รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๕

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เสนอแนะให้ให้ความรู้แก่ประชาชนก่อนการเลือกตั้งสภาตำบล เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และเข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของสมาชิกสภาตำบล และคุณสมบัติของสมาชิกสภาตำบล รวมถึงระเบียบและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนมีความสามารถในการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภาตำบลที่เหมาะสม

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชฎากรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สําหรับมาตรานี้ดิฉันได้สงวนความเห็นเอาไว้ ที่จริงแล้ว ถ้าคณะ ๔ ฝ่าย คุยกันแล้วก็แจ้งตั้งแต่เช้าตั้งแต่แรกที่คุยกันได้ เรื่องนี้มันก็จะไม่ยืดเยื้อเลย แต่เพราะเราไม่ได้ มาบอกกันที่จริงรายละเอียดท่านก็ไปทําทีหลังก็ได้ และแถมยังพรุ่งนี้อีก ดิฉันได้ยินทางฝ่าย ส.ว. บอกว่าพรุ่งนี้ท่านจะประชุมกันอีกในตอนเช้าในมาตรา ๒๙๑/๖ ท่านจะไปหารือกันแล้ว สภาก็คุยกันไปเรื่อย ๆ ดิฉันว่ามันก็จะเป็นอย่างนี้ เพราะว่าสุดท้ายมาถ้าท่านตกลงกันได้แล้ว กลับมาท่านก็บอกทุกคนไม่ต้องพูด หลายคนก็จะบอกว่าไม่ต้องพูดเพราะ ๔ ฝ่าย ตกลงกันแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ให้ ๔ ฝ่ายไปตกลงกันให้จบทุกเรื่องไปเลยดีไหม ดิฉันว่าอย่างนี้ไม่ได้ และถ้าพรุ่งนี้ถ้า ๔ ฝ่ายไปคุยกันมาตรา ๒๙๑/๖ สภานี้ก็ไม่ต้องคุยกันเรื่องมาตรา ๒๙๑/๖ ก็รอฟังผลของ ๔ ฝ่ายก่อนสิคะ ไม่อย่างนั้นก็พูดกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ แล้วท่านก็จะบอก มันซ้ําซากเพราะว่าจะมีหลายคนที่สงวนความเห็นเอาไว้ แล้วก็จะคล้ายกันเพราะมันเป็น มาตราเดียวกัน สําหรับมาตรานี้ที่ดิฉันสงวนความเห็นไว้ก็คือ ดิฉันสงวนเอาไว้ว่าการเลือกตั้ง สสร. ใน (๑) ในการที่จะเลือกตั้ง ที่ท่านบอกว่าให้เลือกตั้งภายใน ๗๕ วัน ที่จริงมีคนอื่นเสนอวันมากวันกว่านี้ แต่ว่าท่าน ก็คงตัดบทไปหมดแล้วล่ะ ดิฉันเสนอว่าก่อนที่จะเลือกตั้ง สสร. ขอให้มีการให้ความรู้กับ ประชาชนที่จะต้องรู้ถึงบทบาทอํานาจหน้าที่ของ สสร. คุณสมบัติของ สสร. เป็นอย่างไร ลักษณะต้องห้ามเป็นอย่างไร ระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องทําอย่างไร เหมือนอย่างที่ ท่านบอกว่าใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาของ ส.ว. แล้วก็ยกเว้นข้อนั้นข้อนี้ ประชาชนต้องเข้าใจนะคะ หรือว่าท่านไม่เชื่อว่าถ้าประชาชนมีความรู้แล้วก็เข้าใจมันจะทําให้ เขาเป็นอิสระ ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เชื่อ เพราะเดินสายไปพูดเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน อยู่เป็นประจํา การมีส่วนร่วมที่สูงสุดก็คือการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การที่เขาจะตัดสินใจได้ เขาต้องมีความรู้ค่ะท่านประธาน การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ใช่การขอความร่วมมือนะคะ โดยส่วนใหญ่หน่วยงานต่าง ๆ มักจะเข้าใจว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนก็คือการขอความร่วมมือ เชิญพี่น้องมาแล้วก็ขอให้ทําอย่างนั้น ให้ทําอย่างนี้ เชิญพี่น้องมาตอนนี้เราจะมีการเลือกตั้ง สสร. แล้วนะ ขอให้พี่น้องทุกคนไปลงคะแนน เขายังไม่ทราบเลยว่าเลือก สสร. ไปทําอะไร คุณสมบัติเป็นอย่างไร ต้องให้เขาทราบ อย่างน้อยที่สุดถ้าเขาทราบแล้วเขาช่วยตรวจสอบได้ด้วยว่า คุณสมบัติถูกต้องหรือไม่ ไม่ต้องมายกเลิกหรือว่าถอดถอนกันทีหลังเพราะคุณสมบัติไม่ถูกต้อง ประชาชนต้องทราบนะคะ ถ้าเขาไม่ทราบ ๑. เขาตัดสินใจด้วยตัวองไม่ได้ ไหนท่านบอกว่า