รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๕

บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของประธานรัฐสภา และเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาตรวจสอบเรื่องการกดบัตรแทนกันในระหว่างการประชุมรัฐสภา พร้อมนำเสนอหลักการสำคัญของข้อที่ ๑ ของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาไม่แก้ไขมาตรา 219 ของรัฐธรรมนูญ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกรัฐสภาจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนท่านว่า กลับมาประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง ผมไม่ทราบว่าท่านเริ่มประชุม ๒ ทุ่ม ๑๐ นาที เอกสารที่ส่งเข้ามา ในการแก้ไขลงเวลา ๑๙.๒๕ นาฬิกา ขณะนี้ประชุมกันแล้วประมาณ ๒ ชั่วโมง กับ ๕ นาที กับสิ่งที่ท่านแก้ไขมา ๑๒ วรรค ระเบียบของการแก้ไขในร่างพระราชบัญญัติจากวาระที่หนึ่ง มาวาระที่สอง สิ่งที่เราเคยทํากันก็คือขีดฆ่าในส่วนที่เป็นวาระที่หนึ่งออก แล้วก็ขีดเส้นใต้กับ สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมา ท่านทําไหมกับ ๒ หน้านี้ ท่านไม่ทําครับ ผิดระเบียบวิธีไหมในการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งเป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ท่านทําอะไรกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ นี่คือสิ่งที่ท่านทํามาตลอด ๒ ชั่วโมงที่ผ่านมาผมเชื่อว่า ท่านประธานก็คงเครียด เพราะท่านต้องทําหน้าที่ต่อเนื่องเพียงคนเดียวเพราะว่ารองประธาน ไปทําหน้าที่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมเห็นใจท่านนะครับ ท่านอย่าเป็นอะไรไปเสียก่อนนะครับ ผมอธิบายต่อว่าสิ่งที่ผมเห็นในการแก้ไขของท่านคืออะไร เข้าประเด็นเลยนะครับ แล้วขอให้ สมาชิกทางฟากของรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกฝ่ายค้านฟังพร้อมกันนะครับ สิ่งที่ท่านแก้ไขก็คือการให้ศาลฎีกาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมอภิปรายเช่นเดียวกันกับท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ขออนุญาตเอ่ยนามเมื่อสัปดาห์ก่อน ท่านชี้ให้ดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ ผมไม่ได้พูดผิดนะครับ มาตรา ๒๑๙ ถ้าท่านเปิดไป เล่มที่อยู่ในสภาของเราอยู่หน้า ๑๕๘ กรุณาดูตามไปครับ สิ่งที่มาตรา ๒๑๙ พูดถึงก็คือ เรื่องของศาลยุติธรรมมี ๓ ชั้น มีศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา เว้นแต่มีบัญญัติเอาไว้เป็นอย่างอื่น วรรคสองผมขออนุญาตข้ามไป แต่วรรคสามเป็นเรื่องอํานาจของศาลฎีกา ให้ศาลฎีกา มีอํานาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา จบนะครับ เว้นวรรคนะครับ และให้ศาลอุทธรณ์มีอํานาจพิจารณาวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งนี้วิธีพิจารณา วินิจฉัยคดีให้เป็นไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากําหนด โดยต้องใช้ระบบไต่สวน และเป็นไปโดยรวดเร็ว นี่คือวรรคสามของมาตรา ๒๑๙ ครับ คําถามคือสิ่งที่ท่านเขียนมาแล้ว เกี่ยวข้องกับศาลฎีกาในการแก้ไขสุดท้ายของท่านนี้ ท่านแก้มาตรา ๒๑๙ หรือยังครับ ท่านแก้มาตรา ๒๑๙ นี้ด้วยหรือไม่ กลับไปดูหลักการของท่านสิครับ

หลักการของท่าน ข้อที่ ๑ ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ให้ทําดังต่อไปนี้

(๑) กําหนดให้รัฐสภาประชุมร่วมกันในกรณีการให้ความเห็นชอบ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมรัฐสภาและกรณี ให้ความเห็นชอบบัญญัติให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (เพิ่ม (๑๗) และ (๑๘) ของ มาตรา ๑๓๖) ให้รัฐสภาทําอะไรเพิ่มท่านต้องเขียนเพิ่มในหลักการและบอกด้วยว่า อยู่ในมาตราใด ถูกไหมครับ เพราะนี่คือการเขียนหลักการต้องเขียนให้ชัดว่าจะให้ใครทําอะไร เพิ่มเติมอย่างไร และอยู่ในมาตราใด ท่านเขียนในรัฐสภา ท่านไม่เขียนในศาลเอาอย่างไรต่อครับ ถามว่าทํามาขัดหลักการไหมครับ ที่ทํามาไม่อยู่ในหลักการเรียกว่าขัดหลักการ ถูกไหมครับ เหมือนกับที่ท่านไปกลับมติ ๑๒ : ๑๐ แก้ไขไม่ได้มันขัดหลักการ หลักการได้เขียนไว้ว่า ต้องมี ๒ ประเภท รัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบต่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขัดหลักการ ท่านกําลังทําขัดหลักการครับ ใบนี้ขัดหลักการครับ ท่านจะเพิ่มไหมครับ ท่านจะเพิ่มในร่างแก้ไข ของท่านไหมครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ไหมครับ เพิ่มสิครับ เพิ่มเลยครับ เพิ่มก็ขัดหลักการ ไม่เขียนก็ขัดหลักการ เพิ่มก็ขัดหลักการไม่ตลกนะครับพี่น้องครับ พี่น้องสมาชิกรัฐสภา ที่เคารพครับ ไม่ตลกครับ เพิ่มก็ขัดหลักการ ไม่เพิ่มก็ขัดหลักการแล้วท่านจะเดินอย่างไรต่อครับ ถ้าเป็นร่างพระราชบัญญัติปกติ ท่านประธานครับ เราร่วมประชุมกันมา ผมมีประสบการณ์ ไม่มากเท่าท่าน เป็นพระราชบัญญัติปกติต้องให้คณะกรรมาธิการถอนออกไปทํามาใหม่ เพราะมันผิด เพราะมันขัดหลักการ ท่านต้องถอนออกไปทํามาใหม่ เช่น จําได้ไหมครับ แพทย์แผนไทยยังถอนออกไปตั้งหลายครั้งแล้วก็กลับมาใหม่ เรื่องแพทย์แผนไทย เรายังเคร่งเครียดจริงจัง รัฐธรรมนูญถ้าผ่านวันนี้ก็แสดงว่ามาตรฐานของสภาแห่งนี้ ในการประชุมสภาในวันนี้ ต้องบันทึกไว้ชุดที่ ๒๔ ของที่ประชุมรัฐสภาร่วมกัน แล้วเราต้องรับผิดชอบร่วมกัน และนี่คือ ตราบาป นี่คือผลงานชิ้นโบว์ดําของพวกเรา ท่านส่งเรื่องที่ไม่ดีอยู่ในหลักการมา แล้วเราจะ พิจารณาอย่างไร กลับมติกันอีกทีดีไหมตามแนวทางของท่านอย่างไรครับ เราเริ่มต้น จากมาตราหลักการกันใหม่ ชื่อร่าง มาตรา ๑ กันใหม่ มาตรา ๒ มาตรา ๓ กันใหม่ดีไหมครับ จะได้สะใจกันไปเลย แก้หลักการกันใหม่ที่ดีไหมครับ ผมไม่ได้เห็นด้วยนะครับ ผมกําลังชี้ให้ ท่านประธานและประชาชนเห็นว่าสิ่งที่เราทํากันในขณะนี้มันลวกจริง ๆ มันลวกมาตั้งแต่วันแรก เริ่มตั้งแต่การบรรจุตัวร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้ามาในที่ประชุมรัฐสภาแล้ว ก็คือใช้วันหยุด ในวันจักรี บรรจุมาจนเดินมาถึงวันนี้ครับ มันถึงได้แผ่นดินไหวอย่างไรครับ มันถึงได้มีคนเมา อย่างไรครับ มันได้มีคลิปโป๊โผล่เข้ามาในสภาอย่างไรครับ แล้วก็มีคนกดบัตรแทนกันด้วยครับ ประธานไปดูในเมเนเจอร์ ออนไลน์ (Manager online) หรือยังครับเรื่องกดบัตรแทนกัน มีภาพเลยครับ เป็นภาพวิดีโอ (Video) เห็นสมาชิก ๒ คน ผู้หญิง ๑ ผู้ชาย ๑ เอื้อมไปกด หน้าของตัวเอง ข้างขวาอีก ๑ เสียง ท่านเป็นประธานรัฐสภา ประมุขแห่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผมฟ้องท่านไว้ก่อนว่าท่านต้องดําเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ คนที่ส่งโพสต์ (Post) คลิปนี้ก็คือ กมล เดวิด ผมไม่ทราบเป็นใคร แต่ในข่าวบอกว่าเป็นคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เพราะท่านเป็น เจ้าของโรงแรมชื่อ แคมป์เดวิด อย่างไรครับ กมล เดวิด จะใช่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หรือไม่ ผมขอให้ ส.ส. ชูวิทย์ ได้กรุณากล้าหาญลุกขึ้นตอบว่าท่านส่งโพสต์คลิปนี้หรือไม่ แต่มันถ่าย ในสภาครับ ต้องเป็นสมาชิกรัฐสภาเป็นคนส่ง และในวันนั้นมีการแกะเทปแล้วนะครับ อยู่ในการประชุมวันไหน ท่านประธานต้องสอบสวนเรื่องนี้ครับ และผมขอยืนยันว่า ผมอภิปรายครั้งนี้ ผมเชื่อว่าถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือกรรมาธิการไม่ตอบ หรือตอบไม่ได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้น่าจะเป็นโมฆะครับ และผมไม่ขอร่วมกระบวนการ ในสร้างผลงานชิ้นโบว์ดําให้กับรัฐสภาชุดนี้ ขอบพระคุณครับ