รัฐสภา · ครั้งที่ ๘ · ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ผุสดี ตามไท หารือเรื่องการแก้ไขรายงานของคณะกรรมาธิการและเสนอร่างคำแปรญัตติ โดยเรียกร้องให้สมาชิกพิจารณาและเพิ่มเวลาการคัดเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ครอบคลุม นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบคุณสมบัติ ประสบการณ์ และพฤติกรรมของผู้ที่จะก้าวเข้ามาเป็น สส.น. และไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกประเภทที่มีผู้มีประสบการณ์ด้านการเมืองในการร่างรัฐธรรมนูญ

นางผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันได้ขอสงวนคําแปรญัตติ ในมาตรา ๒๙๑/๖ นี้เอาไว้นะคะ แต่ท่านประธานคะ ดิฉันเสียใจที่ต้องพูดสิ่งต่อไปนี้นะคะ สั้น ๆ ท่านประธานคะ เป็นอีกครั้งหนึ่งแล้วนะคะที่มีหลักฐานชัดเจนว่ากรรมาธิการนี้รีบร้อน รวบรัดแล้วก็ลุกลี้ลุกลนจัดทํารายงานแล้วก็เร่งรีบเสนอท่านประธาน ดิฉันทราบว่า ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้เร่งรีบเสนอรายงานนี้ในวันศุกร์ที่ ๖ เมษายนซึ่งเป็นวันหยุด ท่านประธานคะอันที่จริงดิฉันต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ของสภาที่ตรากตรําทํางานหนัก อย่างมากเลยนะคะ วันหยุดก็ไม่ได้เว้น แต่ว่าเราจะโทษเจ้าหน้าที่สภาไม่ได้เลยเพราะหาก ท่านกรรมาธิการรีบร้อนเช่นนี้แล้วก็ไม่มีเหตุผลใดที่เหมาะสมจะมาอธิบายว่าทําไมถึงต้องรีบร้อน ขนาดนี้ แล้วก็ส่งผลให้รายงานฉบับนี้ผิด ๆ ถูก ๆ ตกหล่นแล้วก็เป็นรายงานฉบับใบปลิว ที่ต้องมีใบปลิวแทรกเหมือนอย่างที่ท่านสมาชิกได้เคยปรารภไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นดิฉัน ต้องขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ค่ะ คือขอแก้ไขรายงานก่อนอื่นเลย ปรากฏอยู่ในหน้า ๑๗๙ ซึ่งเป็นรายงานของคณะกรรมาธิการเพื่อให้ตรงกับที่ดิฉันได้แปรญัตติไว้ดังนี้นะคะ ท่านประธานคะ ในวรรคแรกถ้าเผื่อท่านจะกรุณาให้ทางกรรมาธิการได้เปิดรายงานนะคะ วรรคแรกนั้นถูกต้องแล้ว วรรคสองในบรรทัดที่ ๓ ซึ่งต้องแก้ไขค่ะ เป็นอันว่ามาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ในประเภทต่าง ๆ มาตรา ๒๙๑/๑ (๒) (ก) และ (ข) ไม่มี (ค) นะคะ วรรคสาม ท่านตัดทิ้งไปนั้น ถูกต้องแล้ว แต่วรรคสี่ท่านประธานคะ ยังคงปรากฏในรายงานหน้า ๑๗๙ อันนี้ต้องตัดทิ้ง ทั้งวรรคค่ะ เพราะที่ดิฉันแปรญัตติไว้ ดิฉันตัดทิ้งวรรคนี้ไปทั้งวรรคเลย เพราะฉะนั้นดิฉัน ต้องขอกราบเรียนท่านประธานก่อนอื่นเลยนะคะเพื่อจะผ่านไปยังกรรมาธิการว่าท่านต้อง แก้ไขให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าการลุกลี้ลุกลนจัดทํารายงานลวก ๆ อย่างนี้เป็นปัญหา เพราะในท้ายที่สุดแล้วท่านประธานก็ทราบ พวกเราก็ทราบ การบันทึกรายงานต่าง ๆ นี้ เป็นสิ่งเดียวที่จะเหลืออยู่ นอกเหนือจากที่การพูดแล้วก็เป็นการอัดเทปไว้ เพราะฉะนั้น เอกสารรายงานจึงเป็นสิ่งสําคัญอย่างยิ่งของรัฐสภา ไม่ว่าการแก้ไขอย่างไร ตรงไหนจะเล็กจะน้อย ท่านก็ต้องทําอย่างรอบคอบและละเอียดที่สุด เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะขอร้องท่านประธานว่า ดิฉันไม่แน่ใจก่อนหน้านี้มีใบปลิวมาแล้วทีหนึ่ง ของดิฉันเองในมาตรานี้ก็จะต้องเป็น