รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

ธนา ชีรวินิจ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๒๙๑/๒ ที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอให้ลดอายุลงตั้งแต่ ๓๕ ปีเป็น ๑๘ ปี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องข้อจำกัดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นย้ำว่าควรเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนมีสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยไม่จำกัดด้วยข้อแม้ เช่น ทะเบียนบ้าน, เกิดที่จังหวัดนั้น, ศึกษาที่จังหวัดนั้น, รับราชการ หรือเคยเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นของรัฐธรรมนูญสีขาว และไม่ปิดกั้นโอกาสของคนที่ต้องการรับใช้ชาติ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ ในมาตรา ๒๙๑/๒ บุคคลผู้มีสิทธิ สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ในวัน เลือกตั้ง และ (๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลา ติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือเป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัคร รับเลือกตั้งหรือเคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา หรือเคยรับราชการหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัคร รับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี ผมเองได้ขอแปรญัตติโดยตัดข้อความใน (๒) ที่ กำหนดไว้เดิมมีอายุไม่ต่ำกว่า ๓๕ ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้งเป็นมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ ในวันเลือกตั้ง และใน (๓) ซึ่งระบุถึงผู้มีสิทธินั้นจะต้องมีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง ดังที่ผมได้กราบเรียนไปนั้นผมได้ตัดออกทั้งหมด เหตุผลที่ผมได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๒๙๑/๒ ก็คงจะสืบเนื่องมาจากมาตรา ๒๙๑/๑ ท่านประธานที่เคารพครับเมื่อเรามีความเห็นว่า เราจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ผมได้เรียนท่านประธานแล้วครับว่า รัฐธรรมนูญนั้นเป็นของปวงชนชาวไทยทุกคน เมื่อเรามีความเห็นว่ารัฐสภาแห่งนี้ จะได้มีการดำเนินการเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นของพี่น้องประชาชน ที่มาของสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญก็ดี คุณสมบัติของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ดี ผมถือว่าสามารถที่จะ นำไปสู่จุดที่จะแสดงให้เห็นว่าการแก้ไขและขบวนการของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น จะได้เป็นของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ในมาตรา ๒๙๑ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ในช่วงต้นก็คือว่า เมื่อเราต้องการให้เป็นรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชนชาวไทยเรา ก็ควรที่จะให้มีการเลือกตั้งโดยตรง และผมได้กราบเรียนท่านประธานว่าวิธีการเลือกตั้ง โดยตรงที่จะได้เสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยกระผมก็ได้แปรญัตติไว้ว่าให้จังหวัดละ ๒ คน โดยตัดการคัดเลือกของรัฐสภาออกไป ส่วนในมาตรา ๒๙๑/๒ ก็คงจะต้องสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกับมาตรา ๒๙๑/๑ ที่ผมได้ แปรญัตติไว้ เพื่อให้กระบวนการของการจัดทำรัฐธรรมนูญนั้นเป็นของพี่น้องประชาชน เป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง คุณสมบัติในข้อแรกท่านประธานที่เคารพครับ คงปฏิเสธกันไม่ได้ว่าคนที่มีสิทธิที่มีส่วนในการจัดทำรัฐธรรมนูญนั้น ข้อสำคัญประการแรก ก็คือต้องมีสัญชาติไทย การได้สัญชาติไทยมานั้นมันมีหลายวิธี ได้ด้วยการเกิด ได้ด้วยการขอ ด้วยการสมรสก็ดี