คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช หารือเรื่องคุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าอายุไม่ใช่ปัจจัยในการกำหนดวุฒิภาวะของบุคคล และแนะนำว่าควรพิจารณาคุณธรรมและจริยธรรมมากกว่า เธอยังวิจารณ์เกี่ยวกับการอภิปรายของสมาชิกสภาเกี่ยวกับคุณสมบัตินั้น โดยระบุว่า พ่อค้า คหบดี นักธุรกิจที่ไปทำงานในจังหวัดอื่น ๆ มากกว่า ๕ ปี แต่ยังไม่ได้ย้ายทะเบียน ไม่ควรจะถูกตัดสิทธิ
ค่ะ ท่านประธานคะ ขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งค่ะ ถ้าดิฉันจู่ ๆ ขึ้นมาพูด ๓ ปี ๕ ปี มันก็คงไม่มี ใครฟังดิฉันรู้เรื่องหรอกค่ะว่าดิฉันพูดอะไรอยู่ มันก็ต้องมีที่มาที่ไป ใช่ไหมคะ ดิฉันกำลังพูดถึงว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญมีความสำคัญ บุคคลที่จะเข้ามาสู่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จึงมีความสำคัญมากกว่า ส.ส. และ ส.ว. ในสภานี้ค่ะ เพราะฉะนั้นจึงได้กราบเรียนเบื้องต้นว่า ที่มาที่ไปเพื่อให้คนฟังไม่รู้อีโหน่อีเหน่เปิดวิทยุขึ้นมา คุณหญิงกำลังพร่ำอะไรอยู่ในสภา ก็ต้อง บอกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่นะคะ เพราะฉะนั้นคนที่จะเข้าสู่เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จึงมีความสำคัญมาก ดิฉันก็ยังโทษตัวเองนะคะว่าดิฉันไม่ลึกซึ้งเพียงพอที่จะได้ทราบว่า มันสำคัญกว่าพวกเรา และสำคัญกว่า ส.ส. เพราะเขากำลังจะร่างกฎหมายที่เป็นกฎหมายสูงสุด กติกาสูงสุดของประเทศบังคับทุกคนในสภานี้ และนอกสภานี้ ไม่ว่าท่านจะเกิดอยู่ในท้อง ก็ครอบคลุมไปด้วย เมื่อวานนี้นะคะท่านประธาน ดิฉันยังแปลกใจนะคะว่ากรรมาธิการ คนหนึ่งบอกว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่มีอะไรมาก เพราะเขาไม่ได้ร่างกฎหมาย เขาเพียงแต่ จัดทำรัฐธรรมนูญ พูดได้อย่างไรคะว่าจัดทำรัฐธรรมนูญไม่สำคัญเท่ากับกฎหมายที่ ส.ส. และ ส.ว. พิจารณาในสภานี้หรืออย่างไร ก็อยากจะถามกลับไปเหมือนกันที่ท่านกรรมาธิการได้พูดว่า ดิฉันจดไว้เลยนะ รัฐธรรมนูญมีความหมายน้อย และสำคัญน้อยกว่ากฎหมายที่สภาและ วุฒิสภาได้ทำคลอด แต่การทำคลอดครั้งนี้เป็นการทำคลอดกฎหมายสูงสุดของประเทศค่ะ ดิฉัน เสียดายตัวเองมากเลยที่ไม่ได้ศึกษาให้มันรอบคอบมากกว่านี้ จึงได้มีการแก้ไขเพียงเล็กน้อย ดิฉันจะขอเข้าสู่รายละเอียดนะคะท่านประธานว่าดิฉันเห็นด้วยค่ะว่าบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติเป็นไทยโดยกำเนิด ถ้าคนที่จะมาเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่คนไทย แล้วจะร่างรัฐธรรมนูญให้คนไทยใช้ได้อย่างไร ดิฉันเห็นด้วยมากนะคะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง ดิฉันก็ตอนที่ อ่านครั้งแรกนะคะ ตอนที่แปรญัตตินั้น ดิฉันก็คิดว่า โอเค ๓๕ ปี ก็น่าจะมีวุฒิภาวะ พอสมควร แล้วก็รู้ผิด