รัฐสภา · ครั้งที่ ๘ · ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ศุภชัย หารือเรื่องการเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และขอให้พิจารณาจากสถาบันอุดมศึกษา

นายศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้แปรญัตติไว้ ในส่วนของมาตรา ๒๙๑/๖ ซึ่งเป็นความเห็นที่แตกต่างระหว่างผมกับร่างที่ร่างโดย คณะกรรมาธิการและที่สําคัญที่สุดเป็นความเห็นต่างด้วยเหตุว่าร่างที่คณะกรรมาธิการยืนยันนั้น เป็นร่างเดียวกับที่ทางรัฐบาลส่งมาให้กับทางรัฐสภาได้พิจารณา นั่นแปลว่าไม่ได้มีการแก้ไข ไม่ได้มีการปรับปรุงแต่อย่างใด ตัวอักษรทุกตัวอักษรยังคงยืนยันตามร่างเดิม ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าท่านประธานสังเกตเห็นในที่ประชุมแห่งนี้เพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็น สมาชิกวุฒิสภาก็ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ต่างมีความเห็นตรงกันเป็นจํานวนมากว่า การมอบอํานาจทั้งหลายทั้งปวงให้กับท่านประธานรัฐสภาไปดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง สสร. อีก ๒๒ คนหลังจากที่ได้ผ่านความเห็นชอบไปแล้วว่ามาจากการเลือกตั้งทั่วทุกจังหวัด จังหวัดละ ๑ คน จํานวน ๗๗ คน และมาจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ท่านประธานเป็นผู้กําหนดอีก จํานวน ๒๒ คน ท่านประธานที่เคารพครับ ความเห็นของพวกเรา ต่างยืนยันว่าถ้าเผื่อว่าจะให้เกิดความเป็นธรรมและทําให้ที่มาพี่น้องประชาชนไม่เกิด ความเคลือบแคลงสงสัยจําเป็นที่ท่านประธานจะต้องสละอํานาจที่ร่างของคณะกรรมาธิการ ตั้งใจจะมอบให้ท่าน การสละอํานาจครั้งนี้มีส่วนอย่างสําคัญที่จะทําให้สังคม การเมือง หรือการร่างกติกาที่เรากําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้เป็นกติกาที่เป็นความเห็นชอบ เป็นความเห็นพ้องของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเห็นพ้อง ที่เริ่มต้นจากรัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ความเห็นต่างของกระผมที่เห็นต่าง ไปจากร่างที่ทางคณะกรรมาธิการได้ให้ความเห็นมา สาระสําคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนผ่าน ท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้ นั่นคือร่างของคณะกรรมาธิการในมาตรา ๒๙๑/๖ ได้ให้ความสําคัญกับท่านประธานในการพิจารณาเรื่องขององค์กรภาคเศรษฐกิจ องค์กรภาคเอกชน ซึ่งเป็นไปตามที่ท่านประธานรัฐสภากําหนด ท่านประธานที่เคารพครับ การให้ความเห็นชอบต่อองค์กรดังกล่าวโดยมอบภาระหน้าที่มอบอํานาจให้กับท่านประธานรัฐสภา เป็นผู้พิจารณานั้น ในส่วนความเห็นของกระผมผมได้แปรญัตติไว้ไม่มีสาระสําคัญในส่วนนี้ นั่นแปลว่าในความเห็นของกระผมไม่ได้มีสาระสําคัญที่ว่าด้วยเรื่องขององค์กรภาคเศรษฐกิจสังคม ไม่มีสาระสําคัญที่ว่าด้วยเรื่ององค์กรภาคเอกชน แต่ในคําแปรญัตติของกระผม ได้ให้ความสําคัญไปที่สถาบันอุดมศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อว่าเราพิจารณา ให้ความสําคัญไปที่สถาบันอุดมศึกษาซึ่งในคําแปรญัตติของกระผม ผมมีความเชื่อมั่นว่า สถาบันอุดมศึกษาเป็นที่รวมของนักวิชาการ เป็นที่รวมของผู้ที่มีประสบการณ์ และที่สําคัญที่สุด