รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๕

ธนิตพล ไชยนันทน์ หารือเรื่องการแปรญัตติรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าประธานรัฐสภาสังกัดพรรคการเมือง ทำให้มีข้อกังขา และอาจมีปัญหาเหมือนกับคราวที่แล้ว และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการหาจุดยืนร่วมกัน

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ในฐานะสมาชิก รัฐสภาครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ผมเรียนท่านประธานว่าผมจำเป็นต้องอภิปราย ก็ด้วยเหตุผลนะครับ ผมจะไม่อภิปรายก็ได้นะครับ ผมจะนั่งเลย แต่ผมจะถามท่านประธาน คณะกรรมาธิการนะครับ มาตรานี้ประชุม ๔ ฝ่าย ท่านจะประชุมเมื่อไร ตอบได้ไหมครับ เพราะถ้าท่านตอบไม่ได้นั่นหมายถึงท่านไม่พยายามที่จะหาจุดยืนร่วมกันระหว่างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และวุฒิสภา ในเมื่อท่านไม่คุยผมก็ต้องอภิปราย ผมก็ต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้กับ พี่น้องประชาชนทราบครับ แล้วผมได้แปรญัตติไว้ในส่วนของที่เกี่ยวข้องกับประธานรัฐสภา ผมยืนยันเพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นประท้วงผมทั้ง ๔-๕ คน ผมยังไม่เคยพูดถึงท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นการส่วนตัวครับ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ผมกำลังพูดถึงตัวประธานรัฐสภา โดยตำแหน่ง พูดถึงตำแหน่งของประธานรัฐสภานะครับ และมันผิดตรงไหนละครับ บางคน ลุกขึ้นมาประท้วงผมอย่างนี้ ผมกราบเรียนว่าทำให้ ๑. ผมเสียสมาธิ ๒. พี่น้องประชาชน ที่ติดตามข้อมูลข่าวสารการประชุมรัฐสภาเขาฟังข้อมูลที่ผมต้องการมอบให้เขาอย่างไม่ต่อเนื่อง ผมจึงต้องอภิปรายตั้งแต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องครับ แล้วถ้าเพื่อนสมาชิกพรรครัฐบาลอยากจะ ประท้วง ผมก็ยินดีครับและผมก็จะเริ่มอย่างนี้ครับ เชิญเลยครับ และผมจะกราบเรียน ท่านประธานว่า เพราะผมเป็นห่วงว่าเมื่อไม่คุยกัน ๔ ฝ่าย ผมก็ต้องชี้แจงผ่านทีวี (TV) รัฐสภาว่าเหตุผลที่ผมแปรญัตติไว้ผมไม่เห็นด้วย เพราะว่าผมไม่มีจุดยืนร่วมกับทาง กรรมาธิการอย่างไรบ้าง เหตุผลของผมก็คือการแปรญัตตินะครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ผมกลัวจริงๆ เพราะว่าหากให้ประธานรัฐสภาซึ่งตำแหน่งของท่านคือตำแหน่ง จริงครับ คือประมุขที่สูงสุดของรัฐสภาครับ แต่ตัวประธานรัฐสภาสังกัดพรรคการเมือง จะประธานรัฐสภา สมัยนี้ สมัยไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วประธานรัฐสภาสังกัดพรรคการเมือง เป็นคนของ พรรคการเมืองครับ และเมื่อเป็นคนของพรรคการเมือง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ผมเรียนท่านว่าท่านก็ไม่น่าที่จะเอาคนที่สังกัดพรรคการเมืองมามีอำนาจในการคัดสรรบุคคล ๒๒ คนที่จะไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครับ เพราะมันจะทำให้มีข้อกังขาแล้วเดี๋ยวมันจะมี ปัญหาเหมือนกับคราวที่แล้วครับ ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ พวกท่านไม่พอใจท่านออกมาชุมนุมประท้วงกัน ประท้วงกันไปประท้วงกันมา เผลอไป เผาบ้าน เผลอไปเผาเมืองเขาอย่างนี้ครับ ผมก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นในฝ่ายตรงข้ามท่าน ผมจึงต้องบอกท่านว่าทำไมท่านไม่อุดช่องโหว่ตรงนี้ละ ถ้าท่านอุดช่องโหว่ตรงนี้ได้ปัญหา ต่าง ๆ มันก็ไม่เกิดขึ้น พวกผมก็ไม่สงสัยว่าตรงนี้มีใบสั่งจากตรงนั้นมาจากตรงนี้ ผมก็ไม่สงสัย ว่าท่านประธานรัฐสภาท่านจะดูใบสั่งหรือเปล่า ผมกลัวเท่านี้ครับ แล้วผมเรียนนะครับ ท่านประธานครับ ผมยังยืนยันว่าการที่เราร่างรัฐธรรมนูญมา ที่พวกผมต้องการอภิปราย ในประเด็นนี้ยังมีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านครับ ที่ลงชื่อขออภิปรายไว้และผมก็กราบเรียนว่า พวกผมก็เกรงใจทางท่าน ส.ว. ที่ต้องการอภิปรายเช่นเดียวกัน แต่ต้องกราบขอโทษนะครับ การที่ใช้เวลาในการอภิปรายนานแล้วทำให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านตัดสินใจที่จะ ประชุม ๔ ฝ่าย เพื่อหาจุดยืนร่วมกัน ดีกว่าที่จะปล่อยให้พวกผมอภิปรายกันเสร็จแล้วสุดท้าย ยกมือเสียงข้างมาก แล้วก็โหวตเอาตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากต้องการ เพราะนั่นคือ ไม่สามารถหาจุดยืนร่วมกันได้ ผมเรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ในฐานะท่านเป็น ประธานคณะกรรมาธิการ ผมก็ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการเช่นเดียวกันครับ สามัญของสภาผู้แทนราษฎร ผมเรียนท่านว่าทุกครั้งที่ผมประชุมมีเพื่อน ส.ส. อยู่พรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้านร่วมกันอยู่ผมไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการประชุมนะครับ ด้วยเหตุผลว่า ทุกครั้งถึงผมจะเป็นเสียงข้างน้อย แต่ผมก็พยายามหาจุดยืนร่วมกับคนอื่น ผมก็พยายามหา จุดยืนร่วมกับเพื่อน ส.ส. ที่อยู่พรรคเพื่อไทยครับ แล้วท่านก็ตรวจสอบได้ครับ คณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณของผมไม่ค่อยมีปัญหาหรอกครับ นี่คือเหตุผลที่ผมจะบอก ท่านครับว่าถ้าท่านยังยืนยันว่าวันนี้ท่านจะปล่อยให้พวกผมได้อภิปรายกันเสร็จแล้ว แล้วเดี๋ยวท่านจะโหวตลงมติกัน แล้วท่านก็จะใช้เสียงข้างมากของท่านบอกว่านี่คือสิ่งที่ ถูกต้อง ผมก็บอกว่านั่นท่านกำลังจะล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการจริงครับ แต่ท่านกำลัง จะสร้างรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการรัฐสภาขึ้นมาครับ ขอบคุณครับ