รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

สุโข วุฑฒิโชติ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความรู้และความไม่สังกัดพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง

นายสุโข วุฑฒิโชติ สมาชิกวุฒิสภา สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุโข วุฑฒิโชติ ส.ว. จังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ตั้งใจว่าจะพูดให้มันดูดี แต่ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า มีมารผจญ ส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเราเบื่อหน่ายแล้วก็นั่งข้างนอก กันหมดมาอยู่ที่นี่ ก็เพราะอัตราสูงด้วยกันทั้งนั้น ไม่ลดราวาศอก ข้าแน่ มึงแน่ แสดงกันออกมาอยู่ ตลอดเวลา ผู้ดูนั่นเขาเห็นอยู่นะครับว่ากึ๋นของคนมันอยู่แค่ไหน อย่างไร มันถูกจัดตั้งมาไหม มันเพราะอะไรถึงเป็นอย่างนั้น มันหนีไม่พ้นพวกมากลากไปที่ว่าพวกใคร พวกมันทำนองนั้น ฉะนั้นสื่อต่าง ๆ ที่ออกมาขณะนี้เขาเอามาเปรียบเทียบกับบ้านเรา ความวิตกกังวล วิตกจริตของชาวบ้านร้านถิ่นเท่าที่มี ความสัมผัสด้วยนั้น มีคำถามต่าง ๆ นานาว่าอาจารย์บ้านเมืองมันจะไปทางไหนในขณะนี้ เราก็ตอบ ไม่ได้ชัดเจน บ้านเมืองก็เป็นบ้านเมืองนั่นละ ประเทศศรีลังกามันรบราฆ่าฟันกันมา ๕๐ ปี ระหว่างทมิฬ กับสิงหล ติดตามมาโดยตลอดล้มตายมากมายมหาศาล บ้านเขาไม่ได้ร่ำรวยตรงไหนเลย แต่หลังจากหันหน้ามาปรองดองมาจูบปากกันได้ ไม่ใช่ผู้หญิงกับผู้ชายนะ ผู้ชายกับผู้ชาย กลับไป ประเทศศรีลังกาใหม่ขณะนี้ต้องบอกว่าในเอเชียขณะนี้ประเทศศรีลังกาประชาชนมีความสุขมาก เป็นอันดับหนึ่งน่าอิจฉาเขา ถึงแม้ผ่านไปย่านตลาดทั้งหลายทั้งปวงจะมีกล้วยแขวนเป็นแถวก็ตาม แต่เขามีความสุข ฉะนั้นขณะนี้ที่เรากำลังมาหน้าดำคร่ำเครียดนี่ เพื่อหวังรัฐธรรมนูญที่จะเขียน ขึ้นมาใหม่จะทำให้ไพร่ฟ้าประชาชนทั้งหลายได้อานิสงส์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากน้อยเพียงใด ท่านประธานที่เคารพครับ หมอประเวศ วะสี ได้พูดเอาไว้เมื่อ ๒-๓ วันนี้ว่ามีการประเมินเรื่อง รัฐธรรมนูญฉบับที่จะเขียนใหม่นี้ไว้ค่อนข้างต่ำ เพียงแต่มองว่าผลประโยชน์มันอาจจะเกิดขึ้นกับ คนคนเดียว หรือคนกลุ่มเดียวเท่านั้น ทำไมไม่คิดถึงประชาชนส่วนใหญ่ว่าเขาจะมีกินไหม เขาจะมี ความสุขไหม เขาจะปลอดภัยไหม อย่างนั้นมากกว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ฉะนั้นส่วนที่ผมจะแสดง ความคิดเห็นขณะนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลามากมายนัก มันเลือกคนไม่ได้ทั้งหมดหรอกครับว่าใครดีกว่าใคร มันเลือกไม่ได้ละครับ หลายท่านกระทบกระแทกแดกดันเพื่อนสมาชิก มึงอยู่ต่างจังหวัดชายแดน มึงความรู้แค่หางอึ่ง เอ็งมาเลือกแข่งกับกูไหม กรุงเทพมหานครจะได้ ไม่ได้ ผมว่ามันนอก ประเด็นกันไปหมด ถ้าตรงนี้มันน่าที่จะได้พูดจากันว่า และตอบไม่ได้ว่าคอหยัก ๆ สักแต่ว่าเป็นคนนี่ ความรู้จิตใจมันลึกซึ้ง มันดูเหมาะสมแค่ไหน อย่างไร แต่มันไม่มีทางอื่น มันก็มีวิธีการที่จะเลือกสรรขึ้นมา ฉะนั้นในมาตรา ๒๙๑/๒ ที่เรากำลังพูดจากันอยู่ในขณะนี้ว่าคุณสมบัติของคนที่จะได้รับคัดเลือก เข้ามาเพื่อทำหน้าที่ร่างกฎหมายใหม่ของเรานี้น่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งความเห็นแตกต่างกันไม่ว่าจะ พรรคฝ่ายค้าน รัฐบาลหรือ ส.ว. ก็ตาม แต่สุดท้ายก็ออกมา แล้วก็เคารพในความเห็นของคน เหล่านั้น ฉะนั้นคุณสมบัติดังกล่าวของคนที่จะได้รับคัดเลือกเข้ามา แน่นอนที่สุดครับ มีหลายคน เป็นคนไทยก็แล้วแต่ ตัวหนึ่งสำคัญก็คือความรู้ ผมไม่ได้ดูถูกว่าคนไม่ได้จบปริญญาตรีนั้น ไม่มีความรู้นะครับ แต่ว่าจากประสบการณ์ทั้งหลาย ปราชญ์ชาวบ้านก็ดี ภูมิปัญญาชาวบ้านก็ดีที่เก่ง ๆ ก็มี แต่คิดถึงจำนวนแล้วนี่มันก็ไม่ได้มากมายเท่าไรนัก ฉะนั้นเห็นด้วยว่าอย่างน้อยที่สุดควรจะจบ ปริญญาตรี จบปริญญาตรีแล้วอายุก็เกี่ยวพันด้วยที่ท่านผู้มีเกียรติได้กรุณาให้ข้อคิดไว้ว่าอายุเท่านั้น เท่านี้ที่ว่าเมื่อกี้ผมจะไม่พูดซ้ำ แต่อย่างไรก็ตามถึงตรงนี้แล้วนี่ มันมีความรู้ในระดับปริญญาตรี การที่จะถ่ายโยงความรู้ เชื่อมความรู้กับผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการกลั่นกรองเข้ามา ๒๒ คนนั้น ความรู้ใกล้เคียงกันสามารถจะพูดจากันได้ มันก็จะเหมาะสมกลมกลืนกับเวลาที่มีค่อนข้างจำกัด ๒๔๐ วัน อันนี้ในฐานะของกลุ่มของเรา ๔-๕ คนที่มีความเห็นตรงกัน อย่างเช่น อาจารย์เจริญก็ดี ท่านทวีศักดิ์ก็ดี อาจารย์สุริยาหรืออีกหลายคนก็ตาม ฝากขอบคุณนะครับ ๔-๕ มาตราที่เราสงวนเอาไว้นั้นตกหมด มีผ่านอยู่อันเดียว ขยายจาก ๑๘๐ วันเป็น ๒๔๐ วัน แต่มันก็ยังไม่มากเท่าที่ควรกับความลึกซึ้ง ของกฎหมายที่ออกมาสำหรับการปกครองทั้งประเทศนั่นเป็นสิ่งสำคัญ ฉะนั้นก็ขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามครับ อีกมาตราซึ่งใกล้เคียงกันอยู่ก็สามารถจะพูดต่อกันได้ก็คือเรื่องของคุณสมบัติ ส่วนหนึ่ง ก็คือไม่สังกัดพรรคการเมือง แน่นอนที่สุดขณะนี้อิทธิพลและบารมีของพรรคการเมือง ครอบคลุมไปหมด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะกล้าพูดหรือเปล่าเท่านั้นเอง คุณสมบัติข้อนี้เห็นด้วย อย่างยิ่งว่าไม่สังกัดพรรคการเมืองด้วย เพราะว่าการครอบงำ การชักจูง การมีบารมีทั้งหลายทั้งปวง มันจะทำให้โอนเอนไปได้ ในภาพรวมสรุปอยากจะเห็นภาพของประชาชนมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส แม้กระทั่งคนอยู่ในที่แคบ ๆ ในห้องนี้ จะอ้างว่านั่งใกล้กันคุยกันมีความสุข แต่จริง ๆ แล้วข้างหลัง ซ่อนดาบหรือเปล่าเราก็ไม่สามารถจะบอกได้ การพูดจาคุยกันสร้างความเข้าใจตรงกัน ทำงานด้วยกัน อดหลับอดนอนด้วยกัน ๒ ยาม ตี ๑ ถามว่ามันคุ้มไหม กับมานั่งฟังบางคนพูดเป็นชั่วโมง ๆ แต่ได้เนื้อหาสาระแค่ขี้เล็บเท่านั้นเอง ฉะนั้นในเวลาจำกัดนี้ผมขออนุญาตให้เห็นชอบกับวุฒิของผู้ที่จะ ได้รับการคัดเลือกเข้ามาเพื่อเป็น สสร. นั้น อย่างต่ำน่าจะมีความรู้ในระดับปริญญาตรีเพื่อที่จะช่วยกัน ดันกฎหมายฉบับนี้ให้ออกมา ให้ประชาชนได้มีความสุขสงบร่มเย็นเหมือนที่เราปรารถนาทุกคนครับ ขอขอบพระคุณครับ