การเลือกตั้ง สสร. เป็นอิสระ ท่านต้องการให้เป็นอิสระ ถ้าประชาชนไม่รู้เขาจะเลือกได้อย่างไร เขาก็ต้องเลือกตามคนที่มาชวนเขาตามคนที่ชี้แนะเขาเขาไม่มีวันเป็นอิสระได้เลย แต่ถ้าเขามี ความรู้อย่างถ่องแท้ว่าเขาจะต้องเลือก สสร. ไปทําอะไรเขาเลือกได้เลยว่าคนนี้ที่สมัคร คนนี้เข้าท่า ไม่เข้าท่า เป็นได้ เป็นไม่ได้ ไปร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ รู้เรื่องแคบหรือกว้างแค่ไหน เขาก็จะได้ตัดสินใจได้ แล้วถ้าเขาตัดสินใจเลือกโดยอิสระจริง ๆ เขาจะเป็นเจ้าของ สสร. จังหวัดเขานั่นล่ะ ทําไม่ดีเขาก็จะวิจารณ์ หรือถ้าเขามีความคิดเห็นอะไรเขาก็กล้าที่จะไปบอก กล้าที่จะไปเสนอแนะให้ ดิฉันก็เสนอนะคะ แต่ถ้าฟังเสียงแล้วแปลว่าท่านบอกว่ามาตรานี้จบแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันก็เสนอเอาไว้ว่าดิฉันเห็นความสําคัญของการที่จะต้องไปให้ความรู้ กับพี่น้องประชาชน โดยวิธีใดก็ตาม แต่ไม่ใช่ไปออกสื่อหลังชั่วโมงข่าวเท่านั้น แต่ว่าท่านต้องหาวิธี ที่จะให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจอย่าลืมบทบาทอํานาจหน้าที่ แล้วก็ทั้งคุณสมบัติด้วย ลักษณะต้องห้ามด้วย กฎระเบียบที่ต้องใช้ด้วย ท่านอาจจะต้องบอกด้วยซ้ําไปว่า มันจําเป็นอย่างไร สําหรับ สสร. ที่เขาจะต้องเลือกเข้าไป แล้วจะมีทั้งชนิดเลือกตั้ง จะมีทั้งชนิดคัดเลือก ก็ต้องให้เขาทราบแล้วก็บอกให้เขารู้ด้วยว่ามันจะต้องมีทั้งหญิงและชาย ดิฉันวกกลับมาอีกรอบหนึ่ง และนอกจากนั้นในมาตรานี้ดิฉันก็ยังมีคําถามกับ คณะกรรมาธิการว่าท่านกําหนดไว้ด้วยหรือเปล่าว่าเมื่อถึงวันนั้นแล้วหลังจากประกาศผลแล้ว หรือยังไม่ประกาศผลเป็นบางส่วนนี่ท่านกําหนดไว้ไหมว่าจะต้องมีจํานวนเท่าไรถึงจะเปิด ประชุมสภาได้ ถึงจะถือว่าเป็นการครบองค์ประชุมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ เหมือนกับที่บอกว่า ส.ส. กําหนดเท่าไร ส.ว. กําหนดเท่าไร กี่เปอร์เซ็นต์นี่นะคะ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเปิดไม่ได้ เหมือน ส.ว. สมัยแรกเปิดไม่ได้เลยสักที เพราะฉะนั้นท่านกําหนดไว้หรือเปล่า ยังไม่เห็นอยู่ในร่าง ที่ท่านแก้ไขมาเลยว่าจะต้องอย่างไร ดิฉันได้ยินเมื่อตอนกลางวัน มีท่านผู้มีเกียรติบางท่าน ก็เสนอว่าให้กําหนดเอาไว้ว่าการที่ฟ้องร้อง ร้องเรียนกันไม่เป็นเหตุให้ชะลอการประกาศผล ก็คือให้รับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง ขอประทานโทษเราเห็นเป็นบทเรียนมาเยอะแล้ว ปล่อยไปก็เหมือนปล่อยผีเข้าป่าค่ะ จะไม่มีทางที่จะสอยได้เลย เพราะระยะเวลาที่เหลือ ที่จะต้องให้ทํางานมันน้อย เพราะฉะนั้นถ้าสอยท่านก็ต้องสอยตั้งแต่แรก อย่าให้คนที่ทําผิดกฎหมาย เหยียบแม้กระทั่งบันไดสภา เพราะฉะนั้นท่านต้องกําหนดให้ชัดเจนว่าท่านจะทําอย่างไร แล้วเมื่อมาถึงที่ท่านแก้ไขนี่นะคะ ท่านใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เว้นบทบัญญัติ การลงคะแนนเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง ถ้าที่ผ่านมามีระเบียบของ กกต. ที่บอกว่าถ้าประชาชนจะไปเลือกตั้งนอกเขต ก็ต้องย้ายชื่อไป เมื่อคราวที่แล้วเกิดปัญหา เพราะว่า กกต.ย้ายแล้วย้ายเลย ย้ายแล้วย้ายชื่อ เขาไปแล้วไม่ย้ายกลับมา ที่จริงการย้ายชื่อไปเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. นอกเขตมันควรจะเป็นเฉพาะคราว แต่ถ้าเลือกไปเลยประชาชนไม่ทราบ ชื่อเขาก็อยู่นอกเขต ถ้าท่านใช้อย่างนี้ ท่านยกเว้นไม่ให้ มีการเลือกนอกเขต ก็เรียนถามว่าท่านคิดรายชื่อที่เขาถูกย้ายออกไปแล้วมันจะกลับไป ภูมิลําเนาเดิมเขาโดยอัตโนมัติหรือไม่ ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะเกิดปัญหาอีก ดิฉันก็เรียนถามสั้นๆ ขอบพระคุณค่ะ