อานิก อัมระนันทน์ เสนอการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ โดยเสนอบทบาทของประธานสภาเปลี่ยนเป็นรัฐสภา และเพิ่มความหลากหลายในการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังเสนอให้ลงคะแนนคัดเลือกสมาชิกรัฐสภาเปิดเผยเพื่อความโปร่งใสและลดความเสี่ยงของการลากเสียง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันได้ขอแปรญัตติ สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๖ ในหลาย ๆ จุดนะคะ แต่ก็จะขออนุญาตอภิปรายกับท่านในเชิงประเด็นนะคะ
ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องของเงื่อนเวลาค่ะ ก็จะมีตั้งแต่วรรคแรกที่รัฐสภา ดําเนินการคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน ดิฉันขอเสนอให้ปรับเพิ่มจาก ๗๕ วัน เป็น ๑๒๐ วัน แล้วก็ในส่วนอื่น ๆ ก็จะมี ในวรรคอื่น ๆ เกี่ยวกับการสรรหา การพิจารณาคุณสมบัติ ดิฉันก็ขอเสนอให้เพิ่มจาก ๒๐ วัน เป็น ๔๕ วัน จาก ๑๕ วัน เป็น ๔๕ วัน เป็นต้น ในประเด็นเงื่อนเวลาเหล่านี้เหตุผลที่ดิฉันคิดว่า ควรจะเลื่อนให้มากเพียงพอ ก็เพราะว่าเรากําลังทํากฎหมายที่เป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศชาติ แล้วก็เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบที่ค่อนข้างจะผิดปกติ ก็มีหลายท่าน ใช้คําว่า เหมือนกับเป็นการรัฐประหาร เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญ เพราะว่าวิธีการถึงแม้ว่า จะใช้วิธีผ่านรัฐธรรมนูญเดิม แต่ว่าการตั้ง สสร. การตั้งธงที่จะต้องรื้อทั้งหมดโดยไม่มี คําอธิบายว่าเปลี่ยนแปลงตรงไหน เพราะอะไร อะไรเป็นปัญหา อะไรควรจะเปลี่ยนแปลง มันก็ทําให้ประชาชนจํานวนมากโดยเฉพาะฝ่ายที่เลือกเสียงข้างน้อย หรือฝ่ายที่อาจจะไม่ได้ ไปเลือกตั้งในคราวที่แล้ว ซึ่งดิฉันว่ารวมแล้วเกิน ๑๐ ล้านคนมีความเคลือบแคลงสงสัย แต่ว่าไหน ๆ เราก็ต้องเคารพในกติกานะคะว่าเสียงข้างมากเลือกแล้วว่าจะต้องให้ทํา ดิฉันก็เสนอวิงวอน ต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าอยากให้ทําให้ดีที่สุดให้เป็นประชาธิปไตย มากที่สุดนะคะ แสดงความบริสุทธิ์ใจให้มากที่สุด จึงอยากที่จะให้เลื่อนเงื่อนเวลาเหล่านี้ ออกไปเพื่อกระบวนการสรรหาต่าง ๆ จะได้เป็นไปโดยเรียบร้อย แล้วก็หาผู้ที่จะมาเป็น ผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยร่างรัฐธรรมนูญที่มีความชํานาญ มีเจตนาดีต่อส่วนรวม และมีความหลากหลาย ทางความคิดค่ะ เพื่อที่เราจะได้รัฐธรรมนูญของประเทศที่เป็นของคนทั้งหมด แล้วก็เป็น รัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์สูงสุดจริง ๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องของเงื่อนเวลา
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของอํานาจของท่านประธาน ซึ่งในร่างเดิมกําหนดไว้ว่า ในมาตราส่วนนี้จะเป็นท่านประธานให้ทําอย่างโน้นได้ อย่างนี้ได้หลาย ๆ อย่าง ดิฉันก็เรียนเสนอ ด้วยความเคารพนะคะ อยากจะเปลี่ยนเป็น รัฐสภา เฉย ๆ ตัดคําว่า ประธาน ออกไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยอํานวยให้สิ่งที่ท่านประธานจะเป็นผู้ดูแลอยู่แล้วนี่นะคะ ได้สามารถ ดําเนินการกระทําโดยได้อาศัยเสียงข้างน้อยและความหลากหลายในรัฐสภาแห่งนี้ ช่วยกันทําให้ กระบวนการต่าง ๆ นั้นดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ถึงแม้ว่าดิฉันเองก็ไม่เห็นด้วยกับการ รื้อรัฐธรรมนูญครั้งนี้ แต่รื้อแล้วก็อยากให้สร้างใหม่ให้ดีที่สุดนะคะ
