สุทัศน์ เงินหมื่น เสนอแปรญัตติตัดมาตรา ๒๙๑/๖ เพื่อแก้ไขปัญหาการเมือง และเรียกร้องให้รัฐสภาอนุมัติร่างรัฐธรรมนูญที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ การกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับองค์กรภาคเอกชน และการค่าตอบแทนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์ในการเลือกสมาชิกสภาเศรษฐกิจ และอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์และบทบาทของสมาชิกสภาเศรษฐกิจ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผม ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้ขอแปรญัตติตัดมาตรา ๒๙๑/๖ ออกทั้งหมด ซึ่งมีผู้ร่วมแปรญัตติด้วยกันในมาตรานี้ที่มี ความเห็นสอดคล้องกัน ขอประทานโทษที่จะต้องเอ่ยชื่อตามข้อบังคับและบุคคลที่ผมเอ่ยชื่อนั้น ท่านก็อาจจะอภิปรายในลำดับถัดไป คือคุณธนา ชีรวินิจ คุณนิพนธ์ บุญญามณี คุณวิรัช ร่มเย็น คุณวิรัตน์ กัลยาศิริ คุณวรงค์ เดชกิจวิกรม คุณเหวง โตจิราการ คุณอลงกรณ์ พลบุตร ซึ่งเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กระผมก็คงจะต้องขออนุญาตที่จะเท้าความไปถึงเรื่อง มาตรา ๒๙๑/๑ ซึ่งได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้ว เพราะเกี่ยวเนื่องกันกับมาตรานี้ กล่าวคือ สมาชิก สสร. ตามบทบัญญัติที่ร่างรัฐบาลเสนอมานั้นประกอบไปด้วยสมาชิก ๒ ส่วน คือ ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ส่วนที่ ๒ มาจากการคัดเลือก โดยการคัดเลือก ดังกล่าวนั้นให้เป็นเรื่องของรัฐสภา ในส่วนของที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนนั้น ก็ผ่านการพิจารณาของสภาไปแล้ว ซึ่งกระผมก็ยังมีความติดใจเพราะได้เสนอว่าให้มาจาก การเลือกตั้งของประชาชน จำนวน ๒๐๐ คน แต่ร่างของรัฐบาลให้มาจากการเลือกตั้งของ ประชาชน จำนวน ๗๗ คน ที่กระผมเสนอ ๒๐๐ คน มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทั้งหมดนั้นก็สอดคล้องกันครับท่านประธาน กับการอภิปรายในสภา สอดคล้องกับความคิดเห็น ของประชาชน สอดคล้องกับร่างที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อสภา โดยเฉพาะสอดคล้องกับ ร่างอาจารย์ธิดาที่ประกาศว่าเป็นร่างของประชาชน และอาจารย์ธิดาเองก็กรุณาได้มาพูด ในห้องประชุมกรรมาธิการว่าหากไม่ทำตามความต้องการของประชาชนดังกล่าวนั้น ท่านใช้ คำว่า เราเตือนคุณแล้ว แต่จนถึงเวลานี้กระผมก็ยังไม่ได้เห็นสัญญาณอะไรมาจากบุคคล ที่กล่าวว่าเราเตือนคุณแล้วจะทำอย่างไรเมื่อการพิจารณามาถึงร่างที่จะต้องมีสมาชิก สสร. มาจากการสรรหา ๒๒ คน กระผมได้ตัดออกทั้งหมดในส่วนที่ สสร. มาจากการคัดเลือกนั้น เหตุผลก็ดังที่กราบเรียนแล้วว่าต้องการที่จะให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน
และอีกประการหนึ่ง กระผมคิดว่าการคัดเลือกนั้น พูดตรง ๆ ครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นมา ส่วนหนึ่งคือมีความระแวงจากทุกฝ่าย ด้วยความระแวงครับ ระแวงบทบัญญัติที่กำหนดไว้ให้อำนาจของท่านประธานสภา ประธานรัฐสภาสูงมาก เช่น ให้อำนาจท่านประธานรัฐสภากำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่ององค์กรภาคเศรษฐกิจ สังคม และองค์กรภาคเอกชน ให้เป็นไปตามที่ประธานรัฐสภากำหนด จนถึงเวลานี้ครับ ท่านประธานยังดำมืดอยู่ว่าท่านประธานมีทิศทางหรือแนวความคิดในเรื่องที่จะกำหนด เกี่ยวกับเรื่ององค์กรภาคเอกชน เกี่ยวกับภาคเศรษฐกิจ สังคม และองค์กรภาคเอกชนอย่างไร ต้องขอบคุณท่านรองประธานเจริญ จรรย์โกมล ท่านกรุณาให้สัมภาษณ์มาว่าทิศทางของ ค่าตอบแทนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นประการใด และทิศทางของผู้ที่จะมานั้น จะเป็นประการใด ท่านให้สัญญาณผ่านทางสื่อมวลชน ก็เกิดความไว้วางใจและคลายความระแวง ไปได้ลำดับหนึ่ง
และความระแวงประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ท่านมีอำนาจมากเลย ในการที่จะตั้งคณะกรรมการจำนวน ๑๕ คน ขึ้นมาพิจารณา เพราะการตั้งกรรมการ ๑๕ คนนั้น จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ท่านประธานรัฐสภากำหนด ท่านจะกรุณาให้ความสบายใจ กับสมาชิกได้ไหมครับว่าแนวความคิดหรือทิศทางของท่านในการกำหนดหลักเกณฑ์ของ ผู้ที่จะมาเป็นกรรมการ ๑๕ คนนั้นจะเป็นประการใด ท่านจะบอกว่าอยู่ที่ประธานคณะกรรมาธิการ เพราะขณะนี้เป็นเรื่องระหว่างคณะกรรมาธิการกับสภา คงไม่สมบูรณ์ครับ ถ้าจะโยน ไปเช่นนั้น เพราะอำนาจดังกล่าวนั้นก็เป็นอำนาจของท่านประธาน ผมเคารพท่านประธาน ทั้งในฐานะเป็นประธานและในฐานะส่วนตัว นี่เป็นความระแวงส่วนหนึ่ง ความระแวง ดังกล่าวนั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ มันเกิดขึ้นมาจากพฤติกรรมหลายประการตั้งแต่การเริ่มต้น เสนอกฎหมายฉบับนี้ มาจากพฤติกรรมหลายประการตั้งแต่การพิจารณาอย่างเร่งรีบและมี การใช้เสียงข้างมาก จนสุดท้ายต้องกลับมาทบทวนเพื่อประโยชน์ในการเดินหน้าต่อไป เกิดความระแวงถึงขั้นที่ว่าจะต้องพยายามล็อก (Lock) ให้ลง ๗๗ คนให้ได้ในแต่ละจังหวัด พอถึงเวลานี้ชักไม่แน่แล้วนะครับท่านประธาน ผลการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายของจังหวัด ใกล้เคียงนั้นทิศทางของการเลือกตั้งของประชาชนค่อนข้างที่จะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว และโดยเฉพาะประชาชนที่ได้รับฟังการอภิปรายอย่างต่อเนื่องคืนที่ ๗ ที่ ๘ มานี้ ประชาชน ผู้ที่เขาจะเลือก สสร. นั้นผมคิดว่าส่วนหนึ่งของผู้ที่ติดตามนั้นตัดสินใจได้แล้วละครับว่า จะเลือก สสร. ผู้ที่ใกล้ชิดพรรคการเมืองใด หรือจะเลือก สสร. แบบไหน ๗๗ คนที่คิดว่า จะเป็นการแน่นอนนั้นคงจะไม่ชัดเจนแล้วตอนนี้ อาจจะไม่แน่นอนก็ได้ว่าจะไปในทิศทาง ที่ทางฝ่ายรัฐบาลคิด ท่านประธานครับ สสร. มีบทบาทสูงมาก ผมขออนุญาตที่จะเอ่ยนาม ท่านบัญญัติได้กรุณาให้คำจำกัดความว่าเราปล่อยเช็คว่างไว้ให้กับ สสร. เซ็น เดี๋ยวนี้เรากำลัง ปล่อยเช็คว่างให้กับท่านประธานเพื่อที่จะไปกำหนดบทบาทของผู้ที่จะมาเป็น สสร. มาจาก การคัดเลือก ท่านประธานที่เคารพ โดยเหตุผลสั้น ๆ ผมจึงขออนุญาตตัดมาตรา ๒๙๑/๖ ออกทั้งหมด แต่ถ้าท่านประธานกรุณาให้ความสบายใจว่าท่านจะกำหนดบทบาทในการ กำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ก็ดี ในการกำหนดผู้ที่จะมาจากภาคเศรษฐกิจ สังคม และองค์กร ภาคเอกชนให้เป็นที่ชัดเจน เชื่อมั่นว่าจะเกิดความเป็นธรรมก็ดี รวมทั้งการจัดทำบัญชีรายชื่อ ของบุคคลที่จะถูกพิจารณาให้มาเป็น สสร. เป็นที่ชัดเจน เป็นที่น่าไว้วางใจ กระผมก็อาจจะ ถอนคำแปรญัตติของกระผมในส่วนนี้ก็ได้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