วีรวิท คงศักดิ์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความแตกต่างของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนกระบวนการในการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการนำกฎหมายเลือกตั้งไปใช้และวิจารณ์เกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการใช้กฎหมายดังกล่าว และยังหารือเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและเจตนาของคณะกรรมาธิการในการกำหนดคุณสมบัติเหล่านั้น
ในประเด็นแรก ผมอยากกราบเรียนว่าผมมีความเห็นตั้งแต่ทีแรกในร่างเดิมที่มีการกําหนดให้กําหนดระเบียบ โดยเฉพาะให้คณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเองก็ประกาศ ต่อสาธารณะว่าไม่สามารถทําได้ ผมเห็นด้วยกับท่านครับ เพราะว่าในทางปฏิบัตินั้นต้องยอมรับว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่เหมือนกับใครเลย มีกระบวนการต่าง ๆ นั้นอาจจะแตกต่างกัน ทั้งเรื่องคุณสมบัติ ทั้งเรื่องของวิธีการ เพราะฉะนั้นการที่เราจะเลือกตั้งทั่วประเทศนั้น โดยที่ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง กระบวนการในการดําเนินการต่าง ๆ นั้นมีความแตกต่างกัน กลไกในการดําเนินงานนั้นถ้าจะประยุกต์ใช้สิ่งใดเข้ามาก็อาจจะมีปัญหาอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้ชี้แจงไปแล้ว ไม่ว่าเราจะหยิบกฎหมายฉบับใดนะครับ
ในประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าการที่เราจะเอากฎหมายใดมาใช้นั้นน่าจะมี ประเด็นปัญหาที่น่าพิจารณา ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่าได้มีการ เอากฎหมายที่สภาได้รับรองแล้วออกมาใช้ แต่ในข้อเท็จจริงแล้วการจะนํากฎหมาย มาเทียบเคียงใช้ในเรื่องใดนั้นนี่เราจะมองแค่เรื่องของเป็นกฎหมายแล้วเอามาใช้ไม่ได้ เราคงต้องมองในเรื่องของความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และสามารถปฏิบัติได้จริงตามนั้น นะครับ การที่เราจะเทียบเคียงเอากฎหมายต่าง ๆ อย่างเช่น ในช่วงที่ ๒ ขณะนี้ร่างที่ คณะกรรมาธิการเสนอ โดยการเอาพระราชบัญญัติการเลือกตั้งท้องถิ่นมานี่ถ้าเผื่อท่านประธานได้กรุณาเปิด ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะมองว่าปัญหาจะเกิดขึ้นมากมาย เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ ออกแบบมาใช้ในเรื่องท้องถิ่น เพราะฉะนั้นตั้งแต่ผู้อํานวยการการเลือกตั้งก็มีการแต่งตั้ง โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ประเด็นที่เกิดขึ้นก็คือถ้าเช่นนั้นหมายถึงว่า ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดจะเป็นผู้อํานวยการการเลือกตั้งใช่หรือไม่ ประเด็นตรงนี้ จะมีผลในเรื่องของความเป็นกลางหรือไม่ กระบวนการต่าง ๆ ถ้าเราไล่ตามมาตราไปเลย ทั้งหมดแล้วนี่จะเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ออกแบบมาสําหรับการเลือกตั้งในระดับประเทศ แม้กระทั่งการร้องเรียน การดําเนินการ การนับบัญชี ก็จะต้องไปนับรวม ณ ที่เดียว ลองนึกภาพ ในกรุงเทพมหานครจะต้องขนหีบทั้งหมดมาที่แห่งเดียว กระบวนการในการดําเนินการต่าง ๆ นั้น มันจะยุ่งยากมากนะครับ เพราะฉะนั้นผมเลยเรียนว่าคณะกรรมาธิการน่าจะมีการพิจารณา ในเรื่องนี้ ในส่วนที่มีแนวคิดที่พูดกันว่าจะเอากฎหมายเลือกตั้ง ส.ว. มาประยุกต์ใช้นั้น ผมยังมีความเห็นว่ามีความเป็นไปได้มากกว่า โดยที่เราอาจจะมีบทบัญญัติในการที่จะระงับ ในบางเรื่อง เช่น เรื่องของการเลือกตั้งในต่างประเทศ หรือการเลือกตั้งล่วงหน้า ถ้าท่านคิดว่า จะไม่ให้ทํา เพราะฉะนั้นกระบวนการตรงนี้น่าจะดีกว่าการที่เอาร่างของที่คณะกรรมาธิการ ได้กําหนดไว้ครับ
