นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และเรียกร้องให้มีความหลากหลายในทางความคิดเห็นในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญ
ขอบคุณมากครับท่านประธาน ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้นะครับว่า ที่มาของ สสร. นั้น เป็น ๒๐๐ คน ผมมีเหตุผลที่อธิบายถึงที่มาของจำนวน สสร. ที่ผมได้ สงวนคำแปรญัตติไว้ ท่านประธานครับ ความจริงรัฐธรรมนูญแก้ไขฉบับนี้ผมไม่เห็นด้วย ผมไม่ได้รับหลักการ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ความจริงเราได้มีการศึกษา ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาหลายครั้งหลายคราวด้วยกัน โดยรัฐสภาได้มีการตั้งกรรมาธิการ ขึ้นมาศึกษา ถึงการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ และข้อบกพร่องหรือปัญหาต่าง ๆ อุปสรรคในการใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งจากการศึกษานั้นผมได้เรียนให้ทราบว่าไม่มีปัญหา ในการบังคับใช้เลยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มีจริง ๆ ครับ ที่มีปัญหาก็คือ มาตรา ๑๙๐ ถ้ามี การออกกฎหมายลูกมาใช้บังคับปัญหาก็ไม่มี และต่อมาก็ได้มีการแก้ไขในมาตรานี้ดังกล่าวไว้แล้ว ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าเหตุที่ผมแปรญัตติโดยถือเกณฑ์ประชากรเป็นสำคัญนั้น ผมคำนึงสิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจตนารมณ์ในการที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้น ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด เป็นฉบับของ พี่น้องประชาชน แต่ที่มาของ สสร. ตามร่างของคณะรัฐมนตรีและของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากนั้น ไม่ได้ยึดถือตรงนั้นเลยครับ ถ้าเรายึดถือสิทธิของประชาชนเป็นสำคัญแล้ว ประชาชนในประเทศเราถ้าถือเกณฑ์การเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถ้าถือเกณฑ์จาก ๓๐๐,๐๐๐ คน จะได้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างน้อย ๒๐๐ คน ซึ่งผมมีที่มาที่ไปครับ ผมอาศัยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในปี ๒๕๔๐ ถือเกณฑ์ประชากร ๓๐๐,๐๐๐ คน ต่อสมาชิกวุฒิสภา ๑ คน ที่มาตรงนี้เป็นธรรมและชอบธรรมที่สุด แล้วก็เป็นไปตามสิทธิของ พี่น้องประชาชนที่ใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ สิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑ คน สามารถใช้สิทธิได้ ๑ เสียงเท่าเทียมกันทั่วประเทศ แต่เรามาคำนึงถึงว่าจังหวัดหนึ่ง ที่มีประชากร ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน กับอีกจังหวัดหนึ่งมีประชากร ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน หรือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี่ มี สสร. ๑ คนเท่ากันนั้นผมถือว่าไม่ชอบธรรม แล้วก็ประการสำคัญก็คือว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่จะมีการแก้ไขถ้าจะให้เป็นฉบับประชาชนจริง ๆ แล้ว ต้องมีความหลากหลายในทางความคิดเห็นในการที่จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา ที่มาของ สภาร่างรัฐธรรมนูญผมถือว่าสำคัญ เพราะว่าจะต้องมาร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภานั้นมีความสำคัญ เราต้องการให้ได้ สมาชิกรัฐสภาที่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมถูกต้อง ปัญหาสำคัญคือที่มาของ ส.ส. ส.