รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๕

บุญยอด สุขถิ่นไทย แย้งให้ท่านประธานรัฐสภาชี้ฝ่ายรัฐบาลให้ความเป็นธรรมในการจัดการประชุม และขอประธานสภาใช้อำนาจพิจารณาเรื่องสำคัญก่อน เช่น การประชุมสภาและปัญหาน้ำท่วม

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกรัฐสภา

ประเด็นแรก ผมต้องแย้งท่านประธานก่อนครับ ท่านต้องให้ความเป็นธรรม ท่านประธานชี้ฝ่ายรัฐบาล ๒ ท่าน ส.ว. ๑ ท่าน ทําไมท่านประธานจะให้ฝ่ายค้าน ๑ คน การจัดการประชุมก็ต้องดําเนินการตามระเบียบข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด ท่านต้องชี้ทีละฝ่ายถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเรียนท่านว่าน่าจะต้อง ๒ คน เป็นอย่างน้อยนะครับ

ประเด็นที่ผมอยากนําเสนอต่อท่านประธาน ขออนุญาตหารือต่อท่านประธาน ในการประชุมในวันนี้ก็คือว่าเราคงต้องใช้ความอดทนในการที่จะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสําคัญที่สุดของประเทศ ไม่ใช่เป็นวาระประจําปี ไม่ใช่เรื่องงบประมาณประจําปี งบประมาณประจําปียังใช้เวลามาก ถ้าใครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อรอบที่แล้ว สมัยที่แล้วคงจําได้ว่าเราเคยพิจารณากันข้ามวันข้ามคืนไปจนกระทั่งถึง ๑๐.๐๐ นาฬิกาเศษ ๆ ของเช้าอีกวันหนึ่งถึงจะลงมติกันเสร็จ นั่นก็เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วเป็นประสบการณ์ของ พวกผมมาเหมือนกัน เรายังไม่เคยพิจารณาข้ามคืนเลยในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องมีการพิจารณากันขนาดนั้น แต่ถ้าหากว่ามีเหตุมีผลที่ต้องคุยกัน จริง ๆ แล้วก็คือองค์ประกอบของที่ประชุมก็เป็นเรื่องของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายของกรรมาธิการ ฝ่ายของรัฐบาล ฝ่ายของฝ่ายค้าน ถ้าเราให้ความร่วมมือกันอย่างแท้จริงและฟังกันอย่างแท้จริง ผมก็เชื่อว่าประสิทธิภาพของการประชุมนั้นจะเดินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด สิ่งที่ผมเห็นในความเห็นส่วนตัวของผม ท่านบอกว่าขณะนี้ ๔ ฝ่ายกําลังประชุมหารือกันอยู่ ในประเด็นที่เรากําลังจะต้องพิจารณากันก็คือเรื่องของกฎหมายที่จะมาใช้บังคับในการเลือก สสร. ผมอยากจะเสนอท่านประธานอย่างนี้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าเราจะประชุมกันแล้ว เป็นสิ่งที่เป็นคําอภิปรายแล้ว สุดท้ายคณะกรรมาธิการก็ไม่ฟัง สุดท้ายก็ไปขัดแย้งกับที่ประชุม ๔ ฝ่าย มันจะมีประโยชน์อะไรละครับที่จะมีคนลุกขึ้นมาพูด กันคนละ ๑๕ นาที ๒๐ นาที ๓๐ นาที หรือ ๑ ชั่วโมง แล้วมันไม่สอดคล้องต้องกัน มันต้อง กลัดกกระดุมทีละเม็ดถูกไหมครับ กลัดกระดุมเม็ดแรกให้เสร็จก่อน เม็ดที่ ๒ ถึงจะถูกต้อง เราควรจะรอการประชุมจากห้องประชุมของ ๔ ฝ่ายก่อนหรือไม่ แล้วค่อยมาพิจารณาต่อไป ถ้าห้องประชุม ๔ ฝ่ายออกมาตรงกับผม ผมก็ไม่ต้องอภิปราย หรือผมก็อภิปรายน้อยลงได้ ถูกไหมครับ เพราะว่ามันตรงกัน ก็ไม่มีปัญหาอะไรอย่างนี้เป็นต้น แต่ถ้าอะไรที่มันไม่ตรง หรือว่าผมมีข้อเสนอที่มีความสําคัญมากกว่าหรือว่าเห็นเหตุผลมากกว่าผมก็ต้องจําเป็น ที่จะต้องเสนอต่อไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านประธานเองก็มีอํานาจของประธานนะครับ ที่จะสั่งพักการประชุมก็ได้ หรือจะเลื่อนการประชุมออกไปก่อนก็ได้ สอดคล้องกับสมาชิก หลายท่าน ห่วงว่าช่อง ๑๑ จะทํามาหากินไม่ได้ ช่อง ๑๑ ไม่ควรทํามาหากินหรอกนะครับ เป็นสื่อของรัฐ ซึ่งหมายถึงของประชาชน ไม่ใช่ของรัฐบาลด้วยนะครับ ไม่ใช่เครื่องมือของใคร และไม่ต้องมาหาประโยชน์ทํามาหากินให้กับใคร ช่อง ๑๑ ก็ต้องให้ความรู้กับประชาชน แต่ถ้าหากว่าเห็นว่ารายการของช่อง ๑๑ มีรายการที่มีประโยชน์มากกว่าที่จะพูดไป โดยไม่มีประโยชน์ในวันนี้ ผมก็เห็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ท่านประธานก็สั่ง พักการประชุมไปก่อน หยิบเรื่องอื่นขึ้นมาหารือกันก่อน จนกว่าที่ประชุมของ ๔ ฝ่าย จะกลับเข้ามาแล้วเราก็เดินหน้าการประชุมกันต่อไป ไม่ดีกว่าหรือครับ การประชุมในวันนี้ มีวาระต่าง ๆ มากมายที่เข้ามา ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหภาพพม่า กรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศ สําหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ระยะที่ ๓ (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) เอาแค่ ๒ หัวข้อนี้ครับ เรื่องรถไฟฟ้าสายสีม่วงรอมาหลายรอบแล้วครับท่านประธานครับ ไม่หยิบยกขึ้นมาพิจารณาก่อนละครับ ก็ในเมื่อเราก็ประชุมรัฐสภาด้วยกัน เพราะฉะนั้น จึงเป็นข้อเสนอของผมครับว่าให้ท่านประธานใช้อํานาจของประธานนะครับ ไม่มีประโยชน์ ที่จะพูดกันในตอนนี้แล้วไปขัดแย้งกับที่ประชุมของ ๔ ฝ่าย หรือถ้าท่านประธานจะไม่เลื่อน หรือไม่พัก ขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธานสุดท้ายในส่วนของผมนี่ผมก็สงวนคําแปรญัตติ ไว้ในมาตรานี้ ผมขอสงวนเวลาว่าผมยังไม่พูดจนกว่าที่ประชุม ๔ ฝ่ายจะเสร็จ ถ้าที่ประชุม ๔ ฝ่ายเสร็จ ผมก็จะเห็นทิศทางว่าผมควรจะพูดอย่างไร อภิปรายอย่างไร และมันจะมีประโยชน์มากที่สุด ขอบพระคุณครับ