วิชัย ล้ำสุทธิ พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยวิตกกังวลเกี่ยวกับการล็อกสเปกและผลกระทบต่อสิทธิชุมชน โดยเฉพาะมาตรา ๖๗ (๒) ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม และขอให้ใช้ประชากรเป็นที่ตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาสามัญราษฎร วิชัย ล้ำสุทธิ แปรญัตติแก้ไขมาตรา ๒๙๑/๑ เพื่อเลือกตั้งสมาชิกสภาสภาแห่งชาติ (สส.) โดยให้สมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนด้วยจำนวน ๑๒๕ คน และสมาชิกมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมรัฐสภาด้วยจำนวน ๒๕ คน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ และผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง บริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม อื่น ๆ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวิชัย ล้ำสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง ในนามของ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอภิปรายวันนี้ถึงแม้ว่าจะซ้ำกับเพื่อน แต่ว่าคงไม่ซ้ำกับตัวเองนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สสร. เป็นสิ่งที่จำเป็นมากนะครับ สำหรับกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะว่า สสร. เป็นผู้ร่าง เป็นผู้แก้ไข ถึงแม้จะบางส่วน หรือทั้งฉบับนะครับ ก็ สสร. เป็นผู้ทำทั้งนั้นนะครับ ไม่ว่าจะดำเนินการแก้ไขที่ไหนก็ได้ ไล่ตั้งแต่บททั่วไปของกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ หมวดพระมหากษัตริย์ สิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมทางการเมือง ศาล องค์กรตามรัฐธรรมนูญ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ นี่คือสิ่งที่ สสร. สามารถกระทำได้ เพราะฉะนั้นมาตราที่จะแก้ไข มาตรา ๒๙๑/๑ สสร. เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ เพราะว่าที่มาของ สสร. ก็ย่อมที่สำคัญไปด้วย เพราะว่าถ้า สสร. มาจากจังหวัดละ ๑ คน ก็สามารถล็อกสเปก (Lock spec) ได้ว่า สสร. จังหวัดระยองมีคนอยู่ ๖๐๐,๐๐๐ คน ก็ดำเนินการโดยที่ตั้ง สสร. ไปนะครับ จะเห็นได้ว่า จังหวัดไหนที่จะให้ สสร. ตั้งว่าจังหวัดนี้ สสร. เป็นอย่างไร ส่วนมากนะครับถ้าพูดกัน ตามความเป็นจริงแล้ว ส่วนมากนักการเมืองอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้นในการจัดตั้ง สสร. เพราะว่า จังหวัดละ ๑ คน นี่คือเรื่องความจริงที่เราต้องหยิบยกมาพูดกันว่าทำอย่างไรจะตั้ง สสร. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ความยุติธรรมแล้วต้องทำอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าพวกเราใจเย็น สักนิดนะครับ ถ้าได้ สสร. ที่ไม่ดี ร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมามันก็ไม่ดีด้วย ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกนำมาอภิปรายในสภา ก็มีสิ่งที่มันขัดแย้งกันในสภา แล้วก็เหมือนพวกท่านพูดว่าอภิปรายกันมา ๓ วัน ๔ คืน ประชาชนก็เบื่อเหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นถ้าเบื่อแล้วก็นำไปสู่การชุมนุมนอกสภาก็เข้าอีหรอบเดิมครับ ผมก็ไม่อยากให้มี การแก้รัฐธรรมนูญชุดนี้ มีการทำ สสร. ชุดนี้ทำให้เกิดบานปลาย หรือพวกท่านอยากจะเห็น รัฐธรรมนูญที่เป็นบานปลายเหมือนสมัยก่อน ๆ อย่างนั้นหรือครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ส่วนตัวผมแล้วผมก็เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ บางส่วน มันก็ไม่สมบูรณ์ แต่ข้อที่วิตกกังวลสำหรับแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดนี้ ก็คือเรื่องของการล็อกสเปก เพราะฉะนั้น