ว. นั้น ในการที่จะมาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญนั้นมีความสำคัญ ความซื่อสัตย์สุจริตของ ผู้จะมาดำรงตำแหน่งก็ตาม ที่มาจากการเลือกตั้งก็ตามชอบธรรมหรือไม่ สุจริตหรือไม่ มีการซื้อเสียงกันมาหรือไม่ ผมไม่เคยเห็นรัฐธรรมนูญฉบับไหนป้องกันการซื้อเสียงได้เลย เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ที่ป้องกันการซื้อเสียงได้ เคยมีการอภิปราย ไม่ไว้วางใจนะครับ จากการทุจริตในการเลือกตั้งในสภาแห่งนี้ ไม่ไว้วางใจเลยนะครับ เพราะว่าการซื้อเสียงการทุจริตการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่ผ่าน ๆ มานั้น ก่อให้เกิด การทุจริตคอร์รัปชัน ในบ้านเมืองเราอย่างสูงยิ่ง และนับวันทวีมากขึ้นทุกวัน ๆ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากจะได้รัฐธรรมนูญที่ดีจริง ๆ นั้น ผมคิดว่าเราควรมาจาก สสร. ที่มีต่างวิสัยทัศน์กัน มีความหลากหลายในทางความคิด ในทางที่จะไม่สามารถครอบงำได้ เพราะฉะนั้นถ้า ๗๗ คน ตามร่างของกรรมาธิการแล้วผมเห็นว่าสามารถบล็อก (Block) ได้ครับ บล็อกได้จริง ๆ เพราะจังหวัดละคนเป็นที่รู้กันอยู่ว่าขณะนี้เสียงข้างมากอยู่กับใคร แล้วก็ในวุฒิสภาเองสมัยที่ผมอยู่นี่ก็มีการบล็อกมาแล้วครับ ส.ว. ๒๐๐ คน ยังบล็อกได้เลยนะครับ สามารถเลือกชี้นำในการที่จะบล็อกเลือกองค์กรอิสระได้ ป.ป.ช. ก็เลือกได้ กกต. ก็ได้ ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ เพราะฉะนั้นผมห่วงตรงนี้ครับ อย่างที่ท่านประธานสามารถได้ชี้แจง เมื่อวานนี้ ท่านบอกว่าถ้าจังหวัดละคนเราเอาสุดยอดเลยของแต่ละจังหวัดมา ๑ คน ผมว่ารู้แก่ใจนะครับว่าขณะนี้ถ้ามีการเลือกอย่างนั้นจริง ๆ เสียงข้างมากอยู่ตรงไหนใน สสร. จำนวน ๗๗ คน ที่มาจากการเลือกตั้ง ผมเชื่อครับท่านรู้ดีเลยว่าเสียงข้างมากอยู่กับใคร แล้วสามารถที่จะบล็อกได้ไหม อันนี้คือความจริงขั้นพื้นฐานเลย แต่ผมก็ยอมนะครับ ถ้ามาจากการเลือกตั้ง แต่ว่าเราถือสิทธิของประชาชนเป็นเกณฑ์ และความเท่าเทียม ของพี่น้องประชาชน ถ้าประชากรจังหวัดไหนมีจำนวนมากควรจะให้สิทธิเขาได้มาก อย่างกรุงเทพมหานครนี่นะครับ ตอนเลือกวุฒิสมาชิกสมัยผมนี่ได้ ๑๘ ท่าน แต่ละท่านที่เข้ามา มีความรู้หลายสาขา มีความหลากหลายในทางความคิด ความเห็น ความอ่านที่จะมาช่วยกัน ออกแบบรัฐธรรมนูญ มันไม่เป็นธรรมจริง ๆ ครับ จังหวัดหนึ่งที่มีประชากรแสนกว่าคน แล้วก็ได้มา ๑ คน กับอีกจังหวัดหนึ่งหลายล้านคนหรือจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ได้เท่ากัน อันนี้คิดก็ผิดแล้วครับ คิดก็ผิดแล้วจริง ๆ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยนะครับ กับที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก และผมต้องขอพูดไว้เป็นหลักฐานในสภาแห่งนี้ว่าไม่เคยมีสภา ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือในกรรมาธิการครับ เมื่อมีการลงมติไปแล้ว มากลับมติ ไม่เคยมีจริง ๆ และเหตุผลที่กลับนั้นผมมีรายงานการประชุมอยู่ในมือผมหมดเลย ว่ารายงานการประชุมในการลงมติมันออกมาแล้ว แล้วรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งก็ไปเรียกประชุม เพื่อกลับมติ แล้วเหตุที่อ้างนั่นว่าขัดกับหลักการ ผมได้ศึกษาดูคำในรายงานการประชุมแล้ว มันไม่มีอะไรขัดเลย หลักการให้มี สสร. แต่ส่วนที่มาจำนวนเท่าไรนั้น จะมาจากไหนบ้างนั้น ไม่ใช่หลักการครับ แล้วถ้าโดยส่วนแล้วถ้าดูจริง ๆ กรรมาธิการสามารถแปรได้ทุกอย่าง แต่ที่จะห้ามตามข้อบังคับน่าจะห้ามผู้แปรญัตติที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการ ถ้าเราศึกษาโดยการตีความ อีกแง่หนึ่งก็สามารถตีความได้ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ใช้ในการกลับมติตรงนั้น ผมถือว่าไม่ชอบ ไม่ชอบจริง ๆ อันนี้ผมไม่ได้ตำหนิเป็นการส่วนตัว แต่ว่าสภาเรานั้นต้องมีหลัก การพิจารณา กฎหมายในนี้เราก็มีหลักแม้แต่การพิจารณาเรียงมาตราเราพิจารณามาตรานั้นเสร็จไปแล้ว