รัฐสภา · ครั้งที่ ๘ · ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ชื่นชอบ คงอุดม หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเห็นชอบการทําประชามติ และไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังเสนอให้คัดสรรสมาชิกสภาสมัยพิเศษตามสัดส่วนของรัฐสภาเพื่อให้ได้สมาชิกที่เป็นกลาง

นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็ต้องขอบคุณท่านประธาน ที่ให้ความกระจ่างในเรื่องของการถ่ายทอดสด ก็ถือว่าท่านประธานแสดงความตั้งใจจริง ที่จะถ่ายทอดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งถือว่าสําคัญมาก เป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศไทยให้กับพี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบ ในส่วนที่ผมได้ขอแปรญัตติไว้ใน มาตรา ๒๙๑/๖ นะครับ ก็คือผมได้ขอตัดในส่วนของวรรคสามออกทั้งวรรคนะครับ แล้วก็ ใช้ข้อความตามที่กระผมได้ขอแปรญัตติไว้ กล่าวก็คือมาตรา ๒๙๑/๖ ให้รัฐสภาดําเนินการ คัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๒๙๑/๕ มีผลบังคับใช้ จริง ๆ ในส่วนที่ ผมได้ขอเสนอแปรญัตติไว้ จริง ๆ คงต้องเรียนท่านประธานว่าการที่แก้ไขรัฐธรรมนูญจริง ๆ แล้ว ทางพรรคฝ่ายค้านก็ไม่เห็นด้วย ทีนี้ในส่วนที่ได้มีการเสนอไว้ในครั้งนี้ผมก็เห็นว่าในส่วนที่ตอนแรก ทางร่างของรัฐบาลได้เสนอมาที่ ๗๕ วัน ผมมีความเห็นว่าจริง ๆ แล้วมีเวลาที่น้อยเกินไป ในการที่จะสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน ในส่วนนี้จริง ๆ ผมมีความตั้งใจว่า อยากให้รัฐบาล ถ้ามีความจริงใจ มีความมั่นใจนะครับว่าส่วนที่จะทําเป็นส่วนที่ถูกต้องอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพื่อพี่น้องประชาชนแล้วก็พี่น้องประชาชน ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดจริง ๆ นะครับ ก็อยากให้มีการทําประชามติพี่น้องประชาชนก่อน นะครับ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบนะครับว่าจะเอาหรือไม่เอาการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ นะครับ ซึ่งแน่นอนครับก็ต้องอาศัยระยะเวลาที่นานกว่า ๗๕ วันอยู่แล้ว แล้วก็เสียงที่รัฐบาล มีข้างมากก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ผมไม่มั่นใจว่าจะได้ ส.ส. ที่เป็นกลางในการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญฉบับนี้จริง ๆ นะครับ อีกส่วนหนึ่งที่ผมได้เสนอคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๒๙๑/๖ ในครั้งนี้ก็มีส่วนหนึ่งเลยที่ผมได้ตัดทิ้งไปก็คือ องค์กรภาคเศรษฐกิจสังคมและองค์กร ภาคเอกชนตามวรรคสอง ที่ให้ไปเป็นตามที่ประธานรัฐสภากําหนด ผมได้เสนอขอให้ตัดทิ้ง ทั้งวรรคนะครับ ด้วยเหตุที่ว่าผมไม่มั่นใจนะครับว่า คือผมเชื่อใจนะครับว่าท่านประธาน เป็นท่านประธานที่ดีนะครับ แต่โดยตําแหน่งผมคิดว่าไม่ว่าใครจะเป็นประธานก็ยังมี ความเป็นคนเช่นผมนะครับ ความเป็นคนเช่นผมก็มีทั้งดีและไม่ดีนะครับ มีอารมณ์ดีบ้าง ร้ายบ้าง บางครั้งก็มีความจําเป็นในการทําหรือไม่ทําอะไรบางอย่างนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าอาจจะไม่เป็นกลางมากนักที่จะให้ท่านประธานทําหน้าที่ตรงนี้ คนเดียวนะครับ ผมก็เลยคิดว่าถ้าเกิดจะให้เป็นประโยชน์จริง ๆ ก็อยากให้ท่านประธาน การที่จะตั้งหรือกําหนดกฎเกณฑ์ขององค์กรภาคเศรษฐกิจสังคมและองค์กรภาคเอกชนนะครับ ถ้าจะให้เป็นกลางจริง ๆ ผมคิดว่าน่าจะผ่านจากทางสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งก็มีความเป็นกลาง อยู่แล้วแน่นอนนะครับ แล้วก็หรือสถาบันสื่อต่าง ๆ เช่น สมาคมผู้สื่อข่าวต่าง ๆ นี่นะครับ ผมคิดว่าน่าจะได้กฎเกณฑ์ที่ตายตัวชัดเจนนะครับ แล้วก็เป็นกลางกับทุก ๆ ฝ่ายนะครับ

อีกส่วนหนึ่งที่ผมก็ยังไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่จะให้ท่านประธานรัฐสภา ทํางานตรงนี้เพียงท่านเดียวนะครับ ถึงแม้ท่านจะมีกรรมการช่วยท่าน ๑๕ ท่านด้วยกัน แต่ผมก็ยังคิดว่ายังมีการบล็อกโหวตได้นะครับ ยังมีการล็อกสเปกได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่า ถ้าท่านจะหลุดออกมาจากคําครหาที่พวกเราไม่อยากให้ท่านถูกกล่าวหานะครับ ผมคิดว่า ตรงนี้ตัวท่านเองถ้าเกิดอยากให้ตัวท่านเองสบายใจด้วยผมคิดว่าถ้าเกิด สสร. ที่จะมีการคัดสรร ทั้งหมด ทั้ง ๒๒ คน เมื่อมีการส่งชื่อมาแล้วนะครับ ถ้าจะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่จริง ๆ เราก็ทํากันอยู่แล้วในรัฐสภา ก็คือการที่ตั้งคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการต่าง ๆ แต่ละชุด ไม่ว่าจะเป็นวิสามัญ หรือว่าสามัญนะครับ อันนี้ก็แบ่งไปตามสัดส่วนของรัฐสภาในแต่ละหน่วย ที่อยู่ในรัฐสภา เช่น พรรคฝ่ายค้าน พรรครัฐบาล แล้วก็มีของท่านวุฒิสภาด้วยนะครับ ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าแบ่งสัดส่วนกําหนดชัดเจนนะครับ ตัว สสร. ที่จะมาจากการคัดสรร ผมก็มีความมั่นใจว่าจะได้ สสร. ที่เป็นกลางมากขึ้นนะครับทั้ง ๒๒ คน ก็จะลบข้อครหาต่าง ๆ ที่ได้มีการกล่าวกันในทั้งข้างนอกและข้างในสภานะครับ ผมคิดว่าตรงนี้ตัวท่านประธานเอง ก็จะมีความโปร่งใสมากขึ้นนะครับ แล้วผมคิดว่าตําแหน่งของประธานก็จะไม่เป็นที่กล่าวหา นะครับ แล้วก็ท่านก็จะได้หลุดพ้นจากบ่วงนี้ไปนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนที่ผมได้ขอเสนอไว้นะครับ ก็มีเท่านี้ครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