เหวง โตจิราการ อภิปรายเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยตั้งคำถามถึงการร่างโดยประชาชน และเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
อย่างที่ผมเรียนนะครับ ก็คือว่า ผมไม่เชื่อว่าสถาบันและองค์กรต่าง ๆ จะสามารถคัดสรรคนซึ่งมีความคิดเสรีประชาธิปไตย อย่างแท้จริงนะครับ แล้วก็มีความคิดประชาธิปไตยนิยมอย่างแท้จริงมาให้รัฐสภาแห่งนี้ คัดสรรได้นะครับ แล้วผมก็ต้องการที่ให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างโดยประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงเป็นเหตุว่าทำไมผมจึงตัดมาตรานี้ทั้งมาตรานะครับ เหมือน ๆ กับส้มเน่าครับ ถ้าหากว่าสถาบันทุกแห่งคัดเลือกส้มเน่ามาทั้งหมดนี่นะครับ รัฐสภาแห่งนี้เลือกก็เลือกได้ แต่ส้มเน่า และนอกจากนี้ที่ผมคิดตั้งแต่ต้นเลยนะครับถ้าให้ประชาชนเลือกมาทั้งหมดจะได้ ลบล้างข้อครหาทั้งหลายทั้งปวงโดยสิ้นเชิงได้ เช่น ข้อครหาที่ว่านี่นะครับ เสียงข้างมากลากไป จบเลยครับ ข้อครหาที่ว่าเผด็จการรัฐสภาก็จบเหมือนกันนะครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อครหาที่ถูกตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีกในรัฐสภาแห่งนี้นะครับ ก็คือว่าเพื่อคนคนเดียว เพื่อนิรโทษกรรม หรือเพื่อยกเลิกองค์กรอิสระต่าง ๆ แทรกแซงศาลก็จบด้วยเช่นกัน นี่ท่านประธานเร่งเร้า ให้ผมพูดในประเด็นของผมนะครับ ทีนี้ผมขออนุญาตท่านประธาน ผมใช้สิทธิกรรมาธิการนะครับ ในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการคนหนึ่งด้วย ผมอยากกราบเรียนท่านประธานลงไปในเนื้อนะครับ ในเมื่อผมใช้สิทธิกรรมาธิการแล้วนี่นะครับ ผมต้องอ่านเนื้อความของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ให้ท่านประธานได้รับทราบแล้วก็จะได้ชี้แจงกับความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ หลายท่านที่ได้อภิปรายผ่านไปหรือว่าที่อภิปรายมา ๗ วันแล้วนะครับ ก็วนเวียนอยู่ในเนื้อหาต่าง ๆ ที่ผมอยากจะกราบเรียนนะครับ คือท่านประธานครับ ข้อที่ ๑ ก็คือว่ามีการกล่าวหาว่า กรรมาธิการเสียงข้างมากให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งท่านจะใช้ศัพท์อะไรก็แล้วแต่ ผมจะไม่พูดศัพท์นั้นนะครับ เพื่อไม่เปิดโอกาสให้มีการพาดพิงนะครับ ความหมายก็คือว่า ให้อำนาจประธานรัฐสภาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนะครับ ที่จริงถ้าท่านประธานไปอ่าน ในตัวอักษรแล้วต้องกราบเรียนไปยังท่านผู้ชมทางบ้านทั่วทั้งประเทศนะครับว่าท่านผู้อภิปราย หลายท่านไม่ให้เกียรติ แล้วไม่ให้ความเป็นธรรมกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วไม่ให้ ความเป็นธรรมกับประธานรัฐสภาด้วยเช่นกันนะครับ คือในนี้นี่นะครับ ผมขออนุญาตอ่าน ให้ท่านประธานฟังนะครับ ในนี้ผมกำลังพูดถึงเนื้อหาของกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ในนี้เขียนไว้นะครับว่าให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนสิบห้าคนตามหลักเกณฑ์ ที่ประธานรัฐสภากำหนด อันนี้เป็นสิทธิของท่านเลยนะครับ ท่านเป็นประมุขนิติบัญญัตินะครับ ในประชาธิปไตยมี ๓ ประมุขครับ ประมุขนิติบัญญัติ ประมุขบริหารและประมุขตุลาการครับ ประมุขบริหารก็มีสิทธิในการที่จะดำเนินการในส่วนของการบริหารนะครับ ไฉนเลยประมุข นิติบัญญัติไม่สามารถดำเนินการในส่วนของนิติบัญญัติได้ เพราะฉะนั้นประมุขนิติบัญญัติ สามารถดำเนินการในส่วนของนิติบัญญัติได้ เพราะฉะนั้นการที่ท่านไปตั้งกรรมการ ๑๕ คน ทำไมท่านจะตั้งไม่ได้ครับ ทำไมไปกล่าวหาท่านว่าเป็นเผด็จการครับ รวบอำนาจเบ็ดเสร็จ มันไม่ใช่ครับ ท่านโปรดให้เกียรติกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วโปรดให้เกียรติท่านประธานรัฐสภา ด้วยนะครับ แล้วท่านโปรดดูต่อนะครับ การตั้งกรรมการ ๑๕ คนไปทำอะไรครับ ไปยึด ประเทศหรือครับ ไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือครับ ไปเผด็จอำนาจหรือครับ ไปแสวงหา ประโยชน์ใส่ตัวเอง ไม่ใช่ครับ ท่านโปรดอ่านต่อนะครับ เพื่อดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคสอง ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ วันเท่านั้นเอง คือท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะชี้แจง รายละเอียดสักนิดหนึ่งก็คือว่าตามร่างกรรมาธิการเสียงข้างมากนี่นะครับ องค์กรต่าง ๆ เอาเฉพาะ องค์กรทางด้านการศึกษาก็มีกว่า ๑,๐๐๐ องค์กรแล้วนะครับ แล้วยังมีองค์กรทางธุรกิจ อีกนะครับ ซึ่งกระผมก็ไม่ทราบว่ามีเท่าไร ผมยังไม่ได้ไปสำรวจนะครับ ผมว่าก็ร่วม ๆ เกือบ ๑,๐๐๐ องค์กรเหมือนกัน ทั้งสิ้นน่าจะประมาณ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ องค์กร แล้วในนี้มี ๓ ประเภทนะครับ ประเภทหนึ่ง ๒ คน เพราะฉะนั้นแต่ละองค์กรเสนอชื่อมาได้ ๖ คน สมมุติว่าตัวเลข ๒,๐๐๐ องค์กรเป็นหลัก ดังนั้นคนที่ถูกเสนอชื่อมามี ๑๒,๐๐๐ คนครับ แล้วท่านจะตรวจคุณสมบัติได้อย่างไรครับว่าขัดแย้งกับคุณสมบัติมาตรา ๒๙๑/๓ (๑) (๒) หรือไม่ ขัดแย้งต่อมาตรา ๒๙๑/๔ (๑) (๓) หรือไม่ ในนี้เขียนคุณสมบัติไว้ว่า สสร. ประเภท ๒ ต้องเป็นไปตามมาตราที่บัญญัติไว้ เพราะฉะนั้นทางนี้กรรมาธิการเสียงข้างมากเลยต้องการ ที่จะให้ท่านประธานรัฐสภาซึ่งเป็นที่พึ่งได้ของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเป็นคนตัดสิน ในเรื่องนี้ก็เลยตั้งกรรมการขึ้นมาเพียงเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติว่าจำนวน ๑๒,๐๐๐ คน ที่ได้รับการเสนอชื่อมานี่นะครับ มีใครมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน หรือมีคุณสมบัติที่ขัดหรือแย้ง กับสิ่งที่ตราเอาไว้ ดังนั้นโปรดให้ความเป็นธรรมกับท่านประธาน และโปรดให้ความเป็นธรรม กับร่างนี้ด้วยนะครับ มิฉะนั้นประชาชนทั่วประเทศเกิดความเข้าใจไขว้เขวและสับสนว่าอันนี้ ยกอำนาจเผด็จการให้กับประธานรัฐสภาหรือเปล่า และทำให้ประธานรัฐสภากลายเป็นผู้เผด็จการไปหรือเปล่า ไม่ใช่ครับ ประธานเพียงตั้ง กรรมการขึ้นมาตรวจสอบคุณสมบัติของคน ๑๒,๐๐๐ คนว่าครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนดไว้ หรือเปล่า เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมก็จะใช้เวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้เองครับ หลังจากที่ ตรวจสอบคุณสมบัติแล้วนะครับ ท่านประธานมาจัดทำบัญชีรายชื่อนะครับ อันนี้เมื่อตรวจ ครบแล้วไม่ทำบัญชีรายชื่อได้อย่างไรครับ จะปล่อยให้อีเหละเขะขะได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการตราไว้นี่ถูกต้องแล้วครับ คือหลังจากตรวจสอบเพื่อไม่ให้ผิด รัฐธรรมนูญก็ต้องทำบัญชีรายชื่อครับ หลังจากทำบัญชีรายชื่อและแยกกลุ่มให้เรียบร้อยนี่ จึงส่งให้รัฐสภาของเรานี่ละเป็นคนลงมติคัดเลือก และการลงคะแนนเสียงดังกล่าวเป็นการ กระทำอย่างลับ เมื่อเป็นการกระทำอย่างลับนี่นะครับ ใครครับจะบงการได้ครับ ใครครับ กรุณาอธิบายให้ผมชัด ๆ หน่อยสิว่าเวลาผมลงคะแนนเสียงลับใครจะมาบงการผมได้ สมมุติ คนจะมาบงการผมบอกให้ผมเลือกนาย ก อย่างที่ผมบอกสิ ผมจะเลือก เอ คุณจะรู้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นโปรดให้ความเป็นธรรม เพราะในส่วนที่รักษาเกียรติยศ เกียรติภูมิของ กรรมาธิการเสียงข้างมากและของประธานรัฐสภา ผมยืนยันนะครับว่าในส่วนนี้ผมรักษา เกียรติยศ เกียรติภูมิของกรรมาธิการเสียงข้างมากและประธานรัฐสภา สิ่งที่กรรมาธิการ เสียงข้างมากร่างไว้แล้วก็มอบอำนาจให้รัฐสภานั้นไม่ได้นำไปสู่เผด็จการรัฐสภา ไม่ได้นำไปสู่ เผด็จการเบ็ดเสร็จรวบอำนาจโดยสิ้นเชิง ตรงกันข้ามครับ กลับพยายามที่จะทำให้ร่างฉบับนี้ สวยสดงดงามแล้วเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