เราจะไปกลับทบทวนอีกยังไม่ได้เลยครับ ขณะนั้นไม่ได้พิจารณาจบทั้งฉบับนะครับ เพราะฉะนั้นผมถือว่าหลาย ๆ อย่างในการทำงานของกรรมาธิการครั้งนี้น่าจะมีปัญหา มีข้อบกพร่อง แล้วผมต้องเรียนตรง ๆ นะครับว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ๗๗ คน ตามที่กรรมาธิการได้เสนอมานั้น และยืนยันอยู่ในสภาแห่งนี้นั้นผมถือว่าเป็นการขัดสิทธิขั้นพื้นฐาน ของพี่น้องประชาชนในการที่ ๑ คน มี ๑ เสียงอย่างน้อยนะครับ ความไม่เท่าเทียมกันตรงนี้ ก็มองเห็นแล้วครับว่ารัฐธรรมนูญนี้ถ้ามาจาก ๗๗ คน สามารถบล็อกได้จริง ๆ อย่างที่ ผมได้เรียนแต่ต้นแล้วว่าในวุฒิสภาที่ผมอยู่ก็มีการบล็อกวุฒิสมาชิกมาแล้วในการเลือก กรรมการผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะฝากไปยังกรรมาธิการครับว่า ให้ทบทวนเถอะครับที่มาอย่างน้อยที่สุดให้เราเห็นร่วมกันนะครับว่าความหลากหลาย แล้วก็อย่างน้อยที่สุดผมคิดว่าถ้าจะบล็อกกันจริง ๆ ก็บล็อกได้ไม่หมด ให้เขาได้ แสดงความเห็นในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ถ้าอยากเห็นรัฐธรรมนูญนี้เป็นของพี่น้องประชาชนตามที่ท่านอ้าง กรุณาเถอะครับเอาคนที่ หลากหลายแล้วก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันมาช่วยกันระดมความคิด ความเห็นในการที่จะ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สมบูรณ์จริง ๆ เพราะความจริงแล้วรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ๑๘ ฉบับนั้น ผมคิดว่ามีทั้งข้อดี ข้อเสีย แต่มันไม่ได้ มีปัญหาที่รัฐธรรมนูญเลยครับ ปัญหาที่คนใช้รัฐธรรมนูญ ถ้าถูกใจก็บอกว่าดี ถ้าไม่ถูกใจ ก็บอกว่าไม่ดี อย่างกรณีที่มีการยุบพรรค ความเห็นก็หลากหลายกัน ถ้าไม่ทำผิดจริง ๆ ผมว่า มันไม่มีการยุบหรอกครับพรรค ถ้าคนไม่ทำผิดอะไร ไม่ต้องกลัว กฎหมายอะไรก็ไม่ต้องกลัวครับ ที่บัญญัติไว้ ถ้าคนมีเถยจิตที่คิดไม่สุจริต กลัวไปหมดล่ะครับกฎหมายฉบับไหนก็กลัว เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากไว้ว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เราควรที่จะ ให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิ โดยการผ่านตัวแทนเขา อย่างน้อยที่สุดความเท่าเทียม ความเสมอภาค ในการใช้สิทธิของพี่น้องประชาชนในการเลือก สสร. ผมว่าถ้าให้เขาได้เลือกกันอย่างเต็มที่นี่ครับ จำนวน ๒๐๐ คนอย่างน้อยที่มาจากการเลือกตั้งน่าจะสมบูรณ์และเหมาะสมที่สุด ส่วนที่มา ของผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีความรู้ตามองค์กรต่าง ๆ นั้นผมคิดว่าตรงนั้นก็น่าจะเพิ่มนะครับ ให้ ๔๐ คนเลย เลือกมาเลยครับ เพราะผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายมีความรู้ความสามารถ ในทาง กฎหมายมหาชน ในความเชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจทางสังคมนะครับ พวกนี้ละครับที่เข้ามา ทุกครั้งจากการที่มีการแต่งตั้งหรือมีการร่างรัฐธรรมนูญ พวกนี้จะเป็นผู้มายกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งสิ้น ผมไม่ติดใจครับถ้าสภานี้จะเลือกอีก ๔๐ คนมาช่วยผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง ๒๐๐ คน ผมก็ไม่ขัดข้อง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสภานี้ก็สามารถเลือกคนได้ตามความต้องการและเสียงข้างมาก มันอยู่กับใคร เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะวิงวอนยังกรรมาธิการครับช่วยพิจารณาเถอะครับ ที่ท่านเคยยืนยันไว้ว่า ๗๗ คน ผมคิดว่าเป็นที่รู้แก่ใจกันว่า ถ้า ๗๗ คนจริงท่านบล็อกได้จริง ๆ ครับ และสามารถชี้นำรัฐธรรมนูญที่ท่านจะร่างขึ้นมาได้อย่างแน่นอนครับ ขอบคุณครับ