นิพนธ์ บุญญามณี หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่กำหนดให้ที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญประเภทที่ ๒ มาจากการแต่งตั้ง โดยระบุว่าไม่ประสงค์ให้คนที่มาจากการแต่งตั้งมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของปวงชนในการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังเสนอแนะว่าให้รัฐสภาคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญภายใน 70 วัน และให้แต่ละประเภทมีคณะกรรมการ 15 คนในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการเสนอชื่อ นิพนธ์ บุญญามณียังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยกล่าวว่าเป็นการยึดอำนาจของประธานรัฐสภา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในมาตรา ๒๙๑/๖ และกระผมก็ได้สงวนคำแปรญัตติเอาไว้ในมาตรา ๒๙๑/๖ คือผมไม่เห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ให้คงร่างเดิมนี้เอาไว้ เพราะว่าสิ่งที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ก็คือว่าไม่ประสงค์จะให้มีข้อครหาว่าคนที่จะมาเป็น สสร. ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นบุคคลที่มา ตามใบสั่งของคนใดคนหนึ่ง ผมอยากเห็นความสวยงามของคนที่จะมาร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ของประเทศ ผมอยากเห็นคนที่จะมาทำหน้าที่ร่างกติกาปกครองบ้านเมืองนั้นเป็นคนที่มา จากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนโดยตรง ผมไม่อยากเห็นว่าใครคนใดคนหนึ่งมีอภิสิทธิ์ ในการที่จะแต่งตั้งหรือว่าในการที่จะกำหนดกติกาคัดเลือกคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่ เป็นคนร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศ ผมคิดว่าการที่รัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขกันอยู่นี้กำหนด ที่มาของ สสร. มาจาก ๒ ประเภท ก็คือมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชน และอาจจะเรียกว่ามาจากการคัดเลือกของสมาชิกรัฐสภา แต่ก่อนที่จะเข้าสู่การคัดเลือกของ สมาชิกรัฐสภานั้นมันมีที่มาว่ามีกำหนดให้องค์กรที่เสนอชื่อเข้ามา เสนอชื่อคณะบุคคล ซึ่งท่านประธานจะเห็นแล้วว่าในมาตรา ๒๙๑/๖ นี้ ได้กำหนดไว้ค่อนข้างจะชัดเจนครับ ท่านประธานว่าให้มีที่มาจากที่ใดบ้าง ซึ่งขออนุญาตที่จะได้อ่านบันทึกไว้ว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นท่านเห็นด้วยอย่างไร กับแนวทางในการที่จะกำหนดที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ประเภทที่ ๒ ซึ่งในประเภทนี้ เป็นปัญหามากว่าที่เราบอกกันว่าเราไม่อยากเห็นคนที่มาจากการแต่งตั้งแล้วมาทำหน้าที่ เป็นตัวแทนของปวงชนในการที่จะมาร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งเดิมในมาตรา ๒๙๑/๑ ได้พูด ประเด็นนี้กันไปบ้างแล้ว แต่ผมคิดว่านี่คือผลเชื่อมโยงมาจากมาตรา ๒๙๑/๑ ผมไม่เห็นด้วยที่จะมี มาตรา ๒๙๑ จะมี ๒ วงเล็บคือ (๑) และ (๒) ใน (๒) จะเป็นปัญหาทำให้ความสวยสดของ กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญมีความไม่น่าที่จะเรียกว่าสวยสดอีกต่อไปก็คือมีรอยตำหนิ สิ่งที่กราบเรียนท่านประธานเช่นนี้เพราะว่าท่านกำหนดดูสิครับ ขออนุญาตที่จะอ่าน มาตรา ๒๙๑/๖ ครับ
มาตรา ๒๙๑/๖ ให้รัฐสภาดำเนินการคัดเลือก ท่านก็บอกว่า ให้รัฐสภา คัดเลือก นะครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ให้แล้วเสร็จภายใน เจ็ดสิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๒๙๑/๕ มีผลใช้บังคับ
ให้สภาของสถาบันอุดมศึกษา องค์กรภาคเศรษฐกิจ สังคมและองค์กร ภาคเอกชนแต่ละแห่งคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ในประเภทต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) (ก) (ข) และ (ค) ประเภทละไม่เกินสองคน โดยจัดทำเป็นบัญชีรายชื่อของแต่ละประเภท พร้อมทั้งรายละเอียด ตามที่ประธานรัฐสภากำหนด และส่งให้ประธานรัฐสภาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พ้นกำหนด วันรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑)
องค์กรภาคเศรษฐกิจ สังคมและองค์กรภาคเอกชนตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่ ประธานรัฐสภากำหนด
ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนสิบห้าคนตามหลักเกณฑ์ ที่ประธานรัฐสภากำหนด โดยหลักเกณฑ์นี้ให้รวมถึงการประชุม การลงมติ การดำเนินการ ของคณะกรรมการ เงินและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของคณะกรรมการด้วย เพื่อดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคสองให้แล้วเสร็จภายในยี่สิบวันและส่งผลการตรวจสอบ ต่อประธานรัฐสภา
ในการประชุมของคณะกรรมการให้นำบทบัญญัติว่าด้วยเอกสิทธิ์ ตามมาตรา ๑๓๐ และความคุ้มกันตามมาตรา ๑๓๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ท่านให้คนที่ท่านตั้งมีเอกสิทธิ์ด้วยนะครับ มีเอกสิทธิ์เท่ากับคนที่ประชาชน เลือกมา
ให้ประธานรัฐสภาจัดทำบัญชีรายชื่อของบุคคลที่คณะกรรมการส่งมา แยกเป็นประเภทแต่ละบัญชีโดยให้เรียงรายชื่อตามลำดับอักษร และให้ประธานรัฐสภา เรียกประชุมรัฐสภาภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับผลการตรวจสอบดังกล่าว เพื่อให้รัฐสภา ลงมติคัดเลือกผู้สมควรแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
ในการคัดเลือกผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ให้เลือกจากบัญชีรายชื่อที่ประธานรัฐสภาจัดทำตามวรรคห้า ตามจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) การลงคะแนนดังกล่าว ให้กระทำเป็นการลับ
ให้ผู้ได้รับการคัดเลือกซึ่งได้คะแนนสูงสุดตามลำดับตามจำนวนที่กำหนดไว้ ในมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) เป็นผู้ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่มี ผู้ได้คะแนนเท่ากันในลำดับใดอันเป็นเหตุให้จะมีจำนวนผู้ได้คะแนนสูงสุดเกินจำนวนดังกล่าว ให้ดำเนินการลงคะแนนใหม่เฉพาะผู้ได้รับคะแนนเท่ากันนั้น ถ้ายังมีคะแนนเท่ากันอีก ให้ประธานรัฐสภาทำการจับสลากว่าผู้ใดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการรับสมัครการคัดเลือกและการคัดเลือกสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประธานรัฐสภากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อวินิจฉัยปัญหา ดังกล่าว
ให้ประธานรัฐสภาประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ในราชกิจจานุเบกษา
สรุปแล้วมาตรานี้ท่านประธานครับ ประธานรัฐสภากินรวบ นี่คือ สสร. กินรวบ คือท่านทำเอาคนเดียวเลยครับทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ประธานรัฐสภาทั้งหมด นี่คือการยึดอำนาจ ของประเทศไทยแบบใหม่อย่างไรครับ เป็นการยึดอำนาจที่ไม่ต้องใช้กระบอกปืนครับ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากท่านเข้าใจไหมครับ วันนี้ท่านสามารถเขียนกฎหมายแล้วยึดอำนาจ ประเทศไทย โดยมาตรา ๒๙๑/๖ นี้ครับ ท่านเขียนรัฐธรรมนูญฉบับกินรวบขึ้นมาได้ทันที เลยครับ ทำไมผมต้องกล่าวหาอย่างนี้ครับ ที่ผมต้องกล่าวเช่นนี้เพราะว่าผมเคารพกรรมาธิการ เสียงข้างมาก แต่ว่าการที่กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่แก้ไขอะไรเลยนี้เสมือนหนึ่งว่า กรรมาธิการเสียงข้างมากก็จงใจเป็นไปกับเขาด้วยครับ ผมเชื่อมั่นว่าที่จริงแล้วกรรมาธิการ เสียงข้างมากไม่น้อยครับ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่มาจากการแต่งตั้งเพราะผมฟังท่านพูด ไม่ว่าท่านจะพูดบนเวทีปราศรัยหรือท่านจะอภิปรายในสภาแห่งนี้ เวลาเขามีตัวแทน พี่น้องประชาชนมาจากการแต่งตั้งนี้ ท่านบอกว่าสภาลากตั้ง แต่วันนี้ท่านกำลังมาให้คนที่มา จากการลากตั้งนี้ครับ