รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๕

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และเสนอให้กำหนดเวลา 30 วันในการตรวจสอบและดำเนินการเลือกตั้งใหม่ และกำหนดระยะเวลาร่างรัฐธรรมนูญเพียง 60 วัน

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎร จากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา กระผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ ในมาตรา ๒๙๑/๕ ในหลายวรรคนะครับ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนเวลาในการ ดําเนินการในแต่ละขั้นตอน เพราะว่าเงื่อนเวลาที่พอเหมาะพอสมนั้นเป็นสิ่งที่มีความจําเป็น เนื่องจากว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายใหญ่ที่มีความผูกพันกับพี่น้องประชาชน กับทุกองคาพยพในสังคมนี้ เพราะฉะนั้นการที่ให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในแต่ละ ขั้นตอนนั้นเป็นสิ่งจําเป็น เพราะฉะนั้นในกระบวนการดําเนินการไม่ว่าจะเป็นการจัดให้มี การเลือกตั้งเสร็จภายในเวลาเท่าใด หรือการจัดทําตราพระราชกฤษฎีกากําหนดวันเลือกตั้งต่าง ๆ ก็น่าจะมีเงื่อนเวลาที่พอเหมาะซึ่งจะต้องไม่รวบรัดเกินไป และทุกขั้นตอนจะต้อง ให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมนะครับ จะมีส่วนร่วมอย่างไร เช่น การที่จะต้องได้รับข้อมูล ข่าวสารที่ทั่วถึงและกว้างขวางอย่างแท้จริง รวมทั้งการที่ต้องเปิดโอกาสให้มีการถกเถียงกัน ในแต่ละขั้นตอนอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตามเมื่อคณะกรรมาธิการได้ไปปรับแก้ตามร่างล่าสุด แล้วก็นําเสนอเข้ามาผมยังมีประเด็นที่จะต้องซักถามต่อคณะกรรมาธิการสั้น ๆ ใน ๔ ประเด็นก็คือ

ประเด็นแรก ในวรรคแรกการที่ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มี การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน ๗๕ วันนั้น ผมคิดว่ายังเป็นห้วงเวลา ที่น้อยเกินไป ผมได้แปรญัตติเรื่องนี้ไว้ ๑๒๐ วัน แล้วก็น่าจะสอดคล้องกับการ ที่ให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสได้รับรู้เรื่องนี้อย่างกว้างขวางนะครับ

ประเด็นที่ ๒ เช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านที่ได้สะท้อนว่า การที่จงใจยกเว้นมาตรา ๑๐๐ (๒) เรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นบุคคล ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ว่าการยกเว้น (๒) ก็คืออยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ให้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นก็เท่ากับเป็นการนิรโทษกรรมให้กับคนที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ให้มามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญในครั้งนี้ด้วยนะครับ ซึ่งผมคิดว่า ไม่น่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ประเด็นที่ ๓ รัฐธรรมนูญกําหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศ รับรองผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน ซึ่งผมได้แปรญัตติไว้ในร่างก่อนนี้ ๓๐ วัน ด้วยเหตุผลก็คือว่าแม้ในวรรคถัดมาเองท่านก็ยังบอกว่าก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายระยะเวลา ๑๕ วันนี้ถือว่าน้อยมากในการกําหนดประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง และเป็นช่วงเวลาที่ต้อง จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ด้วยหากพบว่ามีสิ่งผิดปกติ ผมคิดว่าเงื่อนเวลา ๓๐ วัน น่าจะเหมาะสมมากกว่านะครับ

ประเด็นสุดท้ายนะครับ ในการพิจารณาและมีคําวินิจฉัยให้ประธานศาลฎีกา โดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีอํานาจออกข้อกําหนดโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปโดยรวดเร็วและเที่ยงธรรม และให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่หากระยะเวลาการจัดทํารัฐธรรมนูญเหลือไม่ถึง ๙๐ วัน ตามมาตรา ๒๙๑/๘ และศาลฎีกา ยังไม่มีคําวินิจฉัยให้การพิจารณาของศาลฎีกาเป็นอันยุติ ในประเด็นกระบวนการผมไม่ติดใจ แต่ว่าในวรรคนี้มันไปผูกพันกับมาตรา ๒๙๑/๘ ก็คือว่า ถ้าระยะเวลาไม่ถึง ๙๐ วัน ก็ให้เป็นอันยกเลิก การไปผูกพันมาตรา ๒๙๑/๘ นี้ ผมเองได้ไปแปรญัตติ สงวนคําแปรญัตติไว้ ในมาตราดังกล่าวด้วยว่าระยะเวลาที่เหลือไม่ถึง ๙๐ วันนั้น เป็นระยะเวลาที่มากเกินไป สําหรับการดําเนินการนะครับ เนื่องจากว่าผมได้ไปแปรญัตติไว้ในมาตรา ๒๙๑/๘ ว่า ตําแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญถ้าว่างลงจะต้องสรรหาใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ ถ้าหากว่า ระยะเวลานั้นเหลือ ๖๐ วัน ระยะเวลา ๙๐ วัน กับ ๖๐ วันนี้แตกต่างกัน ในระยะสุดท้าย ของการร่างรัฐธรรมนูญเป็นห้วงเวลาที่มีความสําคัญมาก ถ้าหากว่าเราจํากัดว่า ๙๐ วัน ไม่จําเป็นต้องเลือกตั้งใหม่ นั่นหมายความว่าพี่น้องประชาชนจะต้องเสียสิทธิในการที่จะเข้าไป มีส่วนร่วมในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญในชั้นสุดท้าย เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมเสนอว่า จําเป็นจะต้องเหลือเพียงแค่ ๖๐ วัน แต่ถ้าในวรรคนี้ไปโยงเอากับมาตรา ๒๙๑/๘ โดยไปผูกว่า จะต้องเป็น ๙๐ วันนั้น เมื่อถึงมาตรา ๒๙๑/๘ หากว่าสภาเห็นชอบว่าเป็นระยะเวลา ๖๐ วัน จะทําอย่างไรนะครับ นี่เป็นประเด็นที่อยากจะตั้งข้อสังเกตและซักถามไปยังคณะกรรมาธิการ ขอบคุณครับ