วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ หารือเรื่องจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สส.ร.) โดยขอแปรญัตติให้มีจำนวน 150 คน ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และเรียกร้องให้ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก ให้เหตุผลที่พวกเรารับฟังได้ว่าทำไมไม่เห็นด้วยกับจำนวนสมาชิก สส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเลยครับ ผมเองเป็นคนหนึ่งที่แปรญัตติ ในมาตรา ๒๙๑/๑ ที่จริงแล้วก็สละสิทธิ์ไปแล้วนะครับ เพราะคิดว่ามีท่านสมาชิกรัฐสภา ที่ได้อภิปรายกันไปจำนวนมากพอสมควรนะครับ เรานั่งฟังมา ๒ วันเต็ม ๆ ในมาตรานี้ แต่ประเด็นที่ต้องลุกขึ้นขอกลับมาใช้สิทธิใหม่ เพราะเห็นว่าท่านกรรมาธิการท่านดื้อนะครับ คือด้วยความเคารพนะครับ ที่บอกว่าดื้อ เพราะว่าท่านไม่ฟังเหตุผลของกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยก็ดี สมาชิกรัฐสภาท่านอื่น ๆ ก็ดี ที่แสดงเหตุผลที่ผมเชื่อว่าเป็นเหตุเป็นผล ที่น่าจะฟังได้ หลายท่านได้พูดมาแล้วนะครับ คือไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นธรรม ของจังหวัดต่าง ๆ จังหวัดใหญ่ที่มีประชากรมาก แต่ถ้าถูกล็อกด้วยจำนวนจังหวัดละคน ก็จะมีปัญหาก็คือว่าการที่จะกระจายความเป็นตัวแทนในจังหวัดต่าง ๆ ก็หายไป หรือว่า บางท่านได้มีการอภิปรายว่าการที่มีเพียงจังหวัดละคน แล้วจังหวัดเล็กมีประชากรน้อย คนที่ได้รับเลือกด้วยจำนวนเพียงไม่มากหลักหมื่นก็ได้เป็นตัวแทนเข้ามาเป็น สสร. ในขณะที่ จังหวัดใหญ่มีคนเป็นล้านคน คนที่ได้มาเป็นคะแนนเสียงเป็นแสน แต่ไม่ได้ที่ ๑ คนนั้นก็ตก มันสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมในการที่จะมีตัวแทนเข้ามา จริงอยู่ที่กรรมาธิการชี้แจงว่า ในจังหวัดต่าง ๆ ก็สามารถไปรับฟังความเห็นได้ ท่านประธานที่เคารพครับ สภาเราแค่ ๖๐๐ กว่าคน เรายังไม่ฟังความเห็นกัน ผมอยากถามว่าเวลาเราไปในแต่ละจังหวัด ตัวแทน ของ สสร. ที่จะไปรับฟังความคิดเห็นประชาชนของคนอื่น ๆ นั้นจะฟังหรือครับ ประเด็นนี้ ผมไม่คิดว่าสิ่งซึ่งท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ยืนด้วยเหตุผลซึ่งไม่สามารถที่จะตอบโจทย์ ได้ชัดเจนว่าด้วยเหตุใดท่านจึงยังยืนอยู่ที่เดิม ก็คือมีสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง ๗๗ คน แล้วก็สมาชิกที่มาจากการคัดเลือกหรือคัดสรรกันเข้ามาอีก ๒๒ คน ถ้าเราดู สสร. ขณะนี้ ที่เราถกเถียงกันมีอยู่ ๒ ประเด็นเท่านั้นเอง ๑. คือจำนวน ๒. คือที่มาว่าจะมาจากประเภทเดียว หรือ ๒ ประเภท แต่คือประเภทเดียวหรือ ๒ ประเภท ผมเข้าใจว่าสมาชิกส่วนใหญ่อาจจะ ไม่ได้ติดใจเท่าไร แต่ประเด็นก็คือว่าจำนวนที่จะมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเลือกตั้ง จากประชาชนโดยตรง ประเด็นนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่เท่าที่ฟังดูแล้วจากท่านที่อภิปรายไป ผมถือว่ามีเหตุผล ผมเองก็ขอแปรญัตติไว้ในมาตรานี้ก็คือว่าได้ขอให้มาจากการเลือกตั้ง โดยการเลือกตั้ง ๑๕๐ คน ที่เสนอไปเหตุผลก็คล้าย ๆ กับท่านอื่น ๆ แต่ประเด็นนี้ผมอยากจะ ชี้แจงผ่านท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการทุกท่าน หลายท่านได้พูดถึงเรื่องเสียงข้างมาก