รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

บุณย์ธิดา สมชัย หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเสนอแปรญัตติให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และขอให้ปรับเปลี่ยนสัดส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งและจากการสรรหา

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพคะ ตามที่ดิฉันได้ขอแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๑ นั้น จากการที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้ยืนตามร่างที่รัฐบาลเสนอเข้ามาโดยให้คงไว้ซึ่ง สสร. จำนวน ๙๙ ท่าน ๗๗ ท่านมาจาก การเลือกตั้ง และ ๒๒ ท่านมาจากการสรรหาโดยรัฐสภา ในส่วนของการเลือกตั้งนั้นดิฉันคงจะ ไม่ขอพูดถึงค่ะ เพราะว่าดิฉันได้ขอแปรญัตตินี้ใกล้เคียงกัน แต่ในส่วนของการสรรหาจำนวน ๒๒ ท่านนี้ดิฉันต้องขอไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านประธานที่เคารพคะ ในความเห็นของดิฉันในการที่เรามี สสร. นั้น อย่างน้อย ๆ จำนวน ของ สสร. ในส่วนของสรรหาและในส่วนของเลือกตั้งควรจะมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ดิฉัน จึงขอแปรญัตติให้มีสัดส่วนจำนวนทั้งหมด ๑๕๐ ท่าน โดย ๗๗ ท่านมาจากการเลือกตั้ง และ ๗๓ ท่านมาจากการสรรหาค่ะท่านประธาน และอีกอย่างหนึ่งค่ะท่านประธาน ในข้อความที่บอกว่า ๒๒ ท่าน ให้มาจากการสรรหาโดยการเลือกของรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพคะ ถึงแม้ว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากจะบอกว่าจะไม่มีการล็อกสเปกหรือเราจะได้ คนที่เป็นกลางโดยการเลือกของรัฐสภา แต่ทั้งหมดค่ะท่านประธานไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลหรือวุฒิสภา เราทุกคนทราบกันดีอยู่ในใจค่ะว่าพวกเราได้เลือกฝ่าย เลือกข้างกันหมด ทุกคนแล้ว เพราะฉะนั้นการที่จะให้มั่นใจว่า ๒๒ ท่านที่จะเลือกมาโดยผ่านจากความเป็นกลาง ที่แท้จริง โดยผ่านจากรัฐสภาซึ่งมีความเห็นที่หลากหลาย ดิฉันต้องขอบอกว่าดิฉันไม่เห็นด้วยค่ะ ดิฉันจึงได้เสนอแปรญัตติให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้พิพากษาในศาลฎีกา ซึ่งดิฉันได้เขียนข้อความไว้ค่อนข้างยาวค่ะ แต่คงจะไม่พูดหมด แต่เนื่องด้วยเหตุผลของดิฉันค่ะเพราะว่าในวงการที่ดิฉันพูดมาทั้งหมดนี้ได้รับการยอมรับจาก ประชาชนทั่วไปว่าเป็นสาขาอาชีพที่เป็นกลาง ที่ให้ความยุติธรรมต่อประชาชนทั้งประเทศ มาตลอดและเป็นที่น่านับหน้าถือตาของประชาชนทั้งประเทศมาตลอดค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันเชื่อว่าการทำหน้าที่ของคณะกรรมการในการสรรหาสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญนี้จะทำอย่างถูกต้องและเที่ยงธรรม เพราะอะไรคะท่านประธาน เพราะดิฉันได้เห็นตัวอย่างมาอย่างหนึ่งค่ะว่าในการที่บุคคลทั่วไปต้องการจะสมัครมาเป็น ผู้พิพากษาสมทบหรือว่าอะไรก็ตามแต่ หลาย ๆ ท่านในที่นี้ก็เคยผ่านตำแหน่งนั้นมาก่อน ทราบค่ะว่าต้องผ่านกระบวนการอันเข้มข้นของศาลในการคัดเลือกผู้ที่จะมาช่วยศาล ในเรื่องของ ศาลเด็กและศาลเยาวชน ดิฉันจึงเห็นว่านี่ขนาดกระบวนการนี้ยังทำกันเข้มข้น มีประวัติด่างพร้อย เพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถที่จะผ่านเข้าไปร่วมเป็นผู้พิพากษาสมทบได้ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงคิดว่า การทำหน้าที่ของ สสร. ต้องการผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องกฎหมายอย่างมาก ดิฉันจึงเห็นว่า ท่านที่ทำหน้าที่ทำงานทำอาชีพเกี่ยวกับด้านนี้โดยตรงจะมีความรู้ความสามารถและสามารถ มองออกและมองทะลุถึงคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญในอนาคตต่อไปค่ะ ท่านประธาน ถึงแม้ว่าทางกรรมาธิการเสียงข้างมากจะยืนยันว่าอย่างไรก็ตามเราจะเอาแค่ ๒๒ คนและต้องผ่านการคัดเลือกจากรัฐสภาเท่านั้น แล้วก็เพื่อนสมาชิกท่าน ส.ส. วิรัตน์ ก็ได้กล่าวไปแล้วบอกว่ามีผู้ขอสงวนคำแปรญัตติในมาตรานี้ถึง ๑๗๘ ท่าน แต่ก็เป็นที่ น่าแปลกใจค่ะว่าไม่มีท่านใดเลยที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากให้ความเห็นชอบหรือว่า รับรองสักคนเดียวเลยค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอาจจะขอแปรญัตติเป็นข้อความอย่างไรก็ตาม ท่านได้ตั้งธงเอาไว้แล้ว ท่านบอกว่าต้องเร่งรีบอย่างถึงที่สุดค่ะเพราะว่าคำแปรญัตติที่ดิฉัน ได้ส่งเข้าไปกับตัวเล่มใหญ่ที่รายงานเข้ามาก็ยังมีตกหล่นเป็นบางคำ ก็เป็นการยืนยันจาก ที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้บอกค่ะว่าไม่ทราบว่าท่านจะเร่งรีบ ลุกลนไปถึงไหนนะคะ ท่านประธาน และเสียงสะท้อนอย่างหนึ่งที่มีเข้ามาจากประชาชนบ้าง จากผู้ที่เกี่ยวข้อง หลาย ๆ คนถามว่าอยากทราบว่าการแก้รัฐธรรมนูญนี้แก้เพื่ออะไร แก้เพื่อใคร ทำไม ประชาชนหลาย ๆ ฝ่ายถามว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ของแพง น้ำมันแพง แก้เสร็จแล้วจะลงไหม ราคาของต่าง ๆ นานา ถ้าท่านแก้สำเร็จแล้วช่วยไปแก้ของแพง แก้ปากท้องพี่น้องต่อไปด้วยนะคะ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