รสนา โตสิตระกูล หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องการปฏิบัติตามหลักการประชาธิปไตยที่แบ่งปัน โดยเสนอให้เลือก 200 คนร่างรัฐธรรมนูญ และให้ประชามตีก่อนยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่
ขอบคุณ ท่านประธาน ดิฉันก็ใกล้จะจบแล้วค่ะ ท่านอย่าขัดดิฉันสิคะ ถ้าท่านขัดดิฉัน ดิฉันลืม เดี๋ยวดิฉันต้องเริ่มต้นใหม่แบบคุณรังสิมา คือดิฉันคิดว่าการที่ต้องการที่จะขอให้ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นโปรดฟังเสียงของสมาชิก โปรดฟังเสียงของสมาชิก และทบทวน ถ้าหากท่านต้องการให้เราไว้วางใจท่าน ท่านลองดูสิคะเพราะว่าดิฉันคิดว่า ถ้ามาตรานี้ท่านยอมนี้นะคะไม่ต้องมาเสียเวลาอภิปรายกันยืดยาวขนาดนี้ แต่ว่าท่านไม่ยอม ท่านจะยืนหยัดเอาแบบของท่าน ดิฉันคิดว่ามันก็ต้องต่อสู้กันไป ก่อนที่ดิฉันจะพูดในเรื่องนี้ว่า ดิฉันเองอยากขอให้มีการเลือก ๒๐๐ คน ดิฉันคิดว่าอันนี้จะเป็นวิธีการที่จะทำให้ ประชาธิปไตยของบ้านเรานั้นเปลี่ยนจากประชาธิปไตยของการแข่งขันและแย่งชิงนั้น นี้มาเป็นประชาธิปไตยแบบแบ่งปัน ดิฉันอยากจะยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง ดิฉันขอแสดงภาพ ขออนุญาตท่านประธานแล้วค่ะ ภาพภาพนี้เป็นภาพของเด็กแอฟริกากลุ่มหนึ่ง เขารวมตัวกัน ทำรูปเหมือนกับดอกไม้นะคะ ภาพอันนี้มีนักมานุษยวิทยาเอามาเล่าให้ฟังว่าเขาได้เข้าไปศึกษา กระบวนการและวิธีคิดของชาวแอฟริกันและเขาพบว่าแต่ละวันนั้นก็จะมีเด็กเหล่านี้มา ล้อมรอบตัวเขาอยู่ตลอดเวลา นักมานุษยวิทยาคนคนนั้นก็อยากจะทดลอง ก็เลยบอกกับ เด็กว่านี่นะเขาเอาทอฟฟี่ขนมหวาน ๑ ตะกร้ามาวางไว้ที่ใต้ต้นไม้ ขอให้เด็กลองมาเล่นเกมกัน ขอให้ทุกคนตั้งแถวและวิ่ง ใครวิ่งไปถึงต้นไม้นั้นก่อนก็จะได้ทอฟฟี่ไปทั้งตะกร้า ปรากฏว่า เด็กเหล่านั้นจับมือเรียงแถวกันนะคะ พอนักมานุษยวิทยาบอกว่าเริ่มต้นได้ เด็กก็พากัน วิ่งพร้อม ๆ กันแล้วก็ไปถึงที่หมายพร้อมกันทั้งกลุ่ม แล้วก็ได้ขนมแบ่งกันกิน นักมานุษยวิทยา คนนั้นถามเด็กเหล่านี้ว่าทำไมถึงทำอย่างนี้ ทำไมไม่วิ่งไปคนเดียวแล้วก็ได้ทอฟฟี่ไปทั้งหมด เด็กเหล่านี้เขาบอกว่าเขาพูดด้วยภาษาแอฟริกันของเขาว่า อู บุน ตู ซึ่งแปลว่า ไอแอม บีคอส วี อาร์ (I am because we are.) คือหมายความว่าฉันมีอยู่เพราะว่าพวกเรามีอยู่นี่เอง ท่านจะเห็นนะคะว่าการรวมของเขานี้มันเป็นรูปของดอกไม้ ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมด และสิ่งที่เด็กเหล่านี้พูดก็คือว่าเราจะมีความสุขได้อย่างไรถ้าส่วนที่เหลือยังมีความเศร้า และความทุกข์อยู่ ดิฉันคิดว่าเราอาจจะมองว่าคนแอฟริกันเป็นคนที่ยังด้อยพัฒนานะคะ แต่ดิฉันเห็นว่าทัศนคติแบบนี้เขาอาจจะไม่พูดถึงประชาธิปไตย แต่เขาพูดถึงการแบ่งปัน