รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๕

เหวง โตจิราการ อภิปรายเรื่องการแสดงความคิดเห็นของตนเองที่แตกต่างจากกรรมาธิการเสียงข้างมากและรัฐบาล โดยเสนอให้ประชาชนทั่วประเทศลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเพื่อเลือกผู้มีสิทธิเข้าร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมือง

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

ต้องกราบเรียนนะครับ เพราะว่า มิฉะนั้นจะมีท่านผู้มีเกียรติพาดพิงถึงผมอีก ซึ่งผมก็ไม่มีปัญหาท่านอาจจะพาดพิงผมอีก แต่โปรดกรุณาเข้าใจด้วยนะครับว่าแม้ว่าผมจะมีความเห็นต่างจากกรรมาธิการเสียงข้างมาก แม้ว่าผมจะมีความเห็นต่างจากพรรคเพื่อไทยหรือรัฐบาล แต่ผมโหวตให้กรรมาธิการเสียงข้างมาก และผมโหวตให้รัฐบาล เพราะฉะนั้นโปรดอย่ากังขาอีกต่อไปนะครับ ในเมื่อท่านประธาน เตือนผม ผมก็จะไม่พูดประเด็นนี้อีก ยกเว้นถ้าหากว่าพาดพิงถึงผมในลักษณะที่ผมเสียหายอีก ผมก็ต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับว่าผมต้องสงวนสิทธิในการที่จะขึ้นมาชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเป็น ๒ เนื้อหาใหญ่

เนื้อหาแรก ผมจะอภิปรายถึงเหตุผลของผมและเป็นการแสดงออกนะครับว่า ถึงแม้ความเห็นผมจะต่างกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากรวมทั้ง พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลอนุญาตให้ผมมาแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมแห่งนี้ได้ครับ

คือในเรื่องแรก ผมจะกราบเรียนก่อนนะครับว่าทำไมผมถึงตัดมาตรา ๒๙๑/๖ นี่นะครับ ทั้งมาตรา ท่านประธานครับ คือผมเข้าใจนะครับ คนที่เขาคิดในลักษณะที่ต้องมี ๒๒ คนนี่ เพราะเขากังวลว่าหากว่าเลือกตั้งจากประชาชนทั่วทั้งประเทศแล้วคนอาจจะขาด อาจจะขาดคนซึ่งมีความสามารถในการที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญจากสาขาต่าง ๆ ได้ เขาเริ่มต้น อย่างบริสุทธิ์ใจนะครับว่าเขาเกรงว่าจะขาด ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่านี่ทำให้ผมเห็นต่างจากกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือต่างจากพรรคนะครับว่า ในวันนี้ประชาชนไปไกลมากแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลหรอกครับว่าเวลาประชาชน เลือกมาของผมนี่ตัวเลขของผมก็คือ ๑๐๐ คน และเลือกตั้งโดยตรงจากพี่น้องประชาชน ทั่วทั้งประเทศ ผมยืนยันนะครับว่าถ้าให้ประชาชนเลือกและด้วยจำนวน ๑๐๐ คน โดยอัตราสัดส่วน ผมเชื่อว่าในบรรดา ๑๐๐ คนที่ประชาชนเลือกมา ประชาชนมีสายตา มีดุลยพินิจ และมี มันสมอง และมีจิตวิญญาณด้วย ประชาชนจะเลือกคนที่ถูกต้องเข้ามา และผมเชื่อว่าเลือกคน ที่ถูกต้องมาทั้ง ๑๐๐ คนนะครับ ดังนั้นที่กังวลว่าจะไม่มีคนซึ่งมีความสามารถ ๓ ประการ ดังกล่าวก็คือว่าผู้เชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน ผู้เชี่ยวชาญรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ หรือผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือร่างรัฐธรรมนูญ เป็นไปไม่ได้ครับ ดังนั้นผมจึงสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งโดยตรง นี่เป็น ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ใส่ร้ายป้ายสีว่าจำเป็นต้องมีการตั้ง ผู้เชี่ยวชาญทั้ง ๓ แขนง ทั้งนี้เนื่องจากว่าต้องการที่จะเอาตัวแทนมาร่างแทน ผมคิดว่านี่เป็น ความคิดที่มองโลกในแง่ร้ายเกินไปและสุดขั้วจนเกินไปนะครับ จริง ๆ คนที่เขาคิดว่า ควรจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญ ๓ สาขาดังกล่าวนี่เขากังวลและเขาเกรงว่าเวลาเลือกตั้งโดยตรง จากประชาชนทั้งหมดแล้วอาจจะขาดคน ซึ่งมีความสามารถดังกล่าวทั้ง ๓ สาขา เห็นไหม ท่านประธาน คือกระทั่งผมมีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ผมยังมองความคิดเห็นอีกกลุ่มหนึ่ง นี่นะครับ ก็คือกลุ่มของกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยความบริสุทธิ์ใจเขากังวลอย่างนั้นจริงๆ เขาไม่ได้ซ่อนเร้นในการที่จะสร้างโอกาสเลือกคนที่ตัวเองสามารถบงการได้ ความคิดเช่นนี้ เหลวไหลโดยสิ้นเชิงนะครับ และมองโลกในแง่ร้าย และมองคนอื่นในลักษณะที่ร้ายเกินไป เกินกว่าความเป็นจริง เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเหตุผลก็คือว่า ผมเชื่อมั่นประชาชนและผมเชื่อว่าใน ๑๐๐ คนที่ประชาชนเลือกมานี่จะมีคนที่มีความสามารถ ในการที่จะร่างทั้ง ๓ สาขาอย่างที่ท่านได้ระบุไว้ในกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ขณะเดียวกันหากว่าไม่มีหรือขาด เราก็สามารถที่จะให้ ๑๐๐ คนที่เลือกตั้งโดยตรงจาก ประชาชนตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาร่างได้ โดยคัดเลือกเอาคนที่มีความเชี่ยวชาญจริง ๆ ตามสาขาที่ขาดนี่มาเติมเต็มในส่วนที่ขาดไป ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ผมสนับสนุนให้มี การเลือกตั้งโดยตรงจำนวน ๑๐๐ คนนะครับ

และข้อต่อมากราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ในวันนี้ผมเคย กราบเรียนแล้วนะครับ ผมไม่มีความเชื่อมั่นต่อสถาบันการศึกษาในปัจจุบัน และไม่มี ความเชื่อมั่นต่อองค์กรต่าง ๆ ในปัจจุบันว่าถ้าตัวสถาบันและตัวองค์กรต่าง ๆ คัดเลือกคน เข้ามาคือผมได้กราบเรียนท่านประธานไปครั้งหนึ่งแล้วนะครับว่าทอดสายตาไปดูนี่สถาบัน ต่าง ๆ แทบจะทุกสถาบันถูกครอบงำด้วยระบบคิดแบบอนุรักษ์นิยม แล้วก็จารีตนิยม เพราะฉะนั้นการที่จะไปหาคนซึ่งมีแนวคิดเสรีนิยมหรือประชาธิปไตยนิยมยากมาก และการเปิด โอกาสให้มีการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั่วทั้งประเทศนี้เป็นการท้าทายประชาชน และท้าทายประเทศชาติมาก ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานตรงไปตรงมาว่า แว๊บหนึ่งมีความคิดในตอนต้น ๆ ผมเคยคิดว่าในความเห็นส่วนตัวของผมเราไม่ควรอนุญาต ให้คนซึ่งเคยรับใช้คณะรัฐประหารมีสิทธิมาร่วมร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ ในเมื่อท่าน ทั้งหลายเหล่านี้เคยรับใช้คณะรัฐประหารมาแล้วอย่างสุดจิตสุดใจ ไม่ว่าในตำแหน่งใดก็ตาม สสร. ปี ๒๕๕๐ สนช. หรือว่านักวิชาการที่ทำงานให้คณะรัฐประหารล้วนแล้วแต่เป็นการ บ่งบอกจิตวิญญาณและรูปการความคิดของเขาแล้วนะครับว่าเขาสนับสนุนการรัฐประหาร ดังนั้นบรรดาท่านทั้งหลายไม่ควรจะได้สิทธิในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่วูบหนึ่ง