แต่ผมเห็นว่าความผูกพันต่อประเทศชาติ ความหวงแหนประเทศชาติ ความรักต่อประเทศชาตินั้น สิ่งแรกที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือได้มาด้วยการเกิด มีความผูกพันตั้งแต่เกิด เพราะฉะนั้นร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอมา เรื่องของ (๑) ที่มีสัญชาติไทยโดยการเกิดนั้น ผมมีความเห็นด้วยและผมก็ไม่ได้ตัดข้อความในส่วนนี้ และผมเชื่อว่าพี่น้องคนไทยทุกคน ที่ได้สัญชาติไทย เกิดบนผืนแผ่นดินไทย มีพ่อแม่เป็นคนไทย ผมเชื่อว่าทุกคนย่อมมีความรู้สึก ที่จะหวงแหนนะครับ แล้วถ้าจะมีส่วนในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าคนเหล่านั้น จัดทำรัฐธรรมนูญด้วยความเข้าใจ ด้วยความผูกพันและด้วยความรัก เพื่อให้ประเทศชาติ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทีนี้ปัจจัยในส่วนแรกของการเกิดนั้น กรรมาธิการผมเชื่อว่า แทบจะทุกคนไม่มีใครขอแก้ไขในส่วนนี้ แต่ประเด็นที่มีการพูดจากันมากก็คือว่าอายุเท่าไร ถึงจะเหมาะสมที่จะเป็น สสร. พวกเราหลายคนพูดกันครับว่าวันนี้เราอนุญาตให้คนที่มีอายุ ๒๕ ปี สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาทำหน้าที่นิติบัญญัติ ออกกฎหมาย กำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดินแล้วก็ทำหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดูแลพี่น้องประชาชน อายุ ๒๕ ปีก็ได้รับการยอมรับแล้วก็ใช้กฎหมายฉบับนี้กันมานาน พอสมควรว่าคนเมื่ออายุ ๒๕ ปีแล้วสามารถที่จะมาเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยได้ สำหรับสมาชิกวุฒิสภาเนื่องจากเราให้คำจำกัดความว่าเป็นสมาชิกสภาสูง เป็นสมาชิก ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะช่วยกลั่นกรองตรวจสอบกฎหมายที่ผ่านจากสภาล่าง หรือสภาผู้แทนราษฎรทำให้กฎหมายมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น กลั่นกรองด้วยประสบการณ์ ด้วยหน้าที่การงานที่ผ่านมา ด้วยวัยวุฒิ ด้วยคุณวุฒิ เพราะฉะนั้นเราจึงได้กำหนดอายุ ของสมาชิกวุฒิสภาไว้ ๓๕ ปี ซึ่งก็มีเหตุผลที่จะสอดคล้อง สอดรับในการที่จะกำหนดอายุ ตามภารกิจและหน้าที่ แต่ว่าการเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญท่านประธานที่เคารพครับ ผมกลับมีความเห็นว่าจะต้องจัดสรร จะต้องได้ตัวแทนจากคนที่เป็นคนไทยและเป็นตัวแทน ของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง โดยไม่จำกัดอายุ โดยไม่จำกัดเพศ โดยไม่จำกัดอาชีพ โดยไม่จำกัดสถานะ ทำอย่างไรที่จะเปิดโอกาสให้บุคคลไทยทุกคนสามารถเข้ามา สู่กระบวนการของการจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นของคนไทยทุกคน ในเมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญของไทยก็ดี กฎหมายการเลือกตั้งของไทยก็ดี วันนี้เราเปิดโอกาส ให้คนที่มีอายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์ สามารถมาใช้สิทธิเลือกตั้งตัวแทนของเขาที่จะทำหน้าที่ ในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา เมื่อเราให้อำนาจซึ่งถือว่าเป็นอำนาจ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนะครับท่านประธาน อำนาจที่จะให้เลือกตัวแทนมาทำหน้าที่นิติบัญญัติ เมื่อเขามีสิทธิที่จะเลือกตัวแทนไปทำหน้าที่ในสภานิติบัญญัติ แสดงว่าอำนาจในการเป็น เจ้าของประเทศ เราเริ่มกำหนดกันตั้งแต่อายุ ๑๘ ปี เพราะเราถือว่ามีวุฒิภาวะที่จะพิจารณา เลือกสรรคนดี คนไม่ดี คนที่จะมาทำงานแทนเราในสภานิติบัญญัติ ผมก็มีความคิดอย่างนี้ครับท่านประธานว่าถ้าเรามีความรู้สึกกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็น รัฐธรรมนูญของพี่น้องของคนทุกภาคส่วน คนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ทุกอายุ เมื่อเรากำหนด ๑๘ ปี