พิทูร พุ่มหิรัญ หารือเรื่องมาตรา ๒๙๑/๕ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอการแก้ไขเพื่อให้การดำเนินการเลือกตั้งรัฐธรรมนูญเร็วขึ้น โดยมีการกำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และกำหนดให้ศาลชั้นต้นในเขตจังหวัดนั้นเป็นผู้รับคําร้องแทนเพื่อจัดส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัย
มาตรา ๒๙๑/๕ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดให้มีการเลือกตั้งระหว่างสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) ให้แล้วเสร็จ ภายในเจ็ดสิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาตามวรรคสองมีผลใช้บังคับ ให้ดําเนินการให้มี การตราพระราชกฤษฎีกากําหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่รัฐสภามีมติให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้ซึ่งต้องกําหนด วันเลือกตั้งภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่าห้าสิบวันแต่ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกา มีผลใช้บังคับและต้องกําหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
เมื่อพระราชกฤษฎีกาตามวรรคสองมีผลใช้บังคับแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศกําหนดวันสมัครรับเลือกตั้งภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ
หลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้นําพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เว้นแต่ บทบัญญัติที่เกี่ยวกับการเสียสิทธิจากการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งและบทบัญญัติในส่วนที่ ๙ การลงคะแนนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งของหมวด ๑ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามหมวดนี้ ทั้งนี้บรรดาบทบัญญัติใด ๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ถ้าบทบัญญัติ ดังกล่าวบัญญัติให้การกระทําใด ๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นความผิด และมีบทกําหนดโทษสําหรับความผิดนั้น ให้นํามาใช้บังคับกับการกระทําใด ๆ ที่เกี่ยวกับ การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วยโดยให้ถืออัตราโทษอย่างเดียวกัน
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามมาตรา ๙๙ (๑) และ (๒) และมาตรา ๑๐๐ (๑) (๓) และ (๔) และต้องมีชื่ออยู่ ในทะเบียนบ้านในเขตจังหวัดมาแล้วไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง
ในกรณีที่มีการย้ายทะเบียนบ้านออกจากเขตจังหวัดหนึ่งไปยังอีกเขตจังหวัดหนึ่ง อันทําให้บุคคลมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตจังหวัดเป็นเวลาติดต่อกันน้อยกว่าเก้าสิบวัน นับถึงวันเลือกตั้ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งในเขตจังหวัดที่ตนมีชื่ออยู่ ในทะเบียนบ้านครั้งสุดท้ายเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน
เมื่อได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันเลือกตั้งโดยให้ผู้สมัคร ที่ได้รับคะแนนสูงสุดในการเลือกตั้งแต่ละจังหวัดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ของจังหวัดนั้น
ก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีอํานาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาวินิจฉัย
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใด จะยื่นคําร้องคัดค้าน ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ ชอบด้วยกฎหมาย ให้ผู้นั้นมีสิทธิที่จะยื่นคําร้องภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง
เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับคําร้องตามวรรคแปด หากเป็นคําร้อง ที่ได้รับก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง สืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศรับรองผล การเลือกตั้ง และหากเป็นคําร้องที่ได้รับหลังจากประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคําร้องนั้น
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรานี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีอํานาจกําหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกตั้ง วิธีการสืบสวนสอบสวน วิธีการยื่น คําร้องคัดค้าน และการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด ตลอดจนการยื่นคําร้องต่อศาลฎีกา โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ในการพิจารณาและมีคําวินิจฉัย ให้ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีอํานาจออกข้อกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้การพิจารณา เป็นไปโดยรวดเร็วและเที่ยงธรรมและให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่หากระยะเวลาการจัดทํา ร่างรัฐธรรมนูญเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันตามมาตรา ๒๙๑/๘ และศาลฎีกายังไม่มีคําวินิจฉัย ให้การพิจารณาของศาลฎีกาเป็นอันยุติ ในการนี้อาจกําหนดให้ศาลชั้นต้นในเขตจังหวัดนั้น เป็นผู้รับคําร้องแทนเพื่อจัดส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัยหรืออาจให้ศาลชั้นต้นเป็นผู้สืบพยานหลักฐาน หรือดําเนินการอื่นที่จําเป็นแทนศาลฎีกาได้
ในกรณีที่ศาลฎีกาสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญผู้ใด ให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญผู้นั้น สิ้นสุดลง และให้นํามาตรา ๙๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม