เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา ๒๙๑/๑ เพื่อเพิ่มหลักเกณฑ์ในการกำหนดหลักเกณฑ์ของ สสร. และเห็นว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญควรมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ขอใช้สิทธิในการขอแปรญัตติ แก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๒๙๑/๑ ครับ ผมไม่ขอใช้เวลาอันมีค่าของสภาไปมากเกินไป ด้วยการอ่านคำแปรญัตติของตัวกระผม แต่ผมขอสรุปสั้น ๆ ครับ ในมาตรา ๒๙๑/๑ ก็มีใจความ มีหลักเกณฑ์ใน ๒ วงเล็บที่สำคัญใน ๒ ส่วนด้วยกัน ทั้ง ๒ ส่วนก็คือการกำหนด หลักเกณฑ์ที่มาของ สสร.
ในส่วนแรก ที่ผมไม่มีปัญหาด้วย แล้วผมก็เห็นด้วยก็คือ สสร. ที่มาจาก การคัดเลือกจะเป็นจำนวน ๒๒ ท่าน ผมก็ไม่มีปัญหาครับ จากในสาขาต่าง ๆ นานา ก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะผมเชื่อครับว่าในการทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งนี้ ต้องมีผู้เชี่ยวชาญมาทำหน้าที่ให้คำปรึกษากับ สสร. ส่วนที่เหลือ แต่ผมคิดว่าถ้า สสร. ที่มาจาก การคัดเลือกจะเป็นที่ปรึกษา จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษากับ สสร. นั้น ผมก็คิดว่าในเมื่อจะมี การเลือกตั้ง สสร. อีกจำนวนหนึ่งก็คิดว่า สสร. ที่มาจากการคัดเลือกก็ควรจะมาจากสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมก็เลยได้เสนอขอให้แก้ข้อความจากการที่จะมีสมาชิกซึ่งมาจาก การคัดเลือกโดยที่ประชุมของรัฐสภาเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วการกำหนดหลักเกณฑ์เดิมที่ระบุไว้โดยประธานรัฐสภาก็ขอให้เป็นคณะกรรมการ การเลือกตั้ง แต่ท่านประธานครับ ในส่วนที่ผมคิดว่าเป็นอุปสรรคในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ก็คือหลักเกณฑ์ในการกำหนดนะครับ หลักเกณฑ์ในการเลือกตั้ง สสร. อีกจำนวนหนึ่งครับ จริง ๆ ถ้าเกิดจะพูดมากไปกว่านี้แล้ว ในการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ผมไม่เห็นด้วยครับ แล้วผมก็ได้ออกความเห็น ผมได้ลงมติไม่รับหลักการไปในวาระที่หนึ่งเรียบร้อยแล้ว มีพี่น้องประชาชนหลายคนครับ ได้ถามถึงตัวกระผมว่าในขณะที่พวกเขาได้เผชิญกับปัญหา วิกฤติทางเศรษฐกิจข้าวของแพง หรือแม้จะเป็นปัญหาทางอุทกภัยที่พื้นที่ของผม กรุงเทพมหานครฝั่งธนบุรีประสบกับภัยน้ำท่วม ทุกวันนี้เรื่องการเยียวยาต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้รับ อย่างครบถ้วน หลายคนยังถามอยู่เลยครับว่าปีนี้น้ำจะท่วมอีกไหม แล้วก็ยังไม่มีความชัดเจน ในมาตรการการแก้ไขปัญหา การป้องกันปัญหาน้ำท่วม ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ พี่น้องประชาชนที่ปลูกสวนกล้วยไม้ครับ ทุกวันนี้ในพื้นที่ผมก็ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา จากรัฐบาล แล้วก็ยังไม่กล้าปลูกต่อไปเพราะยังไม่ทราบว่าปีนี้น้ำจะท่วมอีกไหมครับ แต่ไม่เป็นอะไรครับ ในเมื่อเสียงส่วนมากของรัฐสภา ของสภาผู้แทนราษฎรมีความเห็นว่า เราก็ควรที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมก็คิดว่าในเมื่อเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วก็ควรจะทำให้ มันถูกต้อง ควรจะทำให้มันยั่งยืน ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด เป็นกติกาสูงสุดที่พวกเราจะนำมาใช้ แล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ก็จะให้อำนาจกับ สสร. ที่ผมอาจจะเรียกได้ว่าเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเลยก็ว่าได้ครับ เพราะฉะนั้นที่มาของ สสร. มีความสำคัญต่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ จริง ๆ เมื่อสักครู่ก็ได้ฟังคำชี้แจงจากกรรมาธิการ เสียงส่วนมากในเบื้องต้นแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังไม่เชื่อครับว่าการที่เราจะเลือกตั้ง สสร. ทั้งหมด ๗๗ คน จังหวัดละ ๑ คน จะสามารถตอบโจทย์ จะสามารถสะท้อนถึงความหลากหลาย และที่สำคัญที่สุดจะสามารถเป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชนได้ ผมคงไม่ต้องยกตัวอย่างไกล เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกวุฒิสภาได้พูดถึงจังหวัดปัตตานีนะครับ ซึ่งถ้ามีการเลือกตั้ง สสร. เพียง ๑ คนก็จะมี สสร. ที่มาจากประชาชนที่นับถือศาสนาเพียง ๑ ศาสนาเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันถ้าเกิดมี ๒ คนก็อาจจะเป็น สสร. ที่จะเป็นตัวแทนของพี่น้องที่นับถือ ๒ ศาสนาได้ แต่ผมคงไม่ต้องยกตัวอย่างไกลไปเกินพื้นที่ผมครับ ในกรุงเทพมหานคร มีประชากรทั้งหมด ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนครับ แล้วผมก็ไม่เชื่อว่า สสร. เพียง ๑ คน จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครทั้ง ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนได้ เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการบอกว่าการเลือกตั้ง สสร. ไม่ได้ใช้หลักประชาธิปไตยแบบตัวแทน เป็นการใช้หลักการปกครอง ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ ในการเลือกตั้งเราก็ใช้มาแล้วครับ นายก อบจ. อย่างไรครับ จังหวัดละ ๑ คน แต่ผมไม่คิดว่าควรจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับ การเลือกนายก อบจ. มาเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ในครั้งนี้ครับ แล้วเหตุผลผมก็ได้พูดไปแล้วครับว่า สสร. ที่เราจะเลือกตั้งกันมาก็ต้องทำหน้าที่เป็น ตัวแทนของประชาชน นอกจากที่จะต้องสะท้อนถึงความหลากหลาย ซึ่งแน่นอนครับ พี่น้องประชาชนผมได้ยกตัวอย่างแล้ว กรุงเทพมหานคร ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนนั้น มีความหลากหลายแน่นอน ๑ คนไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกคนครับ แต่ที่สำคัญที่สุด ถ้าเกิดท่านยังยืนยันว่าจะมี สสร. ๑ คนต่อ ๑ จังหวัด กรุงเทพมหานครมี สสร. เพียง ๑ คน เท่านั้น ผมก็กล้าพูดเลยครับว่า สสร. ที่ได้รับเลือกตั้งมาในครั้งนี้จะไม่เป็นที่ยอมรับ ของประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร ท่านลองสมมุติดูสิครับ เช่น ในกรุงเทพมหานคร ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ในการเลือกตั้ง สสร. ที่จะถึง ถ้าอันดับ ๑ เช่นเมื่อได้คะแนน ๗๐๐,๐๐๐ เสียง เอาง่าย ๆ เลยครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ เสียง และถามว่าอีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ เสียงล่ะครับ ที่เขาไปเลือกตัวแทนของเขา คะแนนเหล่านั้น ท่านเอาไปไว้ที่ไหนครับ แต่ว่าอย่างที่ผมบอกอย่างไรครับว่าจะใช้หลักการอะไรก็คงไม่ใช่ เป็นจุดสำคัญนะครับ จะหลักการปกครอง จะหลักการรัฐธรรมนูญ สำคัญคือสามัญสำนึก กับความเข้าใจของเราครับ ผมก็ยังไม่คิดว่าสิ่งที่ท่านตอบมาเมื่อสักครู่เป็นการตอบคำถาม ผมคิดว่าการที่ท่านตอบมาว่าเป็นการใช้หลักการปกครองแล้วก็กำหนดจังหวัดเป็น เขตการปกครองนี้ผมคิดว่ามันเป็นข้ออ้างมากกว่าครับ แต่ผมก็ไม่ทราบว่าข้ออ้างของท่าน ใช้กำหนดหลักเกณฑ์มาลักษณะนี้เพื่ออะไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมในฐานะผู้แทนราษฎรของ พี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ของพี่น้องชาวไทยผมคิดว่าการกำหนดหลักเกณฑ์ลักษณะนี้ ในการเลือกตั้ง สสร. ครั้งนี้จะเป็นอุปสรรคในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งผมเอง แล้วก็สมาชิกหลายท่านหวังว่าจะเป็นฉบับสุดท้ายที่เราจะได้ใช้กันแล้วก็ใช้กันอย่างยั่งยืน เพื่อความต่อเนื่องในการพัฒนาของประเทศของเรา เพราะฉะนั้นผมก็ขออนุญาตใช้สิทธิ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผมแปรญัตติขอแก้ไขใจความในมาตรานี้ไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