วันชัย สอนศิริ แปรญัติเพื่อลดจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญลงจาก 99 คน เป็น 200 คน โดย 200 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และ 22 คนมาจากการคัดเลือก ซึ่งเขากล่าวว่านี่เป็นการสนับสนุนรัฐบาลในการสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม เขายังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการจัดให้นักวิชาการ 22 คนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอให้มีการจัดตั้งสภาสามัญชน 200 คนเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านกรรมาธิการท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ได้ชี้แจงต้องขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ชี้แจงดีมีเหตุผลครับ พูดง่าย ๆ ว่า สสร. ที่จะมีมาทั้งหมด ๙๙ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๗๗ คน ท่านบอกว่ายึดโยงกับประชาชน ประชาชนมีส่วนร่วม ประชาธิปไตยเป็นส่วนร่วม และ สสร. มีหน้าที่จัดทำเพียงรัฐธรรมนูญเท่านั้น พูดง่าย ๆ ว่าที่ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ชี้แจงมานั้น ผมฟังดูแล้วดูดีมีเหตุผลครับ แต่ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับว่าคนเขาไม่เชื่อ คนเขาระแวง คนเขามีข้อครหา และคนเขากลัวครับ นี่คือเป็นประเด็นใหญ่ครับท่านประธานที่เคารพครับ และที่สำคัญครับ เมื่อสักครู่นี้ผมคุยกับ ส.ว. บางจังหวัด กราบเรียนท่านประธานเลยครับว่า เขารู้แล้วว่าจังหวัดเขาใครจะเป็น สสร. ครอบงำไม่ได้ครับ แต่เขารู้ตัวกันแล้วครับ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยว่าเป็นจังหวัดใด และ ส.ว. ท่านใดบอกผม ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุผลที่มีคนระแวง คนเขาครหาและคนเขาไม่เชื่อใจในรัฐบาลผู้เสนอร่าง กระผม ในฐานะสมาชิกรัฐสภาอยากช่วยรัฐบาลครับ อยากจะสนับสนุนเพื่อไม่ให้คนเขาครหา ต่อร่างที่ท่านเสนอมานั้น โดยกระผมได้ขอแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๑ ให้มี สสร. ๒๐๐ คน มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ตัด สสร. คัดเลือก ๒๒ คน ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กระผมแปรญัตติอย่างนี้ก็อย่างที่กราบเรียนท่านประธานแล้ว เมื่อกี้นี้ก็คือเพื่อสนองเจตนารมณ์และความต้องการของรัฐบาลอย่างแท้จริง และให้เป็น รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยตามที่รัฐบาลแถลงครับ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะตอนที่แถลงนั้นมีการกล่าวหากันว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่เป็นประชาธิปไตย มาจากเผด็จการนะครับ ใช้คำอย่างนั้นเลยนะครับ แรงตอนแถลง ไม่ยึดโยงกับประชาชน ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนครับตอนแถลง และบางท่านกล่าวว่าไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ ป.ป.ช. กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง ส.