้เขียนบอกเอาไว้ว่านับจากไหน ๓๐ วัน การนับอายุความนี่ต้องบอก ให้ชัดเจนว่านับจากวันที่ ถ้าสมมุติกรณีตายก็ต้องบอกว่ากรณีตาย หรือกรณีลาออก ก็ต้อง บอกว่านับจากกรณีลาออกต้องเขียนไว้ให้ชัดเจน หรือกรณีขาดคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดก็ต้อง บอกให้ชัดเจนว่านับแต่ขาดคุณสมบัติในข้อ ๑ ๒ ๓ ดังกล่าวว่าไป นับแต่มีเหตุการณ์ใด เกิดขึ้นต้องนับจากนั้น การนับอายุความนี่ แต่ว่าคณะกรรมาธิการดูสิครับ เขียนไว้ลอย ๆ ว่า ๓๐ วัน ท่านไม่ได้บอกว่าภายใน ๓๐ วันนับจากวันไหน อันนี้เป็นสิ่งที่ผมกังวลว่าจะก่อให้ เกิดปัญหาในการตีความในวันข้างหน้า เพราะท่านไม่ได้กำหนดอายุความ ไม่กำหนดการนับ อายุความว่านับจากไหน ๓๐ วันท่านเพียงแต่เขียนไว้ว่า ๓๐ วัน มันมีหลายกรณี ในกรณี ที่ขาดคุณสมบัติมันอาจจะโต้แย้งกันได้ว่าถ้าท่านจะให้ชัดเจนนี่กรรมาธิการจะเพิ่มเติมต่อไป ได้ไหมครับ ท่านจะประชุมกันหรือว่าท่านจะอย่างไรก็แล้วแต่เพื่อไม่ให้ออกกฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว มีปัญหาในเรื่องการนับอายุความในวันข้างหน้า ท่านจะไปดูสิครับว่าท่านจะนับจากไหน อายุความ นี่คือประการที่ ๑ ที่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่าท่านการเขียนกฎหมายอย่างนี้เรา ไม่ควรออกไปอย่างนี้ครับ ผู้ปฏิบัติจะมีปัญหาในวันข้างหน้า นี่คือข้อสังเกตประการที่หนึ่ง ของผมที่ผมจะกราบเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยในการที่จะเขียนกฎหมายออกไปอย่างนี้
ประการต่อมา ท่านประธานครับ เมื่ออ่านจบหมดนี้แล้วท่านประธานจะเห็น ว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากเองไม่ได้คำนึงถึงว่าการสิ้นสุดสภาพจากคำวินิจฉัยของศาลฎีกา ท่านเอาไปไว้ไหนครับ เพราะท่านไปแก้มาตรา ๒๙๑/๕ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ที่จะอ่าน ๒๙๑/๕ เพราะว่า ๒๙๑/๕ มันมีการแก้ไขโดยที่ประชุมนี้ ในห้องประชุมนี้มีการ ประชุมกันใหม่แล้ว ในมาตรา ๒๙๑/๕ โดยในมาตรา ๒๙๑/๕ มันมีการเขียนผมไม่อ่าน ข้างหน้าครับ เพราะถ้าอ่านทั้งหมด แต่ว่าถ้าเพื่อความเข้าใจผมคิดว่าควรจะอ่านทั้งหมดแล้ว จะได้ทราบว่า ๒๙๑/๕ มันคืออะไร การที่เราไม่เขียนการสิ้นสุดคุณสมบัติ ๒๙๑/๕ ไว้ด้วยนี่ มันจะเป็นการก่อให้เกิดการตีความแล้วมีปัญหาในวันข้างหน้า เพราะว่าในมาตรา ๒๙๑/๕ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตอ่านบันทึกเอาไว้ครับ มาตรา ๒๙๑/๕ ให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งจัดให้มีการเลือกตั้ง