ใบปลิวแทรกที่สองเพื่อจะต้องทําให้รายงานนั้นสมบูรณ์ ดิฉันไม่อยากจะให้ท่านประธานคิดว่า เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จะมาอะไรกันนักหนา แต่ท่านประธานดิฉันก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานตรงนี้ ว่าการที่เราไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องที่หลายคนคิดว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ตรงนี้ จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต หากไม่ได้เป็นปัญหาอะไรที่มันจริงจังและเป็นเรื่องเป็นเรื่องตาย ก็อาจจะไม่ค่อยเท่าไร แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายตรงนั้นเป็นเรื่องใหญ่ จึงขอร้องจริง ๆ ว่าท่านต้องให้คณะกรรมาธิการนั้นไปช่วยดูว่า ดิฉันไม่แน่ใจนะคะว่าของคนอื่น ตรงอื่นยังมีข้อผิดพลาดตรงไหนบ้าง แต่ของดิฉันเองต้องขอรบกวนท่านประธานเลยนะคะ

ในสาระสําคัญที่ดิฉันได้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้มันมีสัก ๒-๓ เรื่อง บางเรื่อง สมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้ว แต่ดิฉันก็ยังอยากที่จะขอย้ํา

เรื่องแรก คือเรื่องของเวลา ที่ดิฉันแปรญัตติไว้ก็คือว่าให้รัฐสภาดําเนินการ คัดเลือก สสร. ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน ท่านประธานคะ ทําไมอีกเพียง ๑๕ วันถึงทนไม่ได้ ๑๕ วันเพิ่มขึ้นไปจาก ๗๕ วันนั้นมีความหมายมากเหลือเกิน ทําไมคะ ดิฉันคงจะขออนุญาต แม้ว่ามีเพื่อนสมาชิกได้พูดไว้แล้วก็ยังอยากที่จะขอย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า เป็นเพราะเป็นการ เปิดโอกาสเพื่อทําให้การพิจารณาการคัดสรรนั้นเป็นไปด้วยความรอบคอบ รัฐสภาควรจะ เปิดโอกาสให้กับประชาชนนั้นได้มีส่วนร่วมในการที่จะตรวจสอบคุณสมบัติ ประสบการณ์ และ หรือพฤติกรรมของผู้ที่จะก้าวเข้ามาเป็น สสร. ท่านประธานตัวสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ คือตัวแปรที่สําคัญที่สุดในกระบวนการร่างหรือกระบวนการแก้ไขทั้งหมด ต้องยอมรับ ในความเป็นจริงว่าประชาชนอย่างดิฉันเองหรืออย่างคนอื่นอีกหลายคน อาจจะมีความคิดความอ่าน ในเรื่องของบ้านของเมือง ในเรื่องของกติกา แต่ดิฉันก็ต้องยอมรับเช่นเดียวกันว่าดิฉัน ไม่มีประสบการณ์อย่างกว้างขวาง ในเรื่องของการเรียงร้อยคําต่าง ๆ และ หรือส่วนที่ควรจะ เขียนลงไปให้ครอบคลุมและสามารถนําไปปฏิบัติได้ต่อคนทุกคนทั้ง ๖๗ ล้านคนในวันนี้ โดยที่ไม่มีช่องโหว่หรือถ้าจะมีก็ต้องให้มีช่องโหว่น้อยที่สุด เพราะฉะนั้นตัวคุณสมบัติของ สสร. ประเภทนี้ที่จะต้องเข้าไปช่วยทําหน้าที่อย่างเข้มแข็งในเชิงวิชาชีพ ในเชิงประสบการณ์ ที่ต้องกว้างขวางและครอบคลุม เพราะฉะนั้นท่านประธานคะถ้าเผื่อว่าได้ สสร. ที่จะต้อง ทําหน้าที่ดังกล่าวนี้ ที่มีคุณสมบัติดีมีประสบการณ์กว้างขวางครอบคลุม มีจิตวิญญาณ ของความเป็นประชาธิปไตย แล้วก็คิดได้ในภาพกว้าง คิดไกลไปกว่าตัวเอง คิดไกลไปกว่า ผลประโยชน์ส่วนตน และ หรือพรรคพวกเพื่อประโยชน์ของประเทศแล้วก็ประชาชนโดยรวม ถ้าเผื่อว่าเราได้ สสร. อย่างนี้ก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้วเพราะเราก็จะมั่นใจได้ว่ารัฐธรรมนูญ ที่เขียนนั้น ซึ่งเราต้องถือว่าเป็นกติกาสําหรับคนทุกคน