ว. สรรหาอย่างผม มีการกล่าวหาว่าไม่ยึดโยงกับประชาชน จึงต้องทำรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย หลักเหมือนที่ท่านอาจารย์พีรพันธุ์กรรมาธิการเสนอเมื่อกี้นี้ คือให้ยึดโยงกับประชาชน ผมจึงกราบเรียนท่านว่า ดังนั้นเมื่อท่านจะมี สสร. ซึ่งเป็นคนทำคลอดรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธาน ก็ควรจะให้ สสร. นั้นเป็นต้นแบบของประชาธิปไตยจริง ๆ ๑. ต้องยึดโยงกับ ประชาชน ๒. เอาประชาชนเป็นตัวตั้งและ ๓. ให้ความสำคัญกับประชาชนอย่างแท้จริงครับ ไม่ใช่แบบตามร่างที่ท่านเสนอหรือตามที่ประธานคณะกรรมาธิการแถลง บอกว่า ๗๗ คน บวก ๒๒ คน เป็น ๙๙ คน มันสุดยอดแล้ว แต่แท้จริง ๆ แล้ว ๗๗ คน บวก ๒๒ คนนั้น กราบเรียนท่านประธานว่ามันเป็นประชาธิปไตยแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบลูกผี ลูกคนครับ ท่านประธาน มันไม่เป็นไปตามหลักการที่ท่านแถลงว่าเป็นประชาธิปไตยโดยแท้ ในทำนองว่า เกลียดปูกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกงครับท่านประธาน การที่ท่านกำหนดให้ มีการเลือกตั้งส่วนหนึ่ง คัดเลือกส่วนหนึ่งนั้น เท่ากับว่าท่านเชื่อใจหรือไว้ใจประชาชนส่วนหนึ่ง ไม่ไว้ใจหรือไม่เชื่อใจประชาชนส่วนหนึ่ง อย่างที่ผมกราบเรียนว่ามันแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ครับ มันเป็นลักษณะหัวมังกุท้ายมังกรครับ มันจะประชาธิปไตยจ๋าก็ไม่ใช่ จะมาจากประชาชน ทั้งหมดมันก็ไม่เชิงครับท่านประธาน
ประการที่ ๒ นั้น ในลักษณะตามร่างที่ท่านเสนอ ผมกราบเรียนเท่ากับว่า เป็นการดูถูกประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งว่าไม่มีความรู้ ความสามารถเพียงพอที่จะ ร่างรัฐธรรมนูญได้ เท่ากับว่ายอมรับคน ๗๗ คนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ไม่สามารถที่จะ ร่างรัฐธรรมนูญได้ด้วยการเลือกตั้ง ๗๗ คนโดยตรง ทำไมครับ ก็เพราะท่านเอานักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญ ๒๒ คนมาประกบ เท่ากับว่าท่านยอมรับว่าคน ๒๒ คนนั้นจะเป็น ผู้ที่เชี่ยวชาญแล้วก็มาร่างรัฐธรรมนูญ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านสังเกตได้ และจะเป็นที่ยอมรับได้ว่า นักวิชาการ ๒๒ คนนี่ละครับจะเป็นคนร่าง แล้วก็เป็นคนที่ชี้นำ ทางความคิด และแล้วไป ๆ มา ๆ จะว่าไปแล้วนั้น คน ๒๒ คนแทบจะเป็นคนร่างโดยตรง และเป็นคนกำหนดรัฐธรรมนูญโดยตรง ส่วนคน ๗๗ คนนั้นเป็นอย่างไรครับท่านประธาน ถ้าภาษาพระเขาก็เรียกว่าเป็นเพียงพระอันดับ มีหน้าที่สวดยัดเท่านั้นเอง หาได้มีบทบาทสำคัญ ในการร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดครับ ดังนั้นที่ผมขอเสนอแปรญัตติอย่างนี้ครับท่านประธาน เป็นไปตามที่รัฐบาลอ้างเรื่องประชาธิปไตยและเอาประชาชนเป็นตัวตั้งจริง ๆ ถ้ารัฐบาล อ้างแบบนี้รัฐบาลจะต้องจัดหนักและจัดเต็มให้แก่ประชาชนครับ ดังที่ผมได้เสนอแปรญัตติ ให้มี สสร. ๒๐๐ คน จากการเลือกตั้งทั้งหมดทั่วประเทศตัดการคัดเลือก ๒๒ คนออกไป อันจะทำให้ข้อครหาต่าง ๆ รวมทั้งข้อกล่าวหาโจมตีรัฐบาลและความที่คนไม่เชื่อดังที่ ผมกราบเรียนไปนั้น เพราะอะไรครับ เพราะถ้าท่านทำในลักษณะอย่างนี้มันจะถูกต้อง ตามหลักประชาธิปไตยทุกประการ
ประการที่ ๒ ยึดโยงกับประชาชน เอาประชาชนเป็นตัวตั้งจริง ๆ ครับ ท่านประธาน
