คำนูณ สิทธิสมาน หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา ๒๙๑/๖ โดยเน้นย้ำถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการกำหนดองค์กรภาคเศรษฐกิจ สังคม และองค์กรภาคเอกชนในการส่งเข้ามาในระบบ และหารือเรื่องการเลือกตัวแทน ๒๒ คน เพื่อเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ โดยมีระบบการเลือกที่ทำให้ได้ผู้แทนที่หลากหลายและมีลักษณะเป็นตัวแทนของเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตลุกขึ้น พูดในฐานะที่เผอิญไปเป็นหนึ่งในตัวแทน ๔ ฝ่ายนะครับ ที่เมื่อวานได้หารือกันบรรยากาศ เป็นไปด้วยดีในประเด็นมาตรา ๒๙๑/๕ แต่เมื่อวานนี้ก็ได้พูดกันมากครับ ในประเด็น มาตรา ๒๙๑/๖ ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าในเรื่องขัดหลักการนั้น สำหรับสมาชิก ที่สงวนคำแปรญัตติไว้เช่นผม แน่นอนครับ ขัด เพราะพวกกระผมก็แพ้ไปแล้วในมาตรา๒๙๑/๑ ที่ให้มีสมาชิก ๒ ประเภท กระผมเป็นหนึ่งในกลุ่มที่แปรญัตติให้ตัดมาตรา ๒๙๑/๖ ทั้งหมด ก็เพื่อให้สอดรับกับที่แปรญัตติไว้ตอนต้น อันนี้กระผมไม่ติดใจ และเมื่อถึงเวลาที่จะใช้สิทธิ อภิปรายกระผมก็จะอภิปรายสั้น ๆ ตามข้อบังคับครับ แต่ว่าก็มีสมาชิกอีกจำนวนมากที่ขอ แก้ไขบางส่วนนะครับ ประเด็นสำคัญก็คือสมาชิกส่วนหนึ่งมีความเห็นว่าองค์กรที่จะส่งเข้ามา นั้นควรจะเป็นสภามหาวิทยาลัยแต่เพียงประเภทเดียว การกำหนดองค์กรภาคเศรษฐกิจ สังคมและองค์กรภาคเอกชนนั้นจะมีปัญหามาก กระผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา มีประสบการณ์ในเรื่ององค์กรต่าง ๆ เกี่ยวกับการคัดเลือก กสทช. ค่อนข้างมาก ก็ได้เล่า ประสบการณ์นี้ให้ตัวแทน ๔ ฝ่ายรับฟัง นี่ก็เป็นประเด็นที่ ๑
อีกประเด็นหนึ่ง ที่เป็นประเด็นที่ตัวแทน ๔ ฝ่ายได้คุยกัน ก็คือว่าเราพูด เปิดอกกันครับว่าเมื่อวานนี้มาตรา ๒๙๑/๕ ทุกคนยอมรับกันในหลักการว่าการนำกฎหมาย เลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. มาใช้ ในส่วนของการเลือกตั้ง ส.ว. นั้น หลักการสำคัญที่เรานำมาแถลง ก็คือว่าเพื่อให้ปลอดจากการเมืองมากที่สุด เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง มากที่สุด แม้ว่าเราจะรู้ว่าไม่มีพรรคการเมืองไหนจะมีเจตนาเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ว่าให้การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้ เป็นรัฐธรรมนูญของ ประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่กระทำโดยพรรคการเมือง ซึ่งถ้าจะกระทำเช่นนั้น เราก็ไม่จำเป็นต้องแก้มาตรา ๒๙๑ ชนิดเขียนหมวดใหม่ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยองค์กรอื่นเช่นนี้ แก้ในรัฐสภาแห่งนี้เลยก็ได้นะครับ เป็นที่รับกันในหลักการนั้น กระผมก็เห็นว่าเฉพาะในมาตรา ๒๙๑/๖ ดูเหมือนว่าอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองนัก แต่แท้ที่จริงแล้วก็เป็นเรื่องสืบเนื่องหรือต่อเนื่องมาจากมาตรา ๒๙๑/๕ ก็คือเราจะทำอย่างไร ที่จะให้ได้ตัวแทน ๒๒ คน ที่ให้มีลักษณะปลอดจากการเมืองมากที่สุด หรือให้มีลักษณะ ที่สามารถจะเป็นตัวแทนทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยได้มากที่สุด ไม่ใช่เป็นตัวแทนของ เสียงข้างมาก ๓๔๐ กว่าเสียงบวกลบเท่านั้น ก็ได้มีการพูดคุยกันเนื่องจากว่าในประเด็นนี้ ไม่ได้มีผู้ใดที่แปรญัตติเข้ามาชัดเจน แต่ก็ได้มีข้อเสนอ ผมเข้าใจว่าตั้งแต่คืนวันศุกร์ของทาง ฝ่ายสมาชิกวุฒิสภาบางท่านที่บอกว่าจะเป็นไปได้ไหมที่ในการเลือกผู้เชี่ยวชาญ ๒๒ คนนี้ เราใช้นวัตกรรมการเลือกตั้งแบบก้าวหน้า ก็คือให้สมาชิกรัฐสภา ๑ คน แทนที่จะลงคะแนน เลือกได้ ๒๒ คนครบจำนวน ก็ให้ลงคะแนนเลือกได้ ๑ คน หรือ ๒ คน หรือ ๓ คน สุดแท้แต่ จะพิจารณาก็เพื่อ ๑. ป้องกันการบล็อกโหวต ๒. เป็นหลักประกันที่จะทำให้ได้ ๒๒ คน เป็นตัวแทนทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย สรุปแล้วก็คือคล้าย ๆ กับระบบการเลือกตั้ง แบบ ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนได้ ๑ คน ไม่ว่า ส.ว. ในเขตจังหวัดนั้นจะมีกี่คน ซึ่งก็จะทำให้ได้ทั้งตัวแทนของเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย มีความหลากหลายนะครับ เราก็ได้หารือกันในประเด็นนี้ด้วยมิตรจิตมิตรใจนะครับว่าในเรื่องนี้ ก็จะเป็นบรรยากาศที่ดีเยี่ยมต่อเนื่องจากบรรยากาศของมาตรา ๒๙๑/๕ เพราะว่าในกรณีนี้ จะไม่ใช่เป็นกรณีอย่างเช่นเมื่อวานนี้ที่จะไปยึดตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านใดท่านหนึ่ง แต่จะเป็นกรณีที่กรรมาธิการเสียงข้างมากจะได้กรุณาไปหานวัตกรรมใด ๆ ที่จะเข้ามาเขียน ให้ระบบการเลือกผู้เชี่ยวชาญ ๒๒ คน ปลอดจากการเมืองมากที่สุด แล้วก็มีความหลากหลาย เป็นตัวแทนทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย ก็คือเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการจะต้องแก้ไขเอง แต่ว่าเป็นที่น่าเสียดายว่าการพูดคุยของ ๔ ฝ่ายนั้นคงจะจบลงไปแล้วยังไม่มีสัญญาณใหม่ ในวันนี้ กระผมก็คิดว่าเนื่องจากระยะเวลาที่เราพูดคุยกันมานี่นะครับ ถ้าเผื่อเราหยุดพัก ในวันนี้ไม่ว่าจะกี่โมงก็ตามแต่ เราไปเริ่มต้นใหม่ในวันอังคาร อย่างไรวันนี้ก็ไม่มีโอกาสที่จะจบ ลงมติในมาตรา ๒๙๑/๖ ถ้าคณะกรรมาธิการจะให้ความกรุณาแก่สมาชิกเสียงข้างน้อย ในที่ประชุมแห่งนี้อีกสักครั้งหนึ่ง ท่านใช้เวลาที่เหลืออยู่ก่อนจะถึงวันอังคารนำไปพิจารณารับฟัง ความคิดเห็นข้อเสนอของทั้งผู้สงวนคำแปรญัตติแล้วก็ทั้งสมาชิกเสียงข้างน้อย ไม่ว่าจะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกรัฐสภา เราไม่ได้ขออะไรมากไปกว่าขอให้การเลือก ตัวแทน ๒๒ คนในรัฐสภานั้น มีระบบการเลือกที่ทำให้ได้ผู้แทนที่หลากหลายแล้วก็มีลักษณะ เป็นตัวแทนทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย ถ้ามีข้อเสนอเป็นตุ๊กตามาก็สามารถที่จะหารือ กับคณะกรรมการ ๔ ฝ่าย หรือท่านจะนำมาหารือมาเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ กระผมก็เชื่อว่า จะทำให้บรรยากาศดีขึ้นครับ เพราะว่าในขณะนี้ในประเด็นอื่น ๆ ก็ล้วนแต่ผ่านไปหมดแล้ว มาตรา ๒๙๑/๑ องค์ประกอบ ๗๗ คน บวก ๒๒ คน แน่นอน ไม่มีการทบทวน ไม่มี การเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นมันก็เหลืออยู่ทางเดียวก็คือ ๒๒ คน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในทางปฏิบัติก็จะเป็นผู้ที่มาให้ความรู้ในการเขียนรัฐธรรมนูญ จะทำอย่างไรให้เขามีลักษณะ เป็นตัวแทนของประชาชนที่ปลอดจากการเมืองมากที่สุด ท่านประธานเป็นประธานวุฒิสภา ขออนุญาตเอ่ย กว่าที่จะได้กฎหมาย กสทช. มานี่นะครับ ระยะเวลาจากมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กว่าจะเป็นกฎหมายตัวนี้ออกมา ผ่านความระหกระเหินและอุปสรรค มายาวนานนะครับ ให้สำนักนายกรัฐมนตรีเลือกก็เกรงว่าจะไม่เป็นอิสระ ให้ กสทช. เลือกเองก็เกรงว่าจะไม่เป็น อิสระ สุดท้ายในชั้นสภาผู้แทนราษฎรนี้เองครับ ก็ออกแบบให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เป็นผู้ดำเนินการตั้งแต่การคัดสรร การจดทะเบียนองค์กรต่าง ๆ ซึ่งมีขั้นตอนมากมายครับ แต่ว่าในมาตรา ๒๙๑/๕ นี้ด้วยความเคารพครับ ไม่ได้พูดเป็นตัวบุคคล เราทิ้งภาระให้ผู้ดำรง ตำแหน่งประธานรัฐสภามากเหลือเกินครับ จะต้องออกกฎเกณฑ์ไม่ต่ำกว่า ๔-๕ ประการ ซึ่งล้วนแต่มีความสำคัญทั้งสิ้น กระผมจะไม่อภิปรายในที่นี้เพราะว่าที่ลุกขึ้นมานี้ไม่ใช่คิวที่จะ อภิปราย แต่อยากจะกราบขอความกรุณาว่าสัญญาณการประชุม ๔ ฝ่ายในวันนี้ยังไม่มี ไม่เป็นอะไรครับ แต่ท่านใช้เวลาที่พักจากวันนี้กว่าจะเริ่มต้นประชุมใหม่วันอังคารนี่ ท่านลองไปคิดเป็นการบ้านอย่าเพิ่งตัดรอนเพื่อนสมาชิกที่มีความเห็นต่างออกไปนี้นะครับ แล้วสัญญาณการหารือ ๔ ฝ่ายอาจจะมีอีกครั้งหนึ่งในเช้าวันอังคารก็น่าจะเป็นประโยชน์แก่ ทุกฝ่ายครับท่านประธาน เพราะว่าเมื่อวานนี้แม้ว่าในห้องเราจะคุยกันเรื่องมาตรา ๒๙๑/๕ แต่เวลากว่าครึ่งกว่าค่อนเราพูดถึงมาตรา ๒๙๑/๖ ด้วย แล้วก็พูดกันอย่างเปิดอกว่า เราไม่ต้องการจะมาแก้หลักการ ไม่ได้ต้องการจะมาล้ม ๒๒ คน แต่จะทำอย่างไรให้ ๒๒ คน เป็นตัวแทนของเสียงข้างน้อยด้วยแทนที่จะเป็นตัวแทนของเสียงข้างมากอย่างเดียว กระผม ก็ขออนุญาตชี้แจงในส่วนของที่มีโอกาสเข้าไปพูดคุยและผมหวังว่าทางคณะกรรมาธิการ ถ้าจะกรุณามันก็ดึกแล้วครับ ถ้าท่านจะกรุณาชี้แจงตอบรับให้สมาชิกที่ยังมีความหวัง เหลืออยู่ริบหรี่ ๆ นี่นะครับ ได้เห็นแสงสว่างอยู่ลิ่ว ๆ โลด ๆ ที่จะถึงในวันอังคารนี้นะครับ ก็จะเป็นประโยชน์ แล้วก็จะทำให้บรรยากาศการประชุมที่จะเริ่มต้นในวันอังคารเป็นไปด้วยดี ถ้าท่านสามารถพูดคุยกันก่อนได้นี้นะครับ วันจันทร์เราอาจจะคุย ๔ ฝ่ายกันอีกได้ว่าถ้าท่านมี ตุ๊กตามาว่าเราจะทำอย่างไร แล้วเรามาหารือกันนะครับ ผมเชื่อว่าการเดินหน้าไปในส่วนของ วันอังคารจะเร็วได้ดีกว่านี้ ก็กราบขอท่านประธานที่ได้ใช้เวลาไปพอสมควร แต่ก็อยากจะฟัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าจะให้ความหวังเพื่อนสมาชิกที่เขายังต้องการที่จะให้ มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่จากตัวแทน ๒๒ คนที่จะเข้ามาบวกกับ ๗๗ คน ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนที่หลากหลายได้อย่างไรบ้างครับ ขอบพระคุณครับ