ประเด็นถัดไป ก็จะอยู่ในเรื่องของหน่วยงานการคัดเลือก ซึ่งดิฉันเอง ได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๒๙๑/๑ ที่พูดถึงว่าจะต้องมีการคัดเลือกตามหมวดที่เป็น มาตรา ๒๙๑/๑ (ก) (ข) และ (ค) ดิฉันก็มี (ง) ด้วยนะคะ ซึ่งก็จะเป็นองค์กรภาคเอกชน ทางด้านประชาธิปไตยต่าง ๆ ซึ่งตั้งแต่ ๑๔ ตุลามาก็จะมีหลายองค์การ และในส่วน (ค) ก็ได้เสนอว่าควรจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านปรองดองด้วย แต่ตรงนี้ตกไปแล้วก็ไม่เป็นอะไร ไม่พูดถึงกันก็ได้นะคะ ก็น่าเสียดายค่ะ เพราะว่าเราควรจะเพิ่มความหลากหลายให้มากที่สุด แต่ยังมีเรื่องของจํานวนของผู้ที่จะถูกคัดเลือกสรรหามาในเบื้องต้นนะคะ ซึ่งในร่างปัจจุบัน ได้เขียนไว้ว่าให้เสนอได้หน่วยละ ๒ คน ดิฉันเรียนเสนอว่าควรจะอย่างน้อย ๔ คน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความหลากหลายเพื่อให้มีโอกาสที่จะได้ผู้เชี่ยวชาญที่แสดงเป็นจุดยืน ที่หลากหลายในสังคมที่อาจจะไม่ได้เป็นเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อยหลาย ๆ อย่างจะได้มีโอกาส แสดงออกมา และเราจะได้ได้รัฐธรรมนูญที่ดี อันนี้คือจาก ๒ คน เป็น ๔ คน ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ขัดกับหลักการ ของทางฝ่ายเสียงข้างมาก ก็อยากจะขอท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านลองพิจารณาดู เพราะเมื่อสักครู่ก็มีสมาชิกท่านอื่นได้เสนอประเด็นนี้เหมือนกัน ท่านอาจจะเสนอจําไม่ได้แล้ว เป็น ๓ คน หรือเท่าไร ดิฉันเสนอ ๔ คน ก็ฝากท่านพิจารณาด้วย
ในประเด็นถัดไป ประเด็นสุดท้ายก็คือเป็นเรื่องวิธีการลงคะแนนคัดเลือก ของสมาชิกรัฐสภา ดิฉันเสนอว่าแทนที่จะเป็นการออกคะแนนเป็นการลับขอให้กระทําโดยเปิดเผย อันนี้ดิฉันก็ทราบว่าฟังดูแล้วก็ผิดปกติ ผิดธรรมเนียม แต่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ก็ผิดปกติแล้วก็ผิดธรรมเนียมมากเลยค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการรัฐประหารแต่ก็เป็นการ รัฐประหารผ่านสภา ผ่านระบบเลือกตั้งเป็นคล้าย ๆ กับที่เขาพูดเสียงข้างมากลากไป เพราะฉะนั้นเพื่อเราจะแก้ไขตรงนี้ไม่ให้ประชาชนที่อยู่ในเสียงข้างน้อย และเสียงจํานวนอีกมาก ที่ไม่ได้เลือกท่านหายเคลือบแคลงสงสัยว่ามีประเด็น มีความเงื่อนงําอะไรที่จะทําเพื่อล้างผิด คนบางคนหรือเปล่า จะมีการกระทําเพื่อที่จะทําให้การตรวจสอบถ่วงดุลโดยระบบศาล โดยองค์กรอิสระต่าง ๆ ได้สูญเสียหรือเปล่า จะมีการแก้ไขเพื่อให้สิทธิของชุมชน ของประชาชนน้อยลงไปหรือเปล่า ก็อยากจะเสนอว่าเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ที่จะให้ สมาชิกรัฐสภาคัดเลือกโดยเปิดเผยเพื่อจะสร้างความโปร่งใส แล้วก็สามารถจะอธิบายได้ ทําไมจึงเลือกคนคนนั้น คนคนนี้เข้ามา ก็เป็นการลดความเสี่ยงของพวกมากลากไปเพื่อเราจะได้ มีโอกาสได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนทุกคนจริง ๆ มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด แล้วก็สร้างสันติสุขได้อย่างแท้จริง ก็ขออนุญาตให้ท่านประธานลองพิจารณานะคะ อันนี้ไม่ขัดกับ หลักการของท่าน แล้วก็มีสมาชิกหลายท่านเสนอเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ แต่ประเด็นเรื่อง โหวตโดยเปิดเผยดิฉันก็อยากจะเรียนเสนอให้ท่านพิจารณาจริง ๆ เพราะว่ามันจะได้เป็นการ แสดงความบริสุทธิ์ใจ ถึงผิดปกติแต่การแก้รัฐธรรมนูญเขาเรียกว่าผิดปกติมากค่ะ แต่เราน่าจะใช้ วิกฤติอันนี้ให้เป็นโอกาสสร้างความสมานฉันท์ ซึ่งอาจจะทําได้ถ้าท่านปรับกลไกวิธีการนะคะ ก็กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ขอบพระคุณค่ะ