รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเสนอให้เหลือเพียงสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน 250 คน และวิพากษ์วิจารณ์การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง โดยคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ และเรียกร้องการความโปร่งใสในการลงมติของกรรมาธิการ รวมถึงการเคารพเสียงข้างมาก

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ท่านประธานยังเตือนผมไม่ได้ครับ ผมยังไม่ได้เริ่มอภิปรายเลยนะครับ ผมหารือกับท่านนะครับ แล้วผมก็ต้องขอยืนยันต่อสมาชิกและต่อพี่น้องประชาชนผมไม่ได้ เป็นแต๋วครับ จะพิสูจน์กันก็ได้ ไม่ยากหรอกครับ แต่จ่าเซาะกราวคนนี้ผมก็ไม่สนใจครับ ผมก็ไม่ทราบคำว่า เซาะกราว แปลว่าอะไร ท่านคงทราบเพราะท่านอยู่จังหวัดสุรินทร์ ไม่ถือสาท่านนะครับ ผมเริ่มต้นอภิปรายอย่างนี้ครับว่าสิ่งที่ผมสงวนความเห็นไว้ แปรญัตติไว้ นั่นก็คือว่าผมจะขอตัดในแง่ของสมาชิกในส่วนที่รัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบออกไป และเหลือเพียงแค่สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ผมเสนอตัวเลขไว้ ที่ ๒๕๐ คน มีเสียงหัวเราะพึมพำ ผมคิดว่าจ่าแกคงอธิบายความไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบพระคุณครับ ผมเสนอสมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ๒๕๐ คน เพราะผมเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ จำนวนที่มีน้อยคงไม่สามารถที่จะถือว่า รอบคอบได้ ผมคิดว่าสภาของเรามี ๕๐๐ คน อย่างน้อยสักครึ่งหนึ่งก็คือ ๒๕๐ คน น่าจะเป็น จำนวนที่เหมาะสมในการไปแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายฉบับสำคัญ ฉบับแม่ของประเทศ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยกับทางคณะกรรมาธิการเสียงส่วนมากนั้นก็คือว่า ท่านกำหนด ๗๗ คน จากในแต่ละจังหวัด จังหวัดละ ๑ คน บวกกับผู้เชี่ยวชาญอีก ๒๒ คน จากอีก ๓ ประเภท อย่างที่ผมเคยอธิบายไปแล้วเมื่อวันก่อนว่าการแทรกแซงต่อ สสร. ในชุดนี้เกิดขึ้นได้ อย่างแน่นอน การแทรกแซงแรกก็คือว่า สสร. ที่มาจากผู้เชี่ยวชาญถูกกำหนดโดยประธานรัฐสภา กำหนดกฎกติกา กำหนดว่าใครจะส่งได้บ้าง กำหนดคณะกรรมการที่จะไปตรวจสอบ แล้วก็ส่งเข้ามาที่รัฐสภาเป็นตัวเลือก ท่านกำหนดสิ่งเหล่านี้เพราะท่านรู้อยู่แล้วครับว่า สภาแห่งนี้มีใครเป็นองค์ประกอบบ้าง ถ้าวันนี้พรรคเพื่อไทยของท่านไม่มีจำนวนมากถึงขนาด ๒๕๐ กว่าที่นั่ง ผมเชื่อว่าท่านจะไม่ทำแบบนี้ครับ เพราะท่านรู้อยู่แล้วว่าเมื่อท่านควบคุม รัฐสภาได้ ท่านสามารถเลือก ๒๒ คนได้ตามใจชอบครับ ๗๗ คนที่เหลือ ท่านต้องการอีก เพียง ๒๘ คน ๒๘ คนบวก ๒๒ คนเป็น ๕๐ คน ๕๐ คนใน ๙๙ คนชนะเกินครึ่งแล้วครับ เท่ากับว่าท่านต้องการเพียง ๒๘ ที่นั่งจาก ๗๗ ที่นั่งเท่านั้นเอง ถ้าพิจารณาจากตัวเลขนี้ ท่านคงจะเห็นครับว่า ๒๘ คนใน ๗๗ คนไม่ถึงครึ่งนะครับ แต่สามารถเอามารวมกับ ๒๒ คน แล้วชนะได้ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญถ้าจะเกิดขึ้นจาก สสร. ชุดนี้ จึงเป็นสิ่งที่ ควบคุมได้ แทรกแซงได้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการเมื่อวานนี้ได้กรุณาลุกขึ้นแล้วก็ยืนยัน ต่อที่ประชุมสภาว่าจะยังคงยืนยันตัวเลข ๗๗ คนและ ๒๒ คนอยู่ ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคน ไม่สบายใจ ผิดหวังกับสิ่งที่พูดกันอยู่ วันนี้เป็นวันที่ ๔ ครับท่านประธาน จะให้พูดเท่าไรครับ จะให้เหตุผลอะไร จะให้มีสิ่งบันดาลใจอะไรกับพวกท่านละครับ ท่านกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ผมฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการพิจารณานะครับ ผมฝากกรรมาธิการอีกหลายท่าน ซึ่งผมเองคิดว่าน่าจะมีสติสัมปชัญญะได้พอสมควร มีความรู้ความสามารถกันพอสมควร อาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก ท่านเป็นอาจารย์ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว คุณหมอครับ ช่วยมีอะไรบันดาลใจหน่อยเถอะครับ มีอะไรช่วยท่านเถอะครับ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ ที่ผมพูดถึงชื่อ ๓-๔ ชื่อนี้นะครับ ท่านคิดว่า มันไม่มีเหตุผลหรือครับว่าพวกเราลุกขึ้นยืนพูดกันมา ๓-๔ วันแล้ว ขอให้ท่านเปลี่ยนแปลงตัว ของจำนวน สสร. ที่เกิดขึ้น ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ เมื่อสักครู่นี้ก็มีสมาชิกบอกว่าพาดพิง ผมด้วยนะครับ ส.ว. เลือกมาจากกรุงเทพฯ ๑๘ คน ในปี ๒๕๔๙ ผมเป็นคนได้ที่ ๑๘ ครับ ผมเป็นคนได้ที่สุดท้ายครับ แต่ผมภูมิใจครับท่านประธาน ผมได้ ๒๑,๔๔๙ คะแนน ใช่ครับ ผมไม่ได้คะแนนเป็นแสน แต่ผมได้ ๒๑,๔๔๙ คะแนน จากคะแนนบริสุทธิ์ของประชาชน ที่เขาอยากให้ผมกลับไปเป็น ส.ว. เข้าไปใน ส.ว. สัก ๑ ที่นั่งเพียงแค่นี้ครับ และนั่นก็เป็น คะแนนของประชาชนที่แท้จริงครับ ที่ ๑ กับที่ ๑๘ มีคุณค่าเท่ากันครับท่านประธาน เพราะว่ามันเป็นกติกาที่เขียนไว้อย่างนั้น ที่ ๑๙ ก็ถือว่าสอบไม่ได้ ไม่ได้ตำแหน่ง แต่ ๑-๑๘ มีตำแหน่งและมีสิทธิ มีเสียง ๑ เสียงเท่ากันในที่ประชุมสภาเหมือนกันเช่นกัน ถูกไหมครับ ผมได้เรียนไปทางท่านอาจารย์พีรพันธุ์ด้วยความเคารพว่า ผมคิดว่าการเขียนกติกา การพูดถึง เรื่องต่าง ๆ ต้องเคารพซึ่งกันและกัน และในแต่ละช่วงเวลาด้วย เช่นเดียวกันสมาชิกหลายคน ก็บอกว่ามีบางท่านที่เป็นกรรมาธิการบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญทรราช ผมแปลกใจนะครับว่าทำไม พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ไม่ลุกขึ้นมาโต้ อะไรเลยครับ ทรราช ก็คือท่านนะครับ เพราะท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งพูด ผมไม่ได้พูดครับ ท่านนั้นคือหมอเหวงพูดครับ ผมเองก็สงสัย พลเอก สนธิ ไปนั่งอยู่ตรงไหนครับ หรือไม่ เข้าห้องประชุมหรืออย่างไร มีคนกล่าวหาว่าท่านเป็นทรราช ผมทวนให้ท่านฟังอีกครั้งหนึ่ง การแทรกแซง ๗๗ คนกับ ๒๒ คนทำให้เราไม่เชื่อมั่นเลยครับว่า สสร. ที่จะได้ไปจากท่านนี้ ที่ท่านกำลังสร้างกันอยู่นี้จะสามารถที่จะไปทำงานได้อย่างเป็นอิสระ อย่างตัวเลขที่ผมพูด มีแค่ ๕๐ เสียง จบแล้วครับ สสร. ชุดนี้สามารถคอนโทรล (Control) ได้ ทำไมท่านไม่สนใจ ตัวเลขอื่น ๆ ละครับ ที่บรรดาสมาชิกเสนอขึ้น ผมยังตกใจกับคำอธิบายที่ท่านสามารถ แก้วมีชัย อธิบายเมื่อวาน ซึ่งตรงกันข้ามกับท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อย่างชัดเจนครับ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าถ้ามี ๒ คน หรือมีมากกว่า ๑ มันจะทำให้มีความสนใจต่อสังคมอีกส่วนหนึ่งด้วย แต่ท่านกลับบอกว่ามี ๑ คน ก็แสดงว่า เป็นตัวแทนที่ชัดเจนอยู่แล้ว ประชาชนจังหวัดนั้นเลือกเขามาแล้ว ท่านยืนยันไหมครับว่า จังหวัดเชียงรายท่านจะไม่เข้าไปยุ่ง ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สสร. ในจังหวัดเชียงราย ท่านยืนยันไหมครับ ดีครับ ท่านยืนยัน ผมก็เห็นว่าท่านก็ให้เหตุผลที่ดูจะมองโลกในแง่ดี ท่านบอกว่าพรรคการเมืองไม่มีใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ สสร. ที่จะมาทำงานเพียง ๒๔๐ วัน การเลือก สสร. ในรัฐสภาก็จะเลือกคนที่ดีที่สุดที่สถาบันอุดมศึกษาเลือกเข้ามาแล้ว เราก็จะเลือกคนที่ดีที่สุด ผมว่าท่านมองโลกในแง่ดีมากครับ ผมก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้น แต่พวกผมกังวลได้ไหมครับ พวกผมอยากให้ท่านสร้างระบบที่ป้องกันได้ไหมครับว่า อย่าให้มีการแทรกแซงแบบนั้นเกิดขึ้น จำนวนจึงขอเสนอมากกว่า ๗๗ คน ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรเสนอมากกว่านั้นก็เป็นตัวเลขหนึ่ง คนอื่น ๆ ก็เสนอ ๒๐๐ คน

กลับไปดูเรื่องการประชุมของท่าน ผมขออนุญาตที่จะได้อ่านในบางส่วนของ บันทึกการประชุมที่เป็นการประชุมของคณะกรรมาธิการของท่าน ในการกลับมตินะครับ วันแรกมีการลงมติไปแล้วแล้วก็เขียนชัดเจนในบันทึกว่าร่างของรัฐบาลตกไป มีคนที่เห็นด้วย กับเรื่องนี้ ๑๒ คน ที่จะเลือกของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยซึ่งมีอยู่ ๙ ตัวเลือก มีคน ๑๐ คน ที่เลือกร่างของรัฐบาล จึงทำให้ร่างของรัฐบาลตกไป ข้ามมาอีกวันหนึ่งวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๕ กรรมาธิการมาประชุมเยอะเลยนะครับ ๔๒ คนที่ลงชื่อ ไม่มาประชุม ๓ คน เริ่มต้นมาก็ทบทวน สิ่งที่ท่านทบทวนนี่ละครับที่ผมคิดว่าเราต้องบันทึกเอาไว้ให้เห็น ชัดเจนว่ากรรมาธิการชุดนี้ทำอย่างไรจึงได้ส่งรายงานนี้เข้ามา ท่านทบทวนตามเมื่อวานนี้ ไม่มีเรื่องของการขัดหลักการ ประเด็นที่ค้างมาก็คือว่า

ประเด็นที่ ๑ จะพิจารณาแนวทางที่ ๑ เสนอว่ากระบวนการที่จะต้อง ดำเนินการต่อไปก็คือการสอบถามที่ประชุมว่าจะใช้ความเห็นที่แตกต่างไปจากร่างของ ครม. ของกรรมาธิการผู้ใด

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าจะใช้อีก ๒ ฉบับที่รับหลักการมาแล้วหรือไม่ครับ คือฉบับของนายสุนัย จุลพงศธร และนายภราดร ปริศนานันทกุล และคณะ เห็นไหมครับ ท่านก็เริ่มทบทวนแบบนี้ ท่านยังไม่ได้พูดเลยนะครับว่าเมื่อวานนี้ข้อตกลงกันมีเรื่องของ การขัดต่อหลักการในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หลังจากนั้นก็มีผู้เสนอท่านก็พูดเองนะครับ ท่านพิชิต ชื่นบาน เป็นคนเสนอใช่ไหมครับ บันทึกไว้ในที่ประชุมเลยครับ ท่านพิชิต ชื่นบาน เสนอให้มีการกลับการลงมติใหม่ ทบทวนใหม่ กรรมาธิการบางส่วนเห็นว่าการลงมติทั้ง ๒ กรณี ไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมรัฐสภาและประเพณีปฏิบัติกันมา เนื่องจากเป็นการลงมติซ้อน กับมติเดิมที่ยังไม่ได้มีการดำเนินการให้เสร็จสิ้นไป ต่อจากนั้นที่ประชุมก็มีการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมตั้งแต่บันทึกหลักการและเหตุผลใหม่ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้หลักการ ไม่มีการแก้ไข เหตุผล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๙๑/๑ ไม่มีการแก้ไข ประเด็น การพิจารณาที่มาจำนวนและประเภทของ สสร. ควรเป็นอย่างไร ที่ประชุมได้แสดงความเห็น อย่างกว้างขวาง จากนั้นที่ประชุมมีการลงมติให้คงไว้ตามร่างเดิม ๒๑ เสียง มีกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วย จำนวน ๓ เสียง มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น คือนายเจตน์ ศิรธรานนท์ นายเหวง โตจิราการ นายนิพนธ์ บุญญามณี นายวิรัช ร่มเย็น ๔ ท่าน ผมอยากถาม ผ่านท่านประธานรัฐสภาไปยังประธานคณะกรรมาธิการเปิดเผยรายชื่อต่อประชาชนสิครับ คนที่เห็นมีมติให้คงไว้ตามร่างเดิมทั้งที่มันตกไปแล้ว ๒๑ เสียงมีใครบ้างครับ ผมคิดว่า ท่านอาจจะไม่ได้ลงคะแนน ๒๑ เสียงที่ให้กลับมาใช้ร่างที่ตกไปแล้วมีใครครับ ถ้าท่านคิดว่า มันถูกต้องท่านต้องกล้าหาญที่จะเปิดเผยชื่อนี้ต่อประชาชนนะครับ สิ่งสำคัญที่ผมขอย้ำ ก็คือว่า สสร. ที่จะตั้งขึ้นนั้นต้องมีความเป็นอิสระ ถ้าไม่มีความเป็นอิสระนั่นเท่ากับว่า ท่านกำลังยกพวกทำร้ายประชาธิปไตย ท่านควบคุม สสร. ได้ ท่านกำลังสร้างสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมา ผมขอพูดบันทึกไว้ในที่ประชุมอีกครั้งหนึ่งว่าผมคิดว่านี่เป็นผลงานชิ้นโบว์ดำ ของพวกท่าน มันไม่ใช่ชิ้นโบว์แดง มันน่าจะเป็นชิ้นโบว์แดงสะใจพวกท่านดี แต่มันไม่ใช่ครับ ถ้าหมอเหวงจะให้เราเคารพเสียงส่วนมากอย่างที่ท่านพูดไว้เมื่อตอนกลางวัน ท่านต้องสอน นปช. เสื้อแดงใหม่นะครับว่าวันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเลือกในสภาแห่งนี้ เป็นนายกรัฐมนตรีนั่นก็เสียงข้างมากครับ ท่านจำได้ไหมครับ ถ้าท่านจำได้ท่านก็ต้องไปบอก คุณธิดาภรรยาท่านนะครับไปสอนในโรงเรียน นปช. ด้วยว่าไม่ว่าเสียงข้างมากเมื่อไร ต้องเคารพ ถ้าเคารพกันในวันนั้นมันคงไม่เดินทางมาถึงวันนี้หรอกครับ และบ้านเมือง คงไม่ย่อยยับพินาศไปเหมือนอย่างเหตุการณ์ในอดีตครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