เท่านั้นเองนะครับท่านประธาน ผมก็เลยได้สำนึกคืนมานะครับว่าเราต้องเคารพความเป็น มนุษย์ของเขา เราต้องเคารพความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยด้วย เราต้องอนุญาต ให้ความคิดเห็นที่แตกต่างดำรงอยู่ เพราะฉะนั้นผมก็เลยถอนความคิดนี้ออกโดยสิ้นเชิงครับ นี่จึงเป็นที่มาว่าผมสนับสนุนให้คนที่เคยรับใช้คณะรัฐประหาร ผมสนับสนุนให้คนที่เคยเป็น สนช. เคยเป็น สสร. ปี ๒๕๕๐ หรือเคยไปรับใช้ใครต่อใคร ในคณะรัฐประหาร ไม่ว่าชุดไหนก็ตาม หรือสนับสนุนกฎหมายเผด็จการฉบับต่าง ๆ โปรดลงเลือกตั้งเลยครับ และให้ประชาชนพิสูจน์ว่าท่านผ่านการเลือกตั้งโดยตรงของ พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศหรือไม่ และนี่คือการพิสูจน์ คือหลายท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ควรจะต้องมีการประชามติเสียก่อน ท่านประธานครับ การที่ให้ประชาชนเลือก สสร. ครั้งใหม่โดยตรง นี่ยิ่งกว่าประชามติอีก เพราะผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ไปยังบรรดาผู้ที่มีความคิดเผด็จการนิยม อนุรักษ์นิยม จารีตนิยม โปรดลงสู่การเลือกตั้ง เลยครับ อันนี้ยิ่งกว่าประชามติอีกครับ เพราะว่าใน ๑ จังหวัดเขาจะเลือกขึ้นมา ๑ คน ดังนั้น จะประกวดประขันกันนะครับว่าใครมีความคิดเผด็จการนิยมกับใครมีความคิดประชาธิปไตยนิยม ประชาชนจะเลือกใครครับ และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็จะเป็นไปตามสิ่งที่ประชาชนเลือก และวิธีการอย่างนี้จะยุติความขัดแย้งทางการเมืองโดยสิ้นเชิง เพราะว่าบรรดาที่มีความคิด เผด็จการนิยม อนุรักษ์นิยม จารีตนิยม ไม่ต้องประท้วงครับ ท่านทั้งหลายอย่าไปคิดประท้วงเลย ท่านลงไปสู่การเลือกตั้งดีกว่า เช่นเดียวกับพวกประชาธิปไตยทั้งหลายก็ดาหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ดังนั้นประเทศนี้จะไม่มีการเผชิญหน้ากันอีกต่อไป ก็คือลงไปให้ประชาชนตัดสินนะครับ ดังนั้นใครก็ตามที่บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับยึดอำนาจก็ดีนะครับ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับยิ่งกว่ายึดอำนาจด้วยกระบอกปืน ผมต้องกราบเรียนนะครับ ผมนี่เรียน ท่านเลยนะครับ ผมสนับสนุนครับ การยึดอำนาจโดยประชาชนทั่วทั้งประเทศครับ เพราะฉะนั้นการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ยึดอำนาจโดยประชาชนทั่วทั้ง ประเทศมาร่างครับ ผมอธิบายถ้าเป็นส่วนของผม มันเข้าใจง่าย ๆ เลย ก็คือมาโดยตรงจาก พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ อันนี้ชัดเจน กระทั่งของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมต้อง ให้เกียรตินะครับ ถึงแม้ว่าผมมีความคิดส่วนตัวของผม แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากคิดด้วย ความบริสุทธิ์ใจนะครับ คิดด้วยความซื่อสัตย์ เอาผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมือง มาเป็นตัวตั้ง ดังนั้นเขามีสิทธิคิดต่างจากผมครับ เขาคิดว่าถ้าประชาชนเลือกโดยตรง มีความเป็นไปได้ที่อาจจะขาดคนใน ๓ สาขา ซึ่งผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นยังจะต้องผ่านรัฐสภาครับ ผมถามท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรตินะครับว่า ท่านยอมรับไหมว่ารัฐสภาแห่งนี้เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ท่านยอมรับ หรือไม่ครับ หากว่าท่านยอมรับนี่นะครับ ท่านต้องยอมรับการตัดสินใจของรัฐสภาด้วย เพราะที่ท่านบอกว่ายึดอำนาจอีกครั้งหนึ่งโดยไม่ใช้กระบอกปืน ยึดอำนาจด้วยวิธีการพิเศษ อะไรต่าง ๆ ขอได้โปรดครับพูดกันตรงไปตรงมาเลย คือเที่ยวนี้เราต้องการให้พี่น้องประชาชน ทั่วทั้งประเทศร่างรัฐธรรมนูญ นี่จึงเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของมาตรา ๒๙๑ ผมว่าท่านน่าจะ ไปอ่านอีกทีนะครับ และถ้าหากท่านอ่านอีกทีท่านจะเข้าใจจริง ๆ เลยว่า จริง ๆ แล้วมาตรา ๒๙๑ ก็คือรัฐสภาแห่งนี้มอบอำนาจสูงสุดทางการเมืองกลับไปให้ประชาชน ให้ประชาชนทั่วทั้ง ประเทศได้มีโอกาสร่างรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองครับ อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วนะครับว่า ๖๗ ล้านคน มาร่างพร้อม ๆ กันไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมีวิธีการเลือกตั้ง และวิธีการเลือกตั้ง ผมอาจจะต่างจากรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่ผมต้องปกป้องเกียรติยศของกรรมาธิการ เสียงข้างมากนะครับ ในเมื่อท่านเห็นว่าเอาคนที่ดีที่สุดของจังหวัดก็พอ ก็ไม่เป็นไรครับ ผมเห็นต่างจากท่าน แต่ผมต้องปกป้องท่าน ต้องปกป้องครับ เพราะท่านด้วยความบริสุทธิ์ใจ จริง ๆ ท่านบอกว่าจังหวัดหนึ่งมาคนหนึ่งก็พอแล้ว ท่านคิดอย่างนั้นนะครับ ซึ่งผมเห็นต่างนะครับ นอกจากนี้ท่านก็กังวลว่าถ้าเลือกมาอย่างนี้อาจจะขาดคน ๓ สาขา ซึ่งอาจจะพร่องไป ท่านก็เลย คิดว่าให้รัฐสภาแห่งนี้ซึ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยมาคัดเลือก ผมสงสัยว่าใครจะมา บงการได้อย่างไรครับ กรุณาเลิกพูดถึงเรื่องการบงการ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า วิธีการคัดเลือกในนี้บอกไว้ชัดเจนเลยนะครับว่าให้ใช้วิธีการลงคะแนนเสียงเป็นการลับนะครับ ท่านประธาน ขออนุญาตเปิดไปดูนะครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๙๑ /๖ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) ทั้ง ๆ ที่ผมแปรญัตติตัดทั้งหมด แต่ผมจำเป็นต้องปกป้องเกียรติยศของกรรมาธิการ เพราะผมก็เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วยครับ ผมฟังสมาชิกหลายท่านพูดและผมไม่สบายใจเลย ดูราวกับว่ากรรมาธิการชุดนี้เสียหายอย่างร้ายแรง มีภูมิปัญญาที่แย่มาก มีจิตวิญญาณ ที่เลวร้ายมาก ไม่จริงครับท่านประธาน และบอกว่าจะบงการได้โดยใครบางคน จะบงการได้ อย่างไรครับ ในนี้บอกนะครับว่าให้เลือกการลงคะแนนดังกล่าวให้กระทำเป็นการลับ เมื่อลับแล้ว ใครจะบงการได้ครับ โดยใครบางคนจะมาบงการได้อย่างไร คุณอาจจะสั่งผมบอกให้เลือก นาย ก นะ แต่เวลาเลือกจริง ๆ ผมอาจจะเลือกมิสเตอร์เอ ก็ได้ แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่า ผมเลือกมิสเตอร์เอ คุณมาบงการผมได้อย่างไร บงการไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธาน ยังไม่หมดนะครับ ยังอยู่ในเนื้อความนี้ครับ