เรื่องของการใช้เผด็จการรัฐสภาก็ดี เสียงข้างมากลากไปก็ดี แล้วก็หลายท่านก็ใช้ภาษาอังกฤษ ยกคำว่า มาจอริตี้ รูล ไมนอริตี้ ไรท์ ผมคิดว่ามันมีอีกคำหนึ่งครับ ที่วันนี้สังคมขาดหายไป สภาเราขาดหายไป ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรัฐสภาก็ดี ในส่วนของสภาผู้แทนหรือว่าวุฒิสภา ก็คือคำว่า คอนเซนซัส (Consensus) หรือว่าฉันทามติ ผมว่าคำคำนี้ที่จริงแล้วมันเป็นคำคู่กับ เรื่องประชาธิปไตยอยู่ แต่ประเด็นปัญหาก็คือว่าเราเองไม่ว่าจะคนที่อยู่ในเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย เราพยายามจะเอาชนะคะคานกันที่จำนวน ไม่ได้ใช้เหตุผลในการชนะคะคานซึ่งกันและกัน เหมือนกับที่ขณะนี้ที่เรากำลังอภิปรายกันอยู่ ที่เราฟังมา ๒ วันเต็ม ๆ นั่นคือเสียงข้างมาก ก็พยายามจะยืนอยู่อย่างเดิม เสียงข้างน้อยก็พยายามที่จะบอกว่าไม่เอา แต่เราไม่เคยมาหา ฉันทามติตรงกลางด้วยเหตุด้วยผลว่าเหตุผลใครดีกว่ากัน มีอะไรที่เป็นปัญหา หาข้อยุติ ตรงนั้นได้ไหม แต่ถ้าท่านดื้ออย่างนี้ผมก็ต้องลุกขึ้นมาอภิปรายด้วยความเคารพท่านประธาน เพราะว่าสิ่งที่ท่านชี้แจงนั้นเป็นเหตุเป็นผลน้อยกว่าที่ทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ดี เพื่อนสมาชิกรัฐสภาทั้งหลายที่ได้อภิปรายกัน เพราะฉะนั้นผมเองเพื่อไม่ให้เสียเวลากับ เพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ด้วยความเคารพ ขอฝากท่านประธานกราบขอไปทางกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ท่านกรุณาฟังแล้วท่านช่วยตอบโจทย์นะครับว่าที่ไม่เห็นด้วยกับจำนวน สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำนวนไม่ว่าจะเป็น ๑๕๐ คนก็ดี ๑๒๕ คน หรือว่า ๒๐๐ คน ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ท่านให้เหตุผลที่พวกเรารับฟังได้สิครับ หรือว่า มันเหมือนกับที่หลายท่านได้อภิปรายไป พยายามจะกล่าวหาท่านว่าท่านมีคนอยู่แล้ว ท่านล็อกไว้แล้ว คนเหล่านั้นเตรียมพร้อมจะมาเป็น ฉะนั้นท่านเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องตั้ง สสร. ครับ ผมเองเป็นคนหนึ่งที่โหวตสนับสนุน ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะผมเห็นว่ามันมีประเด็นปัญหาอยู่หลายส่วนเหมือนกัน ที่ควรจะได้มีการปรับปรุงแก้ไข แต่ถ้าท่านยืนอยู่อย่างนี้ด้วยความดื้อไม่ฟังเหตุผลคนอื่น วันนี้ไม่ต้องตั้ง สสร. ครับ ใช้สภาแห่งนี้ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาไปยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะว่า ตัวแทนที่ท่านจะเลือกมานั้นไม่ได้ต่างจากตัวแทนที่มีอยู่ในสภาแห่งนี้เลย เพราะฉะนั้น ฝากท่านประธานด้วยความเคารพว่าขอให้ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากได้พิจารณาเหตุผล ของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นท่านที่เป็นเสียงข้างน้อย หรือว่าเป็นท่านอื่นที่อยากจะเสนอให้ท่าน ได้ปรับปรุง ได้เปลี่ยนตัวเลขจาก ๗๗ คน เป็นมากกว่า ส่วนจะมากกว่าเท่าไร ๑๕๐ คน ๑๒๕ คน หรือ ๒๐๐ คน อันนั้นเป็นประเด็นที่น่าจะได้คุยกันได้ แต่ถ้าท่านยังยืนแข็ง ที่ ๗๗ คน ผมจะเป็นคนหนึ่งแม้จะโหวตผ่านมาตราในวาระที่หนึ่งมาแล้ว ผมก็จะไม่โหวต ในมาตราวาระที่สองนี้ให้ ขอบพระคุณมากครับ