รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ธนา ชีรวินิจ คัดค้านการกำหนดระยะเวลาร่างรัฐธรรมนูญ และวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของรัฐสภา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขและปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนและสมบูรณ์

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ที่ท่านประธานยืนยันว่าสิ่งที่ ผมอภิปรายทั้งหมดอยู่ในประเด็น แล้วผมก็ไม่ได้พาดพิงให้ใครเสียหาย แต่ในการอภิปราย ในรัฐสภาครับท่านประธาน ท่านห้ามผมคิดไม่ได้ครับ ผมก็มีสิทธิที่จะคิด ผมก็มีสิทธิที่จะ คาดการณ์ว่าสิ่งที่มันดำเนินการมาทั้งหมดมันมีจุดประสงค์ มันมีจุดหมายอย่างไร แต่ผมก็เคารพที่จะไม่อภิปรายไปพาดพิงให้ใครเกิดความเสียหาย เพราะผมเชื่อว่าพี่น้อง ประชาชนวันนี้คนไทยติดตามข่าวสารบ้านเมืองพอสมควร ไม่ว่าจะติดตามรับฟังการถ่ายทอด การประชุมรัฐสภาซึ่งขณะนี้ไม่ได้ถ่ายทอด ไม่เป็นอะไรครับ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เขามีวิจารณญาณที่จะพิจารณาได้ว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์ สิ่งใดเหมาะสม ถูกต้อง ผมไม่ จำเป็นต้องพูดหรอกครับท่านประธาน แต่ที่ผมต้องกราบเรียนเพราะว่าเนื่องจากผมไม่ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก การที่ไปกำหนดระยะเวลาไว้อย่างนี้แล้วท้ายที่สุด เกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ ท่านจะไม่ได้ สสร. ที่จะมาทำหน้าที่เพื่อเติมเต็มสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มันขาดหายไป และมันก็สอดคล้องกับที่ผมอภิปรายครับ ผมบอกว่ากำหนด ๓๐ วันไม่พอ ผมถึงแปรญัตติให้ท่านเป็น ๔๕ วัน ท่านต้องมีเวลาที่จะหายใจหายคอบ้าง อย่าถึงขนาดว่า จะต้องมายื่นกันวันเสาร์ ให้เจ้าหน้าที่มาทำงานพิเศษ ให้มันพอเถอะครับ เหตุการณ์อย่างนั้น อย่าให้มันเกิดขึ้นในรัฐสภาแห่งนี้เลย ถ้าท่านไปกำหนด ๓๐ วัน เกิดมันเจอวันหยุดราชการ วันเสาร์ วันอาทิตย์ มันก็จะมีปัญหาแล้วก็จะมีพรรคฝ่ายค้านหรือเสียงข้างน้อยอย่างพวกผมนี้ ลุกขึ้นมาทักท้วงว่ามันไม่สง่างามเลยท่านประธาน การที่มาทำอะไรที่มันเกินเลยแล้วทำให้ เห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติที่พึงจะทำกัน ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมมีสิทธิที่จะตั้ง ข้อสังเกต ตั้งข้อสงสัย และสิ่งที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าสิ่งที่ผมกราบเรียน ให้ท่านประธานมีเหตุผลตอบรับในวรรคสุดท้ายนี้ ในกรณีที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตาม มาตรา ๒๙๑/๑ ก็คือในลักษณะของการคัดเลือก เลือกตั้งโดยตรงและการคัดเลือกของรัฐสภา ว่างลงตามวรรคสาม ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไป แต่ทั้งนี้สภาร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องมีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกตามมาตรา ๒๙๑/๑ นี่อย่างไรครับท่านประธาน ที่ผมเรียนท่านประธานตอนต้นอย่างไรครับว่าจุดประสงค์ก็คือ ให้ได้มาซึ่ง สสร. ให้มาแก้รัฐธรรมนูญ จุดประสงค์หลักคือตรงนั้น หลังจากนั้นแล้วมันเป็น จุดประสงค์รอง ท่านไม่ได้ให้ความสำคัญอีกเลย ท่านไม่สนเลยครับว่า สสร. เมื่อเลือกไปแล้ว จะมีใครขาดสมาชิกภาพ จะไม่สามารถมาทำหน้าที่ได้ ท่านไม่สนใจแล้วครับ เพราะท่าน เชื่อมั่นว่าองค์ประชุมที่มีอยู่สามารถที่จะเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญไปตามที่ท่านเห็นสมควร หรือท่านเห็นเหมาะสมได้ เพราะฉะนั้นท่านถึงบอกอย่างไรครับว่าไม่ต้องไปกังวล ถ้า สสร. มันจะขาดหายไปบ้าง ขาดคุณสมบัติไปบ้าง ตายไปบ้างไม่ต้องกังวล สสร. เดินหน้าต่อไป ตราบใดที่องค์ประชุมของ สสร. ยังตายหรือหมดสมาชิกภาพไม่เกิน ๔๕ คน เห็นไหมครับ ท่านประธาน สิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตทั้งหมดมีคำตอบซึ่งมันอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรี ในมาตรา ๒๙๑/๘ ผมขออนุญาตสรุปประเด็นที่ผมได้อภิปราย ก็คือการที่ท่านกำหนด สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในระบบคัดเลือกให้มาวันที่รัฐสภามีมติ

๑. การเขียนกฎหมายไม่ชัดเจน มีมติเรื่องอะไรท่านไม่พูด เพราะว่าใน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีเรื่องที่รัฐสภาจะต้องมีมติหลายเรื่อง ทำไมท่านไม่เขียนให้ชัดว่า ในวันที่รัฐสภาคัดเลือก สสร. เขียนให้ชัดสิครับจะได้ไม่ต้องตีความ แต่ถ้าในแนวทางกฎหมาย ที่เขาใช้บัญญัติกัน ท่านใช้คำแบบที่เขาใช้ในการประกาศรับรองวุฒิสภาก็ได้ในมาตรา ๑๑๗ สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาเริ่มตั้งแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศผลการสรรหา เขามีอยู่แล้ว เขามีตัวอย่างให้ท่านหรือไม่ต้องไปดูไกล ในรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ที่ท่านเสนอมานี้ครับ เขียนไว้แล้วในมาตรา ๒๙๑/๖ ทำไมท่านไม่ใช้คำคำนี้ เพราะมัน ชัดเจนด้วยตัวมันเองให้ประธานรัฐสภาประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ในราชกิจจานุเบกษา ให้เริ่มนับวันนั้นไปเลยครับ นั่นคือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ระยะเวลาที่ท่านกำหนดไว้ในมาตรา ๒๙๑/๘ วรรคสาม ในเรื่อง ของการสรรหาคัดเลือก สสร. ที่มาจากการคัดเลือกของที่ประชุมรัฐสภาท่านกำหนดเวลาเอาไว้ น้อยเกินไป เสี่ยงที่จะทำให้การคัดเลือก สสร. ไม่สามารถดำเนินการได้ ท้ายที่สุดจะเป็นการขัด ต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไม่สามารถเติมเต็ม สสร. ให้เข้ามาทำหน้าที่ในสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้ใช้เวลาในที่ประชุมนี้อย่างมีคุณค่า และผม เชื่อว่าสิ่งที่ผมอภิปรายเป็นประโยชน์และเป็นสาระสำคัญไม่ได้อยู่นอกเหนือประเด็น ไม่ได้อยู่ นอกเหนือของการแปรญัตติฟุ่มเฟือยซ้ำซากแต่ประการใด กราบขอบพระคุณครับ