ว่าเขามีสิทธิในการที่จะใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิทธิที่สำคัญที่สุดของคนทุก ๆ คน เมื่อเขามีสิทธิ อย่างนั้นแล้วทำไมเราถึงต้องไปจำกัดสิทธิเขาในการมาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ความจริงผมเชื่อว่า การทำรัฐธรรมนูญนั้นมันมีหลักการที่สำคัญอยู่ครับ หลักการที่เราพูดกันอยู่เสมอก็คือ รัฐธรรมนูญจะต้องเป็นกฎหมายสูงสุดที่เป็นกรอบในการปกป้องสิทธิเสรีภาพของคนไทยทุกคน ความจริงรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องเขียนกันเยอะเหมือนกับรัฐธรรมนูญที่เราใช้กันมาจนถึง ปัจจุบันนี้ ๑๘ ฉบับ เรามีสาระ มีรายละเอียดมากมายเกินไป ความจริงรัฐธรรมนูญ ที่พวกเราใช้กันอยู่ในวันนี้ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ความจริงผมเห็นว่าในมาตราต้น ๆ ได้เขียนไว้ ค่อนข้างละเอียดชัดเจน เรื่องการรับรองสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ของอาชีพ ผมคิดว่า หลักการอย่างนี้เพียงพอแล้วครับ ส่วนประเด็นของการที่จะไปออกกฎหมายรองรับสิทธิ และเสรีภาพของพลเมืองไทยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญก็ให้เป็นหน้าที่ของการออกกฎหมายลูก ต่อไป แต่การที่เราไปใส่รายละเอียดไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมากเกินไป ท้ายที่สุด มันก็จะเกิดการตีความ เกิดความสับสน เกิดวิธีของการที่จะตีความรัฐธรรมนูญให้เป็นไป ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ หรือต้องการที่จะให้มันเป็นไปนะครับ ท้ายที่สุดความศักดิ์สิทธิ์ ของรัฐธรรมนูญมันก็เสียไป ถ้ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยของเราจะมีบทบัญญัติ เพียงแค่เป็นหลักประกันสำหรับคนไทยทุกคนในการที่จะมีชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินไทย อย่างมีศักดิ์ศรี อย่างมีคุณค่าของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ผมว่าแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้โลกของเรามันก้าวไกลแล้วครับท่านประธาน มันมีเทคโนโลยี มันมีความเชื่อมโยงในการที่จะรับรู้ความรู้ต่าง ๆ มากมาย วันนี้เทคโนโลยี ต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น เด็กรุ่นใหม่นี่เขามีความทันสมัยกว่าคนรุ่นเรามาก ท่านประธาน ทำไมเรา ไม่รับเอาความคิด ความทันสมัยของเด็กรุ่นนี้เข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะเสนอแนะเติมเต็ม ให้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้นเป็นไปด้วยหลักการที่สอดคล้องและรองรับคนทุกอายุ ทุกชั้น ทุกวัย ถ้าเราทำได้รัฐธรรมนูญก็จะเป็นรัฐธรรมนูญของคนไทยทุกคน ผมจึงมีความคิดว่า ถ้าอย่างนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องเปิดกว้างที่สุด เพื่อให้คนที่มีความสนใจ มีความตั้งใจ ที่อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันแล้วก็จัดตั้งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สามารถเปิดกว้าง มากที่สุด ข้อจำกัดอะไรที่จะเป็นการจำกัดสิทธิในการที่จะให้เขาเข้ามาสู่กระบวนการ ของการเป็น สสร. นั้นจะต้องมีน้อยที่สุด แน่นอนครับท่านประธาน เราก็ต้องมีข้อเป็นห่วงว่า คนที่จะมาเป็น สสร. นั้นมันก็ต้องมีลักษณะที่ถ้าเป็นพิษเป็นภัย หรือเราคิดว่าบุคคลอย่างนี้ ถ้าเข้ามาทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะเป็นพิษเป็นภัย จะมีแนวความคิด ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม เราก็ต้องมีข้อจำกัด ซึ่งกระผมเองก็ได้มีการแปรญัตติ เพิ่มเติมไว้ในบางมาตรา ในประเด็นของคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็น สสร. แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่าถ้าวันนี้เราได้ให้โอกาสเด็กรุ่นใหม่ เยาวชนของประเทศ ซึ่งเขาก็มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญในการที่จะใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ว่าอายุ ๑๘ ปีก็ไม่ได้หมายความว่าเรากำหนดแล้ว เด็กเหล่านี้หรือคนเหล่านี้จะสามารถมาเป็น สสร. ได้เลย เรายังมีกระบวนการที่จะกลั่นกรอง ที่จะคัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถพิเศษ และเป็นที่ยอมรับของประชาชนจริง ๆ โดยผ่านการเลือกตั้ง ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ๑๘ ปีไม่มีปัญหา เราอาจจะเจอ เด็กอายุ ๑๘ ปี ๒๐ ปี แต่เขามีความสามารถเป็นที่ยอมรับของสังคม แล้วถ้าสังคมให้โอกาสเขา เลือกเขามาเป็น สสร. เราก็ไม่น่าจะไปปิดกั้น ทำไมเราไม่ปิดกั้นคนอายุ ๖๐ ปี ๗๐ ปี ๘๐ ปี เราเปิดกว้าง แต่เราก็มาปิดตอนต้นซึ่งเป็นวัยเจริญพันธุ์ เป็นวัยที่มุ่งมั่นที่จะไขว่คว้าหาความรู้ แล้วก็ช่วยกันที่จะเติมเต็มให้กับสังคมไทย และวันนี้เด็กเยาวชนอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไปนี่ มันมีมากนะครับท่านประธานในสังคมไทย ถ้าเราสามารถมีตัวแทนที่เป็นคนจากวัยหนุ่มสาว อายุ ๑๘ ปีขึ้นไปเราจะสามารถทำแล้วก็ชักจูงให้คนอายุขนาดนี้เข้ามาให้ความสนใจ ในการบริหารชาติบ้านเมือง ให้มีความรู้สึกว่าทุกคนมีส่วนเป็นเจ้าของชาติบ้านเมือง เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ ทุกคนสามารถที่จะใช้สิทธิของตัวเอง เพื่อปกป้อง เพื่อทำให้ประเทศชาติมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรัฐธรรมนูญที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้น ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้เราต้องเปิดโอกาสแล้วก็ต้องให้เป็นยุคใหม่ ของสังคมไทยที่ต้อนรับเด็กรุ่นใหม่เข้ามาสู่วงการการเมือง วงการของบ้านของเมือง และสำคัญที่สุดถ้าเขามีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าทุกคนก็จะได้ให้ความสนใจ และให้ความสำคัญ

ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน เมื่อผมมีความรู้สึกว่าข้อจำกัดและข้อแม้ ต่าง ๆ ที่เราจะไปจำกัดคนที่จะเข้ามาเป็น สสร.นั้น ถ้ามีมันต้องตัดทิ้งให้หมดครับท่านประธาน เพราะเราต้องการคนไทยทุกคน ถ้าเขามีความตั้งใจจริง ๆ ตั้งใจดีที่จะเข้ามาจัดทำ รัฐธรรมนูญต้องเปิดโอกาสให้เขา เพราะว่ามีกระบวนการเลือกตั้งกลั่นกรองอยู่แล้วครับ ทำไมเราต้องไปจำกัดละครับว่าเขาต้องมีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้ว เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๕ ปีจนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือต้องเป็นบุคคลที่เกิด ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง หรือเคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๕ ปีการศึกษา หรือเคยรับราชการ หรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๕ ปี ทำไมเราต้องไปจำกัดข้อแม้ อย่างนี้ละครับท่านประธาน ถ้าเขาเป็นคนไทย เกิดบนผืนแผ่นดินไทย มีอายุครบเกณฑ์ที่จะ สามารถเป็น สสร. ได้ ไม่ว่าเขาจะเกิดที่ภาคใต้ แต่ถ้าเขาอยากจะรับผิดชอบเป็น สสร. ที่จังหวัดทางภาคเหนือ ถ้าคนสนับสนุนคนให้ความไว้วางใจก็ต้องเปิดโอกาสให้เขาเป็นครับ ถ้าเราไปเขียนกฎหมายลักษณะอย่างนี้ท่านประธานครับ มันจะมีคนดี ๆ อีกมากที่ไม่สามารถ ผ่านพ้นคุณสมบัติใน (๓) ผมยกตัวอย่างท่านประธานอย่างนี้ว่าสมมุตินะครับว่าเรามีคนไทย ที่มีความรู้ความสามารถไปเติบโตไปเรียนหนังสือในต่างประเทศอาจจะเป็นคุณหมอ มีความรู้ความชำนาญมากมาย อาจจะเป็นนักรัฐศาสตร์ นักการเมือง หรือคนที่สนใจอยู่ ในต่างประเทศมาเป็น ๓๐ ปี ๔๐ ปี วันนี้เขาอยากจะกลับมารับใช้ชาติบ้านเมือง กลับมาลงสมัคร สสร. แต่เขาติดเงื่อนไขครับท่านประธาน เขาลงไม่ได้อย่างนี้ เป็นการปิดกั้น ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่เปิดกว้างที่สุด เพื่อให้คนที่อยากที่จะมาทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมืองให้เขามีช่องทางมีโอกาสมากที่สุด ถ้าเขาเป็นคนดีจริงเป็นคนที่สังคมยอมรับแล้วเลือกตั้งเข้ามา เราต้องให้โอกาสเขา อย่าเอาข้อจำกัดว่าต้องเกิดที่นี่นะ แล้วต้องลงสมัครที่นี่ ต้องเคยเรียนที่นี่ ต้องเคยมาที่นี้ แผ่นดินไทย ๗๗ จังหวัดคนไทยทุกคนมีสิทธิที่จะเดินทาง มีสิทธิที่จะไปอยู่อาศัย มีสิทธิที่จะ ไปทำอะไรได้ตามสิทธิเสรีภาพที่เขามีอยู่ในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่ง แต่พอเวลาจะใช้สิทธิ เลือกตั้งทำไมต้องจำกัดเขาละครับท่านประธานว่าต้องอยู่ที่นี้ ๕ ปี ต้องมีทะเบียนบ้าน ๕ ปี ต้องเคยศึกษาที่นี้ ๕ ปี เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าเงื่อนไขต่าง ๆ เหล่านี้เป็นการปิดกั้น เป็นการปิดโอกาสของคนที่จะอาสามารับใช้พี่น้องประชาชนในการทำรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือว่าถ้าเราต้องการรัฐธรรมนูญที่แท้จริงเป็นรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้น เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศเรายอมรับข้อเท็จจริงในวันนี้ว่า การขัดแย้งทางการเมืองเป็นสาเหตุสำคัญเรื่องหนึ่งที่ทำให้วิกฤติของประเทศชาติมันเดินหน้า อยู่ครับ ผมจึงมีความรู้สึกว่าถ้าอย่างนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องเป็นรัฐธรรมนูญสีขาวเป็น รัฐธรรมนูญที่ปลอดจากการเมืองอย่างแท้จริง เพราะถ้าเราเอาการเมืองเข้ามายุ่งในการจัดทำ รัฐธรรมนูญ ท้ายที่สุดก็จะมีคนเข้ามาบงการเข้ามาชี้นำว่าอยากจะได้รัฐธรรมนูญอย่างโน้น อย่างนี้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ผมจึงได้มีคุณสมบัติห้ามเพิ่มเติมนอกจากจะเป็นบุคคล ต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๐๒ แล้ว นอกจาก จะเป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือข้าราชการการเมือง ผมเพิ่มเติมอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมเพิ่มเติมว่า เคยเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือเคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแล้วยังไม่เกิน ๕ ปี เพราะอะไร ครับท่านประธาน สิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายกัน ๒-๓ วันที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ทุกคน มีความไม่สบายใจก็คือท้ายที่สุดกระบวนการของการคัดเลือก สสร. ที่เราพูดจากันว่า มติของคณะรัฐมนตรีที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กำหนดว่าให้มีการเลือกตั้ง สสร. ๒๒ คน ๗๗ คน มาจาก ๗๗ จังหวัด จังหวัดละ ๑ คน หลายคนพูดกันว่าท้ายที่สุด คนที่เป็น สสร. ก็คืออาศัยฐานทางการเมืองที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัดเพื่อให้ตัวเองได้เป็น สสร. และในเมื่อเราไปอาศัย พรรคการเมืองหรือฐานทางการเมืองเข้ามาเป็น สสร. สังคมไทยปฏิเสธไม่ได้ครับว่า มันมีระบบอุปถัมภ์ มันมีระบบบุญคุณ มันมีระบบที่จะต้องตอบแทนกัน แล้วท้ายที่สุด รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็จะไม่ได้เป็นรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งหมด แต่เป็นรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองของคนในการเมืองที่อยากจะกำหนดทิศทางของตัวเอง หรือพรรคของตัวเองผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะว่าประเด็นของการดำเนินการ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานก็ทราบดีว่ามันก่อให้เกิดความขัดแย้งของประเทศ ติดต่อกันมาหลายปี นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมจึงคิดว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องปลอดจากการเมืองอย่างชัดเจน