และเป็นกติกาสูงสุดต่อการที่เราจะอยู่ด้วยกัน อย่างเสมอภาค อย่างเป็นธรรมและอย่างสันติ เพราะฉะนั้นเวลา ๙๐ วัน ดิฉันก็คิดว่า อยากจะต้องเน้นว่าถ้าเผื่อท่านกรรมาธิการจะคิดทบทวนเสียใหม่ แล้วก็สะท้อนให้เห็น จิตวิญญาณของท่านอย่างแท้จริงว่าท่านไม่ได้รีบร้อน ลุกลี้ลุกลน รวบรัด ที่ผ่านก็เพียงพอแล้ว หยุดเถอะค่ะ แล้วก็ให้โอกาสการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นไปด้วยดี เป็นไปเพื่อประชาชน ทั้งหมด ในเวลาอีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของ ๓๐ วัน ก็คือสภาของสถาบันอุดมศึกษา แล้วก็องค์กรต่าง ๆ จัดทําบัญชีรายชื่อให้เสร็จแล้วก็ส่งให้ประธานรัฐสภา แทนที่จะเป็น ๑๕ วัน เป็น ๓๐ วัน เหตุผลก็เช่นเดียวกันละค่ะ การมีเวลามากขึ้น อันนี้ก็ไม่ได้ทําไปเป็นปีนะคะ ก็เพียงแต่เพิ่มขึ้น อีกนิดเดียว ๒ สัปดาห์ ก็จะมีโอกาสทําให้การคิดพิจารณาและการจัดทําบัญชีทั้งหลายนี้ รอบคอบ ละเอียด แล้วก็มีโอกาสที่จะเป็นรายชื่อที่มีประสิทธิภาพ แล้วก็ทําให้กระบวนการนั้น ดําเนินไปด้วยการมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์โดยรวมได้นะคะ

ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานคะ ที่ดิฉันตัด (ค) ออก คือประเภท (ค) ออก ที่จริงมันก็สอดคล้องกับมาตรา ๒๙๑/๑ ก็ขออนุญาตย้ําให้ท่านประธานทราบอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความจริงใจว่าที่ดิฉันคิดว่าไม่ควรจะต้องมีประเภทที่มีผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดินมามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานทราบไหมคะว่าทําไม ดิฉันต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้เลยนะคะว่าประสบการณ์ที่ผ่านมานั้นมันทําให้ดิฉัน ไม่ไว้วางใจเลย และไม่มีความเชื่อมั่นว่าคนที่ก้าวเข้าไปบริหารราชการแผ่นดิน บุคคล ประเภทนี้ค่ะ ว่าเขาจะคิดหาช่องทางไหมคะ เขาจะคิดหาวิธีการไหมคะ ที่จะเขียนกติกา ที่เอื้ออํานวยต่อการที่เขาจะกินรวบ รวบอํานาจ หรือการใช้อํานาจไปอย่างไม่ชอบธรรม คือตามอําเภอใจ และไม่ต้องถูกตรวจสอบ ท่านประธานคะ ตรงนี้ละค่ะสําคัญที่สุด ดิฉันคิดว่า บางครั้งคนเราอยู่ดี ๆ ก็ดีอยู่หรอก แต่พออํานาจเข้าไปอยู่ในมือ ในตัว ในตราทั้งหมดแล้วนี่นะคะ ก็มักจะเผลอแล้วก็คิดเรื่อยไปว่าเสียงข้างมากคือความถูกต้องจะทําอะไรก็ได้ ท่านประธานคะ ดิฉันคงต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่า ในระบอบประชาธิปไตยนั้น สิ่งหนึ่งที่สําคัญที่สุดไม่ว่าอํานาจนั้นจะมาจากเสียงเลือกตั้งมากเท่าไรก็ตาม แต่ไม่มีสิทธิ จะใช้อํานาจนั้นตามอําเภอใจ ดิฉันต้องขอกราบเรียนท่านประธานเลยว่าจริง ๆ แล้วเราทุกคน ที่เรียกร้องประชาธิปไตยกันอย่างเอาเป็นเอาตายต้องยอมรับความเป็นจริงค่ะว่าอํานาจใด ๆ ต้องมีการตรวจสอบ เพราะฉะนั้นวิธีคิดในการที่จะต้องหาช่องทาง เขียนกติกาให้มีการใช้อํานาจ ได้อย่างไม่ต้องถูกตรวจสอบนั้นน่ากลัวเหลือเกิน และนั่นคือเหตุผลนะคะที่ไม่ต้องเอา (ค) ออกไป ที่จริงมาตรา ๒๙๑/๑ ดิฉันก็แพ้ไปแล้ว แต่ยังต้องย้ําไว้เพื่อที่จะเป็น เครื่องเตือนใจว่าในมาตราตรงไหนก็ตามถ้ามีช่องทางให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น ดิฉันคิดว่า เราคงยอมไม่ได้ ขอบพระคุณท่านประธานคะ