ประการที่ ๓ นั้น ข้อกล่าวหาที่ว่า สสร. รัฐบาลจะบล็อกโหวตที่พูดกันมา ทั้งวันนี่มันก็จะหมดไป อย่างที่เรียนแล้วว่า ๗๗ คนบวก ๒๒ คนอย่างไรเสีย ๒๒ คนนี้รัฐสภา ซึ่งท่านมีเสียงส่วนใหญ่ ท่านก็สามารถจะล็อกสเปกได้อยู่แล้วว่าเอาใคร และ ๗๗ คนนั้น อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วว่าบางจังหวัดเขารู้แล้วว่าใครจะเป็น สสร. ดังนั้นข้อกล่าวหา มันจะหมดไปถ้าท่านเอามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ๒๐๐ คน เพราะอะไรครับ เพราะคน ๒๐๐ คนอย่างที่พูดกันแล้ว และอย่างที่กราบเรียนแล้วว่ารัฐบาลไม่สามารถจะกำหนดได้ ทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะกำหนดได้ก็อาจจะกำหนดได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อเรา มีการเลือกตั้งในลักษณะ ๒๐๐ คน ก็จะทำให้คนได้หลากหลายทุกสาขาอาชีพจริง ๆ ครับ จะทำให้คนมีความรู้ความสามารถ นักวิชาการมีโอกาสได้รับเลือกตั้งเข้ามาและที่สำคัญที่สุดครับ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติของรัฐบาลตามคำกล่าวหาหรือข้อครหา และที่สำคัญครับท่านประธาน ในคุณสมบัติของผู้สมัครผมก็กำหนดโดยแปรญัตติไว้ว่าจะต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า หรือเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือร่างรัฐธรรมนูญ ตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภาประกาศ กำหนด นั้นแปลว่าอะไรครับ เราก็จะได้คนหลากหลายจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่มาจาก การคัดเลือกของรัฐสภา แม้ว่าท่านบอกว่าต้องการผู้เชี่ยวชาญซึ่งจะเป็นคนมีความรู้ ความสามารถก็จริง แต่ประชาชนเขาก็จะครหา เขาก็จะกล่าวหาว่าเป็นพวกเดียวของพวกท่าน และเขาก็จะกล่าวหาว่าเป็นนอมินีที่ท่านเลือกมา เพราะฉะนั้นถ้าทำในลักษณะที่ มีการเลือกตั้ง ๒๐๐ คน มันจะทำให้ข้อครหาทั้งหมดนั้นของรัฐบาลหมดไป และเป็นไปตาม หลักประชาธิปไตยจริง ๆ ครับ ดังนั้นผมขอสรุปในประเด็นนี้ครับท่านประธาน ถ้าเป็นไปอย่างที่ กระผมแปรญัตติให้มีการเลือกตั้งทั่วประเทศ ๒๐๐ คน รัฐบาลจะไม่ถูกกล่าวหา จะไม่ถูกโจมตี ดังที่มีการพูดกันมาตลอด ๒ วัน ๓ วันนี้
๒. เป็นไปตามที่รัฐบาลแถลงว่าต้องการให้เป็นประชาธิปไตยและเหนือสิ่งอื่นใดครับ ท่านประธาน เป็นการเอาประชาชนมาเป็นตัวตั้งจริง ๆ ครับ
และประการต่อมานั้น เราจะได้ สสร. หลากหลายสาขาอาชีพ หลากหลาย ความรู้ความสามารถ
และประการสุดท้ายนั้น ไม่ถูกชักนำโดยนักวิชาการที่กำหนดไว้เพียง ๒๒ คน ตามร่างของท่านเท่านั้น ถ้าทำได้เช่นนี้ครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าข้อสงสัยต่าง ๆ ทั้งหมด หรือข้อครหาก็จะหมดไป รัฐบาลนี้เองก็จะไม่มีข้อตำหนิใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องบล็อกโหวต ล็อกสเปก แล้วก็จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้พูดง่าย ๆ ว่าถ้าทำด้วยวิธีแบบนี้ จะเป็นผลดีต่อรัฐบาลอย่างแน่นอน ผมยังไม่เห็นว่ามีผลเสียอะไรเลยครับว่ามี ๒๐๐ คน มีใครเสียหายครับ มีใครเดือดร้อนครับ ถ้ามีการเลือกตั้ง ๒๐๐ คน มีใครเสียหาย มีใครเดือดร้อนไหมครับ ไม่มีเลยครับ แล้วทำไมท่านไม่เอาครับ มันเพราะอะไรครับ มีอะไรหรือ หรือว่ามีอะไรจึงไม่เอา ๒๐๐ คน ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลและหลักการดังกล่าว ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลมีความจริงใจรวมทั้ง ท่านกรรมาธิการมีความจริงใจในหลักประชาธิปไตยยึดโยงกับประชาชนควรให้มาจาก การเลือกตั้งทั้งหมดด้วยวิธีการตามที่ผมแปรญัตตินี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อ ประเทศชาติ ประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลผู้เสนอร่างครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน