รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๕

สาธิต ปิตุเตชะ อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเสนอให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด 200 คน

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ผมเข้าใจว่าท่านอลงกรณ์คงมาต่อ ในช่วงท้าย ๆ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระยอง ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ผมจะอภิปราย ในเนื้อหาของมาตรา ๒๙๑/๖ ผมก็ต้องยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่าผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตามที่ผมได้เคยอภิปรายในทุกมาตราในร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะผมเห็นว่า ปัญหาของพี่น้องประชาชนในเรื่องความเดือดร้อนมีมากกว่าการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมยืนยันกับท่านประธานว่ามาตรา ๒๙๑/๖ ผมได้แปรญัตติตัดทิ้งทั้งมาตรา แต่ว่าเอกสาร ของผมนั้นจะอยู่ในใบแทรกในชุดหลัง แล้วผมก็ได้ประสานทำความเข้าใจกับท่านประธาน คณะกรรมาธิการ เนื่องจากมีข้อผิดพลาดทางเทคนิคกับทางเจ้าหน้าที่ เพราะฉะนั้น ในเอกสารรายงานของสภาอาจจะไม่ตรงกับที่ผมอภิปราย แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมก็มีเอกสาร ใบแทรกตามที่ผมได้เรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการไว้แล้ว ที่ผมได้แปรญัตติตัด มาตรา ๒๙๑/๖ ทั้งมาตราก็เพราะว่ามันไปเชื่อมโยงกับมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) เพราะผมเห็นว่า ผู้ทรงคุณวุฒิที่จะมาเป็น สสร. ซึ่งเป็นคนที่จะมาจากภาคเอกชน มาจากสถาบันการศึกษา ผมเลือกวิธีการให้มาจากการเลือกตั้ง เมื่อมาจากการเลือกตั้ง ผมก็ขอตัดมาตรานี้ ซึ่งเป็นวิธีการที่จะคัดสรร แล้วก็เลือกบุคคลตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ออกไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขณะนี้เรากำลังอภิปรายกฎหมายการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเรียนว่าอยู่ใน สถานการณ์ที่ผมไม่แน่ใจว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะถูกประกาศใช้ตามกฎหมายได้ หรือไม่ เพราะเราทราบดีครับว่ามันมีปัญหาการทำผิดกฎหมาย การทำผิดกฎหมายที่ว่านี้ ก็คือการกดบัตรแทนกันครับ ซึ่งผมเรียนกับท่านประธานว่าไม่ใช่เป็นเรื่องตัวบุคคล แต่เป็น เรื่องข้อกฎหมาย ข้อกฎหมายที่ว่านี้ก็หมายความว่าการใช้สิทธิแทนกันนั้นผิดเจตนารมณ์ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยการทำหน้าที่แทนปวงชนชาวไทยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเข้าใจว่ามีตัวอย่างในกรณีของวุฒิสภา ซึ่งมีคำวินิจฉัยไปแล้ว อันนี้ก็อภิปรายไว้เพื่อติดไว้ ในที่ประชุมว่าในอนาคตหลังจากที่เราผ่านวาระที่สองไปสู่วาระที่สามเมื่อมีการตีความ ในเรื่องนี้ก็ต้องไปพิสูจน์กันว่าความชอบของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะได้นำมาใช้ ตามความต้องการของรัฐบาลหรือไม่ ผมขออนุญาตพูดถึงเนื้อหาของมาตรา ๒๙๑/๖ หลักของมัน ก็มีอยู่ว่าในมาตรานี้เป็นเรื่องของวิธีการที่จะนำบุคคล ๒๒ คน มาเป็น สสร. ในการร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑/๖ ก็ได้กำหนดวิธีการคัดสรรผู้ที่จะมาเป็น ๒๒ คน ในสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยการกำหนดการได้มาว่า ให้สถาบันอุดมศึกษา ให้องค์กรภาคเศรษฐกิจ สังคม ให้องค์กร ภาคเอกชนไปเลือกบุคคลตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ในประเภทต่าง ๆ ประเภทละไม่เกิน ๒ คน รายละเอียดในการเลือกกำหนดให้ท่านประธานรัฐสภาเป็นผู้กำหนด แล้วก็ต้องส่งให้ ท่านประธานภายใน ๑๕ วัน วรรคสี่ก็ให้ประธานรัฐสภานั้นแต่งตั้งคณะกรรมการ ๑๕ คน หลักเกณฑ์รายละเอียดก็เป็นไปตามประธานรัฐสภากำหนด อันนี้ก็หมายความอยู่เองว่า ๒๒ คนที่ว่านี้ทั้งกติกา ทั้งที่มาทั้งหมดก็มีรายละเอียด มีหลักเกณฑ์ตามที่ท่านประธานรัฐสภา เป็นผู้กำหนด ที่สำคัญ ๒๒ คน ที่ว่านี้ สุดท้ายก็เป็นไปตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ก็คือว่า ให้ที่ประชุมของรัฐสภาแห่งนี้เป็นผู้คัดเลือกจากที่มีการคัดสรรมาแล้วจำนวนหนึ่งให้เหลือ ๒๒ คน ทั้งหมดนี้ก็เป็นไปตามที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายครับว่าทำไมจำเป็นต้องมีการคัดสรร ทำไมต้องมีการลากตั้ง ทั้ง ๆ ที่พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล ที่เสนอแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้พูดเสมอครับว่า เคารพแล้วก็ศรัทธากับการเลือกตั้ง ผมเข้าใจว่าบางครั้งพูดเลยไปด้วยว่า ถ้าอะไรก็ตามมาจากการเลือกตั้งและเป็นเสียงข้างมากสามารถทำได้ทุกอย่าง บางทีทำผิด กฎหมายก็ทำได้ พรรคการเมืองที่เสนอแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ยังพูดอีกครับว่า สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการลากตั้งไม่มีศักดิ์ศรี ผมก็เลยสงสัยในการประชุมคณะกรรมาธิการว่า มีคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยหลายท่านมีข้อเสนอ รวมทั้งท่านสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายจบไป แล้วว่าเขาศรัทธากับการเลือกตั้งจำนวนไม่ว่าจะเป็น ๙๙ คน จำนวน ๑๕๐ คน จำนวน ๑๒๕ คน จำนวน ๒๐๐ คน เน้นว่าทำอย่างไรจะได้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ผมก็เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยหลายท่านครับว่าในข้อเสนอว่าเป็นไปได้ไหมครับว่า สสร. ที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขอให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าไร อย่างไรก็แล้วแต่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยแต่ละท่านจะเสนอมา ท่านประธานที่เคารพ ผมเสนอในมาตรา ๒๙๑/๑ เป็นการเสนอให้มีการเลือกตั้งสมาชิก สสร. ทั้งสิ้น ๑๕๐ คน และผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ อีก ๕๐ คน รวมแล้ว ๒๐๐ คน แต่ทั้งหมดมาจากการเลือกตั้งทั้งสิ้น วิธีการเลือกตั้งก็ใช้เป็นระบบบัญชีรายชื่อให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งได้ประกาศกำหนด แล้วก็ให้ ๕๐ คนนี้ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง แล้วก็ใช้วิธีนี้ ในการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่ง สสร. ในประเภทที่ ๒ นี้ จำนวน ๕๐ คน ผมจึงตัดมาตรา ๒๙๑/๖ ซึ่งใช้วิธีการลากตั้งออกทั้งหมดนะครับ โดยให้สอดคล้องกับที่ผมแปรญัตติไว้ในมาตรา ๒๙๑/๑ วรรคสองว่าให้ สสร. จากภาคเอกชน ภาคองค์กรธุรกิจมาจากเลือกตั้ง ผมขอเรียนกับ ท่านประธาน แล้วก็ฝากไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าถ้าเป็นไปได้ถ้าประธาน คณะกรรมาธิการ แล้วก็กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ยังคิดว่าความเป็นเหตุเป็นผลของสมาชิก ที่ได้อภิปราย แล้วก็เห็นความสำคัญของการเลือกตั้งว่าสำคัญมากกว่าจากวิธีการลากตั้ง ที่ท่านคิดว่าดี ก็ขอให้เปลี่ยนแปลงมาใช้ระบบการเลือกตั้งทั้งหมดนะครับ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