ในประเด็นที่ผมอยากจะเรียนว่าการที่เราจะเอากฎหมายท้องถิ่นมานั้น สิ่งที่น่าเป็นกังวลก็คือความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง เพราะว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มี นักการเมืองหรือผู้ที่เกี่ยวพันกับทางด้านการเมืองเข้ามามีส่วนในการเลือกตั้ง แล้วก็จะมีปัญหา ในการร้องเรียนมาก
ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อไป ก็คือเรื่องของการที่เอากําหนดมาใช้นั้น เราคงต้องมีการแก้ไขหลาย ๆ ส่วนมากมายนะครับ ในเรื่องของศาลอุทธรณ์ก็เช่นเดียวกัน เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วในหลายประเด็น แต่ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าในกรณีของ การดําเนินการในระดับชาตินั้นเราน่าจะมีความรอบคอบ และโยงมาถึงประเด็นที่ผม ได้ขอแปรญัตติว่า แต่เดิมนั้นเราเคยประกาศผลการเลือกตั้งภายใน ๓๐ วัน กกต. สามารถจะมี การตรวจสอบในเบื้องต้นแล้วสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ ในร่างของท้องถิ่นก็มีการให้เลือกตั้งใหม่ได้ แต่กระบวนการตรงนี้จะเกิดความสับสนว่า ถ้าออกมาให้ประกาศภายใน ๑๕ วันแล้ว กกต. จะสามารถสั่งเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ หรือจะต้องรอศาลอุทธรณ์ ซึ่งผมคิดว่าประเด็นปัญหา ในการพิจารณาตรงนี้น่าจะมีข้อที่จะยุ่งยาก แล้วจะต้องมาตีความในข้อกฎหมายอีกเยอะนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากว่าในส่วนที่จะต้องพิจารณาตรงนี้ ถ้าจะเอาตามร่างของ ท่านคณะกรรมาธิการน่าจะพิจารณาทบทวนให้รอบคอบดังที่เพื่อนสมาชิกได้พูดแล้ว
ในประเด็นสุดท้ายครับ ผมมีข้อสงสัยในเรื่องของคณะกรรมาธิการที่กําหนด คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยลอกในรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐๐ (๑) (๓) (๔) มา แต่ท่าน มีเจตนาอะไร ผมขอถามเป็นคําถามว่าคณะกรรมาธิการมีเหตุผลอะไรถึงตัดคุณสมบัติในเรื่องของ อยู่ในระหว่างการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งออกไป ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ นอกจากจะมองดู เจตนาว่าคณะกรรมาธิการมีเจตนาอะไรแล้ว สิ่งที่จะเกิดปัญหาก็คือบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้องมีการทบทวนใหม่ เพราะว่าหลายคนที่ถูกตัดออกจากบัญชีไปแล้ว ก็จะต้องดึงกลับ เข้ามาเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เรากําลังแก้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ผมขอคําตอบจากท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า เรื่องนี้คณะกรรมาธิการมีเจตนาอะไร และการปฏิบัติในสิ่งที่จะตัดออกมานั้นเกิดข้อยุ่งยากมากกว่าในสิ่งที่ท่านต้องการให้บางคน มีสิทธิหรือไม่ ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการน่าจะตอบให้กับรัฐสภา และสาธารณชนว่าความรอบคอบของคณะกรรมาธิการมีแค่ไหน ขอบพระคุณครับ