รู้ถูก รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร แต่ในความเป็นจริงของสังคมทุกวันนี้ ดิฉันพบว่าอายุมากกว่านี้บางคนก็ไม่รู้ผิด รู้ถูก ไม่มีคุณธรรม ไม่มีจริยธรรม ไม่รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร เพราะฉะนั้นอายุจึงไม่ใช่เป็นตัวเลขที่ว่าเราจะมากำหนดว่าเขามีวุฒิภาวะ มากเพียงพอที่จะมาเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ดิฉันไม่ได้แปรญัตติไว้ ดิฉันเพียงแต่จะอธิบายว่าดิฉันตอนอายุ ๓๕ ปี ดิฉันก็คิดว่าดิฉันก็คงเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะ พอสมควร แต่ว่าในปัจจุบันนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีมันก้าวหน้ามาก เด็กเรียนรู้อะไรได้ จากคอมพิวเตอร์ จากอินเตอร์เน็ต (Internet) มากมาย เขามีคำพูดที่ว่า ไม่รู้อะไรก็ถามกู หรือไม่รู้อะไรก็ถามยู คือกูเกิล (Google) และยูทูป (YouTube) เพราะฉะนั้นอายุ ๓๕ ปี ก็ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าจะมีภาวะผู้นำเพียงพอที่รู้ผิด รู้ถูก มีจริยธรรม คุณธรรมประจำใจ ที่จะมาร่างกฎหมายสูงสุด กฎหมายกติกาของประเทศ ในครั้งนี้ ดิฉันเสียดายค่ะว่าดิฉันไม่ได้แปรญัตติ (๒) ด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็ถือโอกาส กราบเรียนว่าความเจริญก้าวหน้าทำให้เด็ก ๆ อายุ ๒๐ ปี ก็สามารถที่จะเป็นเศรษฐีของโลกได้ ก็มีตัวอย่างหลาย ๆ ตัวอย่าง แล้วก็มีคุณธรรม เพราะเขาช่วยเหลือประเทศชาติ ช่วยเหลือ สังคม ช่วยเหลือคนยากจน
(๓) ในมาตรา ๒๙๑/๒ คือคุณสมบัติผู้มีสิทธิที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญค่ะ (๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้ว เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๕ ปี นับถึงวันที่สมัครรับเลือกตั้ง เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่ สมัครรับเลือกตั้ง หรือเคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา ติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๕ ปีการศึกษา หรือเคยรับราชการ หรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๕ ปี ดิฉันขออธิบายแล้วก็ชื่นชม คุณพีระพันธุ์เช่นเดียวกัน ขออภัยที่เอ่ยนาม แต่ไม่ได้ทำความเสียหาย แต่ชื่นชมค่ะ ที่อภิปรายไว้เมื่อคืนนี้ดึกแล้ว ท่านผู้ฟัง ท่านผู้ชมทางบ้านอาจจะไม่ได้มีโอกาสฟัง เพราะว่า มันดึกเกินกว่ามนุษย์ปกติที่จะมาเฝ้าสภาว่าเขาทำอะไรกันอยู่ เขากำลังปู้ยี่ปู้ยำอะไรกันอยู่ในสภา ดิฉันก็อยากจะพูดซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่าเนื่องจากความรีบร้อนของกรรมาธิการจึงทำให้ ไม่รอบคอบ ไม่มีโอกาสได้พูดจาได้คุยกันให้ถ่องแท้ว่าท่านพลาดอะไรไปหลายอย่าง นับตั้งแต่ รายงานการประชุม ๓๐๐ กว่าหน้าต้องแก้ไขถึง ๖๑ หน้า