สสร. ที่มาแต่ละจังหวัดนี่มีทั้งหมด ๗๗ คน อาจจะไปล็อกสเปกแล้วก็ไปแก้เรื่องของ องค์กรอิสระบ้าง เรื่องของศาลบ้าง แล้วสิ่งสำคัญที่สุดที่ผมวิตกกังวลก็คือเรื่องของสิทธิชุมชน โดยเฉพาะมาตรา ๖๗ (๒) นี้เป็นเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพราะบ้านผมอยู่จังหวัดระยอง อยู่มาบตาพุดนี่ครับ ก็ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมนี้เป็นเรื่องหนักอยู่แล้วนะครับ เพราะว่าปัญหา งวดที่แล้วสมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็นำร่างองค์กรอิสระเข้าสู่สภาแล้ว แล้วก็ยุบสภาไป มาถึงสมัยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ไม่รับรองเข้ามาสู่สภา อันนี้ก็เป็น ข้อวิตกกังวลว่าตกลงเขารอแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จก่อนหรือไม่ หรือมาตรา ๖๗ (๒) ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีหรือไม่ นี่คือสิ่งที่วิตกกังวลสำหรับพี่น้องชาวจังหวัดระยอง ชาวมาบตาพุด ชาวนิคมอุตสาหกรรม เพราะว่าถ้าเรื่องนี้ไม่มีเราต้องเดินหน้ากันต่อไปว่า เศรษฐกิจเรื่องของอุตสาหกรรมเราจะทำอย่างไร เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่อยู่รอบโรงงาน อุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับโรงงานอุตสาหกรรมอย่างมีความสุข พวกนักอุตสาหกรรมก็บอกว่า รัฐบาลจะให้เขาดำเนินการอย่างไร เดินแถวไปอย่างไร เขาจะได้ทำถูกนะครับ การลงทุน ก็จะมาลง ต่างประเทศที่จะมาลงทุนก็อยากมาลงทุนบ้านเรา ก็ขอให้มันชัดเจนว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญจะเขียนมาตรา ๖๗ (๒) ของปี ๒๕๕๐ อยู่หรือเปล่า ไม่อยู่เราต้องดำเนินการอย่างไร นี่คือเรื่องที่วิตกกังวลนะครับ เพราะฉะนั้นถ้า สสร. ชุดนี้ไม่ได้เขียนบัญญัติมาตรา ๖๗ (๒) เข้าไปพวกเราก็จะทำอย่างไร นี่คือสิ่งที่พวกเราจะวิตกกังวลนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุด ของ สสร. ผมจึงขอแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๑ ก็คือผมไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ร่างรัฐธรรมนูญมาว่า สสร. เลือกตั้งมาจาก ประชาชนโดยตรง มาจากจังหวัดละ ๑ คน ก็คือ ๗๗ คน อันนี้ผมไม่เห็นด้วยแนวทางนี้ เพราะว่าการลงมติร่างอย่างนี้ถือว่าไม่เป็นธรรมสำหรับประชาชน จริง ๆ ประชาชนต้องมี ๑ เสียง ต่อ ๑ คน เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาเสียงของจังหวัดเช่นหลาย ๆ คนก็พูดว่า กรุงเทพมหานครมีอยู่ ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน มี สสร. ๑ คน แล้วคนที่อยู่จังหวัดระนองมีอยู่ ๑๔๐,๐๐๐ คน ก็มี สสร. ๑ คน อย่างนี้ผมก็ว่าไม่เป็นธรรมนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว จำนวนประชากรแตกต่างกันลิบนะครับ ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน กับ ๑๔๐,๐๐๐ คน มันแตกต่าง กันมากครับ อันนี้ถ้าร่างเป็นแบบนี้เป็นการดูถูกเสียงของประชาชนเป็นอย่างยิ่งนะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้ใช้ประชากรเป็นที่ตั้งนะครับ ใช้ประชากร เป็นที่ตั้งว่าเลือก สสร. ตามสัดส่วนของประชากร มี สสร. เท่าไรก็ว่ากันไป แต่ผมก็เสนอให้ สสร. นี่มาจากเลือกตั้งโดยตรงจำนวน ๑๒๕ ท่าน แต่ไม่ตัดสิทธิจังหวัดที่มีประชากรน้อยนะครับ ก็ให้ประชากรน้อยที่ได้สัดส่วนไม่ได้ก็ให้มี สสร. อย่างน้อยสัก ๑ คน แล้วก็ใช้วิธีการ ให้เศษสัดส่วนเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อยเรียงตามจังหวัดไป ทำเหมือนการแบ่งเขต ส.ส. ครับ ส.ส. ต่างจังหวัด กรุงเทพมหานครก็มีมากกว่าจังหวัดระนองอย่างนี้ถือว่าเป็นธรรม นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากได้ สสร. ให้ได้ ๑๒๕ คน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่อยากให้การเลือกตั้งเป็นการลักลั่นที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งส่งผลให้การแก้รัฐธรรมนูญถูกวิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็จริง ๆ แล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การตั้ง สสร. ก็ไม่ต้องรีบร้อนมากนักนะครับ เพราะว่าอย่างไรรัฐธรรมนูญก็ผ่านอยู่แล้ว แต่ว่าวิธีการ การปฏิบัติ กรรมวิธี จริง ๆ แล้วต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ ไม่อย่างนั้นพวกเรา หลาย ๆ คน หลาย ๆ ท่านก็ท้วงติงโดยท่านสมาชิกเพื่อจะให้การแก้ไขให้มันเต็มรูปแบบ เพื่อไม่ให้การแก้ไขนี่มันมาแก้ไขใหม่อีก ไม่ใช่สร้างรัฐธรรมนูญ ๓ ปีก็แก้ไขใหม่ อีก ๓ ปีแก้ไขใหม่ ก็อยากจะทำให้มันรอบคอบไปเลยครับ นี่คือประเด็นสำคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วน สสร. (๒) คือที่มาของ สสร. นี่จากการคัดเลือกที่ประชุมรัฐสภาซึ่งร่างกฎหมาย ของรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากให้ สสร. มีทั้งสิ้น ๒๒ คน ส่วนตัวผมเองแปรญัตติไว้ว่า สสร. น่าจะใช้ประมาณสัก ๒๕ คน
(ก) ซึ่งมาจากผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน จำนวนแปดคน
(ข) มาจากผู้เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์ หรือสาขารัฐประศาสนศาสตร์ใช้อีก จำนวนแปดคน
(ค) ให้ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง บริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม อื่น ๆ นี่ครับ ใช้จำนวนเก้าคน
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการเลือกตั้ง สสร. จากที่ประชุมรัฐสภาก็มีข้อวิตกกังวลอีกครับ เพราะว่ารัฐสภาแห่งนี้การเมืองของฝ่ายซีกรัฐบาลก็มีมากกว่า อันนี้ละครับ ก็ถูกเป็นการล็อกสเปก เช่นเดียวกันสำหรับการเลือกตั้งในรัฐสภา เพราะว่าเลือกตั้งโดยตรงกับประชาชนก็ถูกล็อกสเปกได้ ตามร่างเดิม จากตามร่างเสียงข้างมาก พอมารัฐสภาก็ถูกล็อกสเปกได้เช่นเดียวกันนะครับ จากสมาชิกของสภา อันนี้ก็ถือว่าถ้ามีการล็อกสเปกนี้ ถ้าเราได้ สสร. ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ มีประสบการณ์จริง ๆ ก็ถือว่าเป็น สสร. ที่ไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นอาจจะได้ สสร. ที่ไม่มีคุณภาพ สสร. ที่มีประโยชน์ทับซ้อนหรือเป็นนอมินี (Nominee) มันก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นพวกเรา ก็อยากจะได้ สสร. ที่มีคุณภาพ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็ต้องมีคุณธรรม เพราะฉะนั้นกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่ออกมาก็จะได้ไม่มีปัญหา ถูกวิพากษ์วิจารณ์ บ้านเมืองก็จะได้สงบสุขเสียที ดังนั้นผมก็ขออนุญาตแปรญัตติแก้ไขความในมาตรา ๒๙๑/๑ ก็คือให้สมาชิกที่มาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนเป็นจำนวน ๑๒๕ คน โดยมีสมาชิกอย่างน้อยจังหวัดละ ๑ คน แล้ว (๒) ให้สมาชิกมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมรัฐสภาจำนวน ๒๕ คน โดยมาจาก ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายมหาชน จำนวนแปดคน ผู้เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ จำนวนแปดคน แล้วก็ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง บริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ หรือการร่างรัฐธรรมนูญตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภาประกาศกำหนดนี่ใช้จำนวนเก้าคน ผมก็ขออนุญาตแปรญัตติไว้อย่างนี้นะครับ เพื่อให้บ้านเมืองเราสงบสุข ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