เขาพูดถึงว่าเขาแต่ละคนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมด เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ไหมคะ ประเทศเรานั้นซึ่งประเทศไทย คนไทยเรานั้นเราเคยเป็นคนที่แบ่งปันกันมาตลอดเวลานะคะ แต่ทำไมล่ะเมื่อเราจะร่างรัฐธรรมนูญ ทำไมเราจึงไม่สามารถที่จะทำให้เกิดการแบ่งปัน ในเมื่อรัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎกติกาที่จะใช้กับประชาชนทั้ง ๖๕ ล้านคน ไม่ได้ใช้เฉพาะกับ เสียงส่วนใหญ่เท่านั้น ไม่ได้ใช้เฉพาะกับผู้ชนะเท่านั้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าถ้าหากกรรมาธิการ จะรับฟังด้วยเหตุด้วยผลเป็นสัตบุรุษซึ่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ในฐานะของสภา เรามาฟังกัน ด้วยเหตุด้วยผล ถึงแม้เหตุผลเหล่านั้นจะเป็นเหตุผลของเสียงข้างน้อยแต่ถ้าหากมีเหตุมีผล ก็น่าจะเอาไปปฏิบัติ และดิฉันเชื่อว่าอันนี้มันคือความปรองดองที่จะเริ่มต้นได้อย่างแท้จริง แต่ถ้า ความปรองดองคือการเค้นคอว่าต้องมาเป็นพวกฉัน ถ้าไม่เป็นพวกฉันก็เป็นศัตรูกับฉัน ไม่ต้องมาปรองดองกัน ดิฉันคิดว่าสังคมไทยมันก็จะมีแต่ความวุ่นวายนะคะ เพราะว่าที่จริงแล้ว ต้องบอกว่ารัฐธรรมนูญนอกจากมาตรานี้ที่สำคัญแล้ว มาตรา ๒๙๑/๑๑ ก็จะเป็นมาตราที่สำคัญ อีกมาตราหนึ่ง ซึ่งดิฉันก็จะอภิปรายในช่วงเวลาต่อไป เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกท่านกรรมาธิการนั้นจะพิจารณาแล้วก็ฟังเสียง ของเพื่อนสมาชิกทุกคนแล้วปรับปรุง ดิฉันคิดว่าเราอาจจะทำให้กระบวนการต่าง ๆ เป็นไปได้ อย่างราบรื่นมากขึ้น แต่ถ้าท่านเชื่อว่าท่านเป็นผู้ชนะ ท่านก็จะเอาอย่างผู้ชนะของท่าน บางที ท่านก็กำลังหักด้ามพร้าด้วยเข่า และดิฉันบอกได้ว่าพร้ามันไม่หักง่ายเข่าท่านจะหักเอง เพราะฉะนั้นดิฉันเองก็ขอกราบเสนอความคิดอันนี้ผ่านท่านประธานไปยังประธาน คณะกรรมาธิการขอให้พูดกับเสียงข้างมากของท่านในสภาว่าได้โปรดฟังเหตุและผล ของเพื่อนสมาชิก ท่านไม่เสียหายอะไรที่จะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๒๐๐ คน ตามที่เพื่อน ๆ สมาชิก พูดในฐานะที่เขาเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งหมด ทำไมมันจะเสียหายอะไร ดิฉันไม่เห็นว่า เสียหายและขัดหลักการตรงไหน เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะขอให้ท่านเริ่มต้นในจุดนี้ และถ้าท่านสามารถที่จะยอมรับการทำประชามติก่อนยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับนะคะ ดิฉันก็จะยอมรับสิ่งนี้ แต่ถ้าหากว่าท่านไม่ทำท่านยังยืนหยัดในฐานะเสียงข้างมากของท่าน ดิฉันก็จะรักษาสิทธิในฐานะเสียงข้างน้อยที่ดิฉันจะไม่เห็นด้วย และดิฉันบอกได้เลยนะคะ เรื่องนี้ถึงศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ถึงครูอังคณานะคะ ถึงศาลรัฐธรรมนูญแน่ค่ะ ขอบคุณค่ะ