ดิฉันก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกัน นะคะว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในสภาอันทรงเกียรตินี้ด้วย เขาบอกว่าบุคคลที่ไม่ได้เกิด แต่ทำงาน แต่ไม่ใช่รับราชการ แล้วก็ไม่มีทะเบียนบ้านอยู่จะรู้จักคนในพื้นที่ดีกว่าคนเป็นข้าราชการ คนที่เกิด คนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดนั้นด้วยซ้ำไป เขายกตัวอย่างทหารพรานคลุกคลี ตีโมงกับชาวบ้าน ช่วยเหลือชาวบ้าน อาจจะมีคนชอบ เป็นคนดี มีความรู้ มีวุฒิภาวะ ก็ไม่สามารถที่จะสมัครเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ เป็นต้น
และอีกประการหนึ่งที่ดิฉันเห็นด้วยอย่างมาก ประทับใจมากก็คือว่าพ่อค้า คหบดี นักธุรกิจ ที่ไปทำงานในจังหวัดนั้นนานชั่วนาตาปี แต่ว่าไม่ได้โอนทะเบียน ไม่ได้ ย้ายทะเบียนไปทำมาหากินที่นั่นโดยที่ไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านไป อย่างเช่น กรุงเทพมหานคร มีคนจำนวนมากมาทำมาหากินในกรุงเทพมหานคร แต่ว่าไม่ได้อยู่ในทะเบียนราษฎร์ของ กรุงเทพมหานคร คนเหล่านั้นก็ถูกตัดสิทธิไป ท่านเป็นนักกฎหมายท่านก็เลยบอกว่าท่านไป ตัดสิทธิเขาได้อย่างไร ทหารพรานที่ไม่ใช่ข้าราชการ คลุกคลีตีโมงกับประชาชนชาวบ้าน อย่างแท้จริง นักธุรกิจที่ไปทำธุรกิจเขายกตัวอย่างว่าไปซื้อขายผลไม้ ซื้อขายปลา ก็สนิทสนม กับคนในพื้นที่สามารถที่จะสะท้อนความคิดความอ่านของผู้คนในจังหวัดนั้นได้ดีกว่าหลาย ๆ คน ที่มีคุณสมบัติตามที่ท่านเขียนไว้ ท่านประธานคะ ส่งต่อไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า ท่านจะนำกลับไปคิดได้ไหมคะตรงนี้ โดยเพิ่มบุคคลอย่างทหารพรานหรือนักธุรกิจที่เขา อยู่ในพื้นที่มากนานแล้วได้ไหมคะ เข้าไปในข้อ ๓ (๑๓) สำหรับตัวดิฉันเองนะคะ ดิฉันเปลี่ยน ๕ ปี เป็น ๓ ปี ก็ด้วยความคิดที่คล้ายคลึงกัน เพราะดิฉันมองดูในปัจจุบันนี้ รัฐธรรมนูญ ก็อนุญาตให้คนย้ายถิ่นฐานไปทำมาหากินในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศหรือแม้กระทั่งทั่วโลก ดิฉันลดจำนวนปีลง เพราะดิฉันเชื่อว่าคนที่เข้าไปตั้งรกรากถิ่นฐานในจังหวัดใหม่ที่ไม่ใช่จังหวัดเกิด ไม่ใช่จังหวัดเรียน ไม่ใช่จังหวัดที่มีทะเบียนบ้านแต่เดิม มีคนยกตัวอย่างว่าอย่าไปสมัครที่จังหวัดระยองบ้านเกิด ที่แม่อยู่ ก็ไปสมัครไม่ได้ตอนนี้ เพราะว่าไม่เข้าคุณสมบัติของข้อ ๓ นี้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ดิฉันก็เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของสังคมมีการโยกย้ายถิ่นฐานกันมากขึ้น ตัวอย่างเช่น คนภาคใต้หรือคนระยองที่ไปซื้อที่ที่ภาคอีสาน เนื่องจากว่ารัฐบาลส่งเสริมการปลูกยางพารา ทั่วประเทศที่มีคดีกล้าล้านกล้ายางพารานั่นเอง ยางพาราก็ได้มีการปลูกในประเทศทั่วทุกภาค ไม่ใช่เฉพาะแต่ภาคใต้และจังหวัดระยองหรือภาคกลางเท่านั้นเอง มีจำนวนไม่น้อยค่ะ ท่านประธาน เขาย้ายถิ่นฐานครอบครัวไปซื้อที่ลงทุนที่ภาคอีสาน เนื่องจากว่าที่ภาคอีสาน เป็นที่ที่ยังถูกอยู่ ดิฉันเป็นคนภาคอีสาน ดิฉันเข้าใจค่ะว่าไปสร้างงาน สร้างเงินให้กับ ครอบครัว และสร้างงานสร้างเงินให้กับประชาชนในพื้นที่นั้น สมมุติว่าเขาเพิ่งตัดสินใจ เพราะว่ารัฐบาลก็เพิ่งส่งเสริมไม่นานที่ให้ปลูกยางพาราได้ทั่วประเทศ เขาอาจจะเพิ่งย้ายไปอยู่ แล้วก็ย้ายทั้งครอบครัวไป ย้ายทั้งทุกคนไปทำงาน ไปปลูกยางพารา ไปกรีดยางพารา ที่ภาคอีสาน คุณสาธิต ปิตุเตชะ เป็น ส.ส. ของจังหวัดระยอง เป็นพยานได้นะคะว่า มีคนระยองย้ายไปอยู่ภาคอีสานจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ เขาไปตั้งรกรากถิ่นฐานใหม่ ในจังหวัด ซึ่งดิฉันก็เผื่อไว้ว่าบุคคลเหล่านี้เขาทำมาหาเลี้ยงชีพโดยสุจริต ทำไมเขาจึงจะ ไม่มีโอกาสแม้เขาจะอยู่ในพื้นที่ตรงนั้นไม่ถึง ๕ ปีก็ตาม ดิฉันจึงคิดเพียงง่าย ๆ สั้น ๆ แต่ว่า เมื่อฟังสมาชิกแล้วทำให้ดิฉันโกรธตัวเองมากนะคะท่านประธานว่าดิฉันทำไมไม่ครุ่นคิด ใคร่ครวญให้มันรอบคอบมากกว่านี้ ปรึกษานักกฎหมาย ดิฉันเรียนจบกฎหมายปริญญาตรี เท่านั้นเองก็ไม่สามารถที่จะปีกกล้าขาแข็งที่จะต่อกรกับนักกฎหมาย แล้วโดยเฉพาะ กรรมาธิการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ดิฉันก็คิดแต่เพียงว่าถ้าเขาไปทำมาหากินอย่างสุจริต แล้วทำไมเขาจึงจะถูกตัดสิทธิ ทั้ง ๆ ที่เขาอุตส่าห์ย้ายบ้านย้ายช่อง ลูกเต้า พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ไปอยู่ภาคอีสานจากจังหวัดระยอง จริงไหมคะ ซึ่งเป็นถิ่นใหม่แล้วก็ไปลงทุน ทั้งชีวิตอาจจะ เอาเงินสะสมไว้ไปซื้อที่ใหม่ ไปทำสวนยางพารา หรือไปทำอุตสาหกรรมอื่น ๆ แม้กระทั่ง หมอสุกิจที่กรุณาช่วยพูดแล้วก็ช่วยอธิบายให้ท่านประธานทราบว่าเช้า ๆ อย่างนี้ แล้วก็ คนอภิปรายก็น้อย แล้วดิฉันก็ต้องมีที่มาที่ไป ก็เช่นเดียวกันคนทางภาคใต้ก็ไปปลูกยาง ที่ภาคอีสานบ้านดิฉันเหมือนกันค่ะ ดิฉันเป็นภาคอีสานยินดีต้อนรับค่ะ คนที่มาจากต่างถิ่น มาลงทุนที่ภาคอีสานทำให้คนภาคอีสานมีงานทำค่ะ ดิฉันก็เลยให้ความเห็นใจค่ะว่าแม้เขาจะ อยู่ไม่ถึง ๕ ปี ดิฉันก็ฝากท่านประธานด้วยนะคะ ฝากท่านประธานไปให้ท่านประธาน คณะกรรมาธิการว่าช่วยพิจารณาทั้ง ๒ ประเด็นคนที่ไม่ใช่ข้าราชการเป็นพ่อค้าที่ คลุกคลีตีโมงกับคนท้องถิ่นกับคนที่ไปทำธุรกิจ ไปตั้งรกรากหลักฐานใหม่ในจังหวัดอื่น ๆ ไม่เฉพาะภาคอีสาน ทางภาคเหนือ ภาคใต้ที่อื่น ๆ ดิฉันเพียงแต่ยกตัวอย่างเท่าที่มีข้อมูล ทราบจากท่านสาธิต ปิตุเตชะ ก็อยากจะขอให้ท่านช่วยพิจารณาลดจำนวนปีหรือแม้กระทั่ง เหลือปีเดียว ดิฉันก็ไม่ขัดข้องคะ ถ้าท่านจะกรุณานำกลับไปปรึกษาหารือ วันนี้เป็นวันที่ ๕ หรือวันที่ ๖ แล้วกระมังค่ะ จนลืมเวลาแล้วค่ะท่านประธาน คราวที่แล้วดิฉันอภิปราย เรื่องภัยพิบัติ ดิฉันพูดเสร็จไม่ถึงชั่วโมงก็แผ่นดินไหวแล้วค่ะ ขออภัยด้วย