สถาบันอุดมศึกษาเหล่านี้ยากที่ใครจะไปแทรกแซง ยากที่ใคร บุคคลใดจะไปชี้นําหรือจะไป บงการได้ ถ้าเผื่อว่าไม่มีใครสามารถไปชี้แจง ไปชี้นํา ไปบงการได้แล้ว นั่นเท่ากับว่าวันนี้เราจะทําให้ ที่มาของ สสร. อีก ๒๒ ท่าน มีความสง่างาม ในความเห็นของกระผมจึงให้ความเห็นไปว่า สภาสถาบันอุดมศึกษาสามารถที่จะเสนอชื่อบุคคล โดยที่สถาบันอุดมศึกษาเหล่านั้นต้องเป็น สถาบันอุดมศึกษาที่มีการให้ปริญญาสาขานิติศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ โดยที่สถาบันอุดมศึกษาเหล่านั้นโดยสภาสถาบันอุดมศึกษาสามารถเสนอชื่อบุคคลผู้ที่มี ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน เสนอชื่อบุคคลผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง เสนอชื่อบุคคล ผู้มีประสบการณ์ด้านบริหารราชการแผ่นดิน และที่สําคัญคือเสนอชื่อบุคคล ผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับด้วยความเชื่อมั่นในองค์กรเหล่านี้ผมเชื่อมั่นต่างจากร่างที่ ท่านคณะกรรมาธิการได้นําเสนอต่อที่ประชุม ความต่างของกระผมตามที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่าถ้าเผื่อว่าเป็นสถาบันอุดมศึกษาเรามีองค์กรที่มีความชัดเจนอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ต่างได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด และที่สําคัญที่สุด เมื่อสภาสถาบันอุดมศึกษาเหล่านั้นเป็นผู้พิจารณาเอง เป็นผู้ให้ความเห็นชอบเองและเสนอชื่อ บุคคลเหล่านั้นเพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้เป็นผู้พิจารณากลั่นกรองคัดเลือกอีกชั้นหนึ่งนั่นเป็น ความชอบ แต่ถ้าเมื่อใดเราให้น้ําหนักไปที่องค์กรภาคเศรษฐกิจสังคมก็ดี ให้น้ําหนักไปที่ องค์กรภาคเอกชนก็ดี การกําหนดหลักเกณฑ์เรื่ององค์กรภาคเศรษฐกิจสังคม การกําหนด หลักเกณฑ์เรื่ององค์กรเอกชนตรงนี้จะสร้างความเคลือบแคลงสงสัยได้มาก นั่นเท่ากับว่า เรากําลังเปิดช่อง นั่นเท่ากับว่ากําลังเปิดชี้ช่องให้บุคคลบางกลุ่มสามารถกําหนดตัวบุคคล เพื่อที่จะนํามาสู่ตัวเลข ๒๒ คน ที่จะมาเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ ความเคลือบแคลงสงสัยเหล่านี้ถ้าเผื่อว่าเราจะจํากัดออกไปหรือกําจัดออกไปในชั้นต้นตั้งแต่ เรากําลังพิจารณาอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ถ้าเผื่อว่าเมื่อใดที่ความเคลือบแคลงสงสัยน้อยลง ก็จะทําให้เราสามารถให้ความเห็นชอบกติการ่วมกันได้ในที่ประชุมแห่งนี้ มิได้หมายความว่า ผมไม่เชื่อมั่นในท่านประธานนะครับ เพราะไม่แน่ใจว่าในอนาคตอันใกล้ไม่รู้ว่าตําแหน่ง ประธานรัฐสภาถ้าเผื่อว่าเป็นท่านประธานรัฐสภาท่านนี้อยู่สังคมก็จะมองอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเมื่อใดมีความเปลี่ยนแปลงไปนั่นเท่ากับว่าเราเอาอํานาจไปให้กับใครก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้น ในความเห็นของกระผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเผื่อว่าเราจะปรับข้อความ เหล่านี้เหลือเฉพาะองค์กรที่เป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชนนั่นคือสภาสถาบันอุดมศึกษา ก็จะทําให้ความเชื่อมั่นในการได้มาซึ่งสมาชิก สสร. อีก ๒๒ ท่านมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