นคร มาฉิม เสนอตัดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙๑/๗ ออกหากมีการยุบสภา

รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

นคร มาฉิม เสนอตัดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙๑/๗ ออกหากมีการยุบสภา โดยชี้ว่าเจตนารมณ์ของ สสร. ทั้ง ๙๘ คนจะเปลี่ยนไปเมื่อรัฐบาลชุดใหม่เกิดขึ้น และกังวลต่อความไม่โปร่งใสในการคัดเลือกตัวแทนองค์กรต่าง ๆ รวมถึงการละเมิดสัญญาประชาคมที่นำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจและสวัสดิการประชาชนในปัจจุบัน

นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมแปรญัตติตัด มาตรา ๒๙๑/๗ ออกทั้งหมด ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานครับ อ่านเพื่อที่จะให้ พี่น้องประชาชนที่ติดตามได้เข้าใจว่าบทบัญญัติแต่ละมาตราได้บรรจุเนื้อหาสาระแล้วก็ มีหลักสำคัญอย่างไรบ้าง

มาตรา ๒๙๑/๗ ในกรณีที่รัฐสภาจะต้องดำเนินการใดตามหมวดนี้ในระหว่าง ปิดสมัยประชุมรัฐสภา ให้ประธานรัฐสภานำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการ เรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญและให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนอง พระบรมราชโองการ แต่ถ้าอายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร และมีกรณีที่รัฐสภาจะต้องดำเนินการใดภายในระยะเวลาที่กำหนดตามหมวดนี้ มิให้นับ ระยะเวลาตั้งแต่วันที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร แล้วแต่กรณี จนถึงวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกภายหลังจากมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมเข้าในระยะเวลาที่รัฐสภา จะต้องดำเนินการ

ผมขอตัดออกทั้งหมด แล้วก็ขอเพิ่มข้อความว่า มาตรา ๒๙๑/๗ หากมีการยุบ สภาผู้แทนราษฎรให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมดเป็นอันตกไป ผมขออนุญาตที่จะอธิบาย เหตุผลที่ผมได้ยื่นคำแปรญัตติแล้วก็ขอสงวนคำแปรญัตติเพื่อกราบเรียนต่อท่านประธาน ท่านกรรมาธิการและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าเกิดว่าจะมีการแก้ไขไล่ตามลำดับมาตราตามมาจนถึงมาตรา ๒๙๑/๗ นี่ครับ เป็นที่ทราบกัน แล้วก็ได้ถกกันมาพอสมควรแล้วในส่วนของมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) ก็คือประชาชนเลือกจังหวัดละ ๑ คน ๗๗ คน แล้วก็ที่องค์กรต่าง ๆ เสนอมาผ่านท่านประธานรัฐสภาอีก ๒๒ คน รวมเป็น ๙๙ คน ซึ่งจะมาเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. แล้วก็ทั้ง ๙๙ คน ถือว่าเป็น ๙๙ อรหันต์ ที่จะมาร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศ กำหนดทิศทางในการบริหารราชการแผ่นดิน ของประเทศทั้งระบบ แล้วก็วางกฎเกณฑ์กติกาทางสังคมเพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนและเดินไป ข้างหน้าได้ ผมเองหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลายอย่าง สสร. ถ้าเกิดว่าตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์ ของสภาชุดนี้นะครับ แล้วก็เป็นไปตามที่คณะกรรมาธิการและรัฐสภาชุดนี้ได้กำหนดหรือทำคลอด สสร. ทั้ง ๙๙ คน มาแล้ว ๙๙ คนก็จะสนองเจตนารมณ์หรือนำเอาเจตนารมณ์ในขณะนี้ของสมาชิกรัฐสภาชุดนี้ โดยเสียงส่วนใหญ่เข้าไปกำหนดเพื่อร่างกฎหมายสูงสุดก็คือรัฐธรรมนูญเอามาใช้บังคับต่อไป แต่ถ้าเกิดว่ามีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ เจตนารมณ์เปลี่ยนครับ เวลาเปลี่ยน ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือในส่วนของ ๗๗ คนที่เป็น สสร. ที่มาจากประชาชนโดยตรง แม้ว่าความรู้สึกจะไม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ว่ามีการแทรกแซงโดยองค์กรทางการเมือง เครือข่ายทางการเมืองหรือว่า การสนับสนุนทั้งโดยตรงแล้วก็โดยอ้อม จากพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพื่อส่ง คนของตนเองหรือว่าคนที่ฝ่ายตนเองสามารถที่จะสั่งการ ชี้นำ ครอบงำ เพื่อให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์ที่ตนเองต้องการ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่อย่างน้อยที่สุด ผมเคารพในอำนาจของประชาชนครับ ประชาชนเลือก ๗๗ คน แม้ว่าผมจะปฏิเสธว่าบาง จังหวัด จังหวัดใหญ่ก็ควรที่จะเป็นไปตามสัดส่วนของจำนวนประชากร แต่ในเมื่อผมแพ้ มาแล้วในการโหวตมาตรา ๒๙๑/๑ ไม่เป็นไร อันนั้นคือมติเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกรัฐสภา ได้จังหวัดละ ๑ คน แต่อย่างน้อยที่สุดผมเคารพในดุลยพินิจและอำนาจของเจ้าของอำนาจ ที่แท้จริงก็คือประชาชน ผมเคารพในส่วนของ ๗๗ คน แต่ในส่วนของอีก ๒๒ คนที่จะมาเป็น สสร. ท่านประธานที่เคารพครับ เราจะมั่นใจได้อย่างไรครับว่าเขาไม่ถูกครอบงำ ไม่ถูกชี้นำ ไม่เป็นตัวแทน ไม่เป็นนอมินี (Nominee) ของฝ่ายรัฐบาลหรือเสียงข้างมาก แม้ว่าผมเอง ได้อภิปรายไปแล้วว่าขออย่างเดียวว่า สสร. ถ้าเกิดว่าคุณมาทำหน้าที่ร่างกฎหมายสูงสุด ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทของประเทศแล้ว ขอให้ท่านอย่าไปคำนึงถึงฝักฝ่ายทางการเมือง ขอให้ อย่าไปแบ่งเสื้อสี อย่าไปนึกถึงพวกพ้อง แล้วก็ขอให้ทำกฎหมายทุกอย่างให้ศักดิ์สิทธิ์ ผิดให้ ว่ากันไปตามผิด ถูกให้ว่ากันไปตามถูก แม้ว่าคนพวกนั้นจะเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือว่าเป็นพวกพ้อง ของตนเอง เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักของนิติรัฐแล้วก็นิติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ใน ๒๒ คนที่คัดมาโดยผ่านกลไกแล้วก็เป็นอำนาจของท่านประธานรัฐสภา ถ้าเกิดว่ามีการยุบสภาไป ไม่แน่นะครับ ถ้าเกิดว่าประชาชนส่วนหนึ่งที่เคยตัดสินใจเลือกฝ่ายเสียงข้างมากมาเป็น รัฐบาล แล้วก็ได้รับรู้แล้วว่ามีปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดินหลายอย่างที่นำมาสู่ความ ทุกข์ร้อน ความเดือดร้อน ข้าวยากหมากแพง เช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สินค้าแพงทุกอย่าง แนวนโยบายที่เคยประกาศไว้ต่อสาธารณะไม่เคยเป็นไปได้ตามที่ได้ประกาศเป็นสัญญา ประชาคมไว้ ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง ๓๐๐ บาท ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ก็เลื่อนไปแล้ว เลื่อนไปอีก แล้วก็พยายามที่จะลดสวัสดิการทุกอย่าง ท่านประธานที่เคารพ อันนี้อย่างไรครับ คือสิ่งที่ผมห่วง แล